
อนาคต “ปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี” สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) หนึ่งเดียวของจังหวัดที่สร้างรายได้มากมาย และพลิกฟื้นชีวิตความเป็นอยู่ของผู้เลี้ยงกำลังจะพบจุดจบ
จากการลงพื้นที่ของ “นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม” อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา สัปดาห์ก่อน เพื่อตรวจติดตามกระบวนการผลิตปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังอุทัยธานี ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปปลาแรดตำบลท่าซุง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ได้ตอกย้ำให้เห็นถึงความเดือดร้อนของผู้เลี้ยง
“นางวันเพ็ญ นาทอง” ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปปลาแรดตำบลท่าซุง เล่าว่า ขณะนี้อนาคตของปลาแรด GI และเกษตรกรผู้เลี้ยงยังไม่แน่นอน เพราะกรมชลประทาน มีโครงการสร้างประตูระบายน้ำแม่น้ำสะแกกรัง ภายใต้งบ 2,100 ล้านบาท เพื่อผันน้ำไปช่วยเหลือชาวนาที่อำเภอสว่างอารมณ์
โดยต้องรื้อทิ้งกระชังปลา บ้านเรือนประชาชนตามริมน้ำที่อยู่เหนือประตูระบายน้ำ 1 กิโลเมตร (กม.) และใต้ประตูระบายน้ำ 1 กม. เพื่อไม่ให้ขวางทางน้ำ โดยไม่ได้รับฟังความเห็นจากประชาชนเลย
การดำเนินการนี้จะทำให้กระชังเลี้ยงปลาแรด สินค้า GI หนึ่งเดียวของจังหวัด และบ้านเรือนของผู้เลี้ยง รวมถึงกระชังปลาอื่นๆ บ้านแพลอยน้ำ และบ้านเรือนริมน้ำจำนวนมาก ต้องถูกรื้อทิ้ง ชาวบ้านหมดอาชีพ และปลาแรด GI จะหายสาบสูญเหลือไว้เพียงตำนาน!!
เนื่องจากปลาแรดที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI เลี้ยงในกระชังบริเวณลุ่มน้ำสะแกกรัง อยู่ในพื้นที่อำเภอเมือง ครอบคลุมตำบลสะแกกรัง อุทัยใหม่ น้ำซึม และท่าซุง และการสร้างประตูระบายน้ำก็จะกินพื้นที่ของอำเภอเมืองด้วย แม้นำพันธุ์ปลาแรดไปเลี้ยงที่ตำบลอื่น อำเภออื่นในลุ่มน้ำสะแกกรังก็จะไม่ถือว่าเป็นสินค้า GI หรือไม่ได้รับตราสัญลักษณ์ “GI ไทย” ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาออกให้
ที่ผ่านมาชาวบ้านคัดค้านอย่างหนัก ยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังจังหวัด และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ให้ช่วยเหลือ เรื่องก็เงียบหายไปเป็นพักๆ แล้วก็กลับมาเป็นพักๆ จึงยังไม่รู้ว่า “ชะตากรรม” ของปลาแรด GI ผู้เลี้ยง และชาวบ้านอื่นๆจะเป็นอย่างไร
ทั้งๆที่ ที่ผ่านมาวิสาหกิจชุมชนแปรรูปปลาแรดตำบลท่าซุง ที่มีสมาชิก 119 ราย มีผลผลิตมากถึงปีละกว่า 9.4 แสนกิโลกรัม (กก.) ได้ร่วมกันพัฒนาสินค้าอย่างเป็นระบบ ทำให้บริหารจัดการต้นทุน วางแผนการผลิต และสร้างอำนาจต่อรองทางการตลาดได้เป็นอย่างดี
โดยได้จัดตั้งตลาดค้าปลาสดขึ้นเองที่อำเภอมโนรมย์ เพื่อเป็นแหล่งขายปลาแรด GI ปัจจุบันขายได้วันละกว่า 500-600 กิโลกรัม (กก.) ราคา กก.ละ 120 บาท ถ้าขายหน้ากระชัง กก.ละ 100 บาท จากก่อนเป็น GI เพียง กก.ละ 70 บาท นอกจากนี้ ยังสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆภายใต้แบรนด์ “แรดตัวแม่” เช่น ปลาแรดแดดเดียว ปลาร้า แหนม ข้าวเกรียบ เจลาตินและคอลลาเจน เป็นต้น ซึ่งยังไม่นับรวมสินค้าจากกลุ่มผู้ประกอบการปลาแรด GI อื่นๆอีก
อย่างไรก็ตาม “นางอรมน” ได้แจ้งรองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี “นายอิทธิพงศ์ ตันมณี” ถึงความเดือดร้อนนี้ เพื่อเร่งช่วยเหลือแล้ว ก่อนที่ “ปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรัง” จะเหลือแต่ชื่อ!!
ฟันนี่เอส
คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม