
ในโลกของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความสำเร็จไม่เคยเกิดขึ้นจากเพียงยอดขายหรือผลิตภัณฑ์ใหม่เท่านั้น หากแต่เกิดจาก “วิธีคิด” ที่สามารถอ่านทิศทางผู้บริโภคได้ก่อนใคร และกล้าที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ตลาดได้สัมผัสอย่างต่อเนื่อง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ความแข็งแกร่งของแบรนด์ไม่ได้เกิดขึ้นจากการแข่งขันด้านราคา แต่เกิดจากการสร้างคุณค่า ความแตกต่าง และอารมณ์ร่วมระหว่างแบรนด์กับผู้ขับขี่อย่างแท้จริง
ปี 2568 ที่ผ่านมา นับเป็นอีกหนึ่งปีสำคัญของ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ที่มี “พงศธร เอื้อมงคลชัย” เป็นประธานกรรมการบริหาร เมื่อบริษัทสามารถเติบโตได้เหนือภาพรวมอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์ไทย ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ยามาฮ่ากลับสร้างอัตราการเติบโตได้สูงถึง 3.4% ในขณะที่ตลาดรวมเติบโตเพียง 1.6%
เบื้องหลังความสำเร็จนั้นเกิดจากการมองเห็นการเปลี่ยนผ่านของพฤติกรรมผู้ใช้รถจักรยานยนต์ยุคใหม่อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเติบโตของกลุ่มรถออโตเมติก ซึ่งกลายเป็นหัวใจสำคัญของตลาดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รถออโตเมติกแฟชั่นขนาดไม่เกิน 125 ซีซี เติบโตสะสมสูงถึง 180% สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการความสะดวก คล่องตัว และสะท้อนตัวตนผ่านดีไซน์
ยามาฮ่าสามารถครองพื้นที่สำคัญของตลาดนี้ได้อย่างโดดเด่น ผ่านโมเดลยอดนิยมที่กลายเป็นไอคอนของคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Grand Filano Hybrid ที่สร้างยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หรือ FAZZIO ที่เติบโตถึง 60% และกลายเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญของแบรนด์ ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคไม่ได้เลือกเพียง “ยานพาหนะ” แต่กำลังเลือก “ประสบการณ์” ที่สะท้อนสไตล์ชีวิตของตนเอง
ด้วยเหตุนี้ ไทยยามาฮ่ามอเตอร์จึงเดินหน้าต่อยอดแนวคิดแบรนด์แคมเปญ “FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE...สุดทุกทางต่างทุกฟีล” ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงสโลแกนทางการตลาด แต่เป็นทิศทางการดำเนินธุรกิจทั้งองค์กร ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริการ ไปจนถึงการสร้างคอมมูนิตี้ของผู้ใช้ยามาฮ่าให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ภายใต้ปรัชญา KANDO ที่มุ่งสร้างความประทับใจเกินความคาดหมายให้ลูกค้าในทุกจุดสัมผัส
กลยุทธ์การเติบโตสู่ปี 2569 ถูกวางไว้อย่างชัดเจนผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ การสร้างตลาดใหม่ผ่านกลุ่ม Fashion Moped เพื่อขยายขอบเขตความต้องการของผู้บริโภค การขยายฐานลูกค้าด้วยดีไซน์และเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่าย และการรักษาฐานลูกค้าเดิมผ่านกิจกรรมที่สร้าง Brand Loyalty อย่างยั่งยืน ทั้งหมดดำเนินควบคู่กับ Lifestyle Marketing ที่ทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้ใช้มากกว่าการเป็นเพียงผู้ผลิตรถจักรยานยนต์
ความเคลื่อนไหวทั้งหมดถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 25 มี.ค. ถึง 5 เม.ย.2569 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี ซึ่งไทยยามาฮ่ามอเตอร์ได้เนรมิตบูธภายใต้แนวคิด “YAMAHA THE UNIQUEVERSE” เปรียบเสมือนจักรวาลแห่งความยูนีคที่รวมเอาเทคโนโลยี ดีไซน์ ไลฟ์สไตล์ และอารมณ์ความรู้สึกเข้าไว้ในพื้นที่เดียว
ภายในบูธ ผู้เข้าชมไม่ได้เพียงเดินชมรถจักรยานยนต์ แต่กำลังเดินทางเข้าสู่โลกของแบรนด์ที่มีชีวิต ตั้งแต่นวัตกรรมแห่งอนาคตอย่าง PROTO PHEV และ PROTO HEV ที่พัฒนาระบบขับเคลื่อนผสานพลังงานไฟฟ้าและเครื่องยนต์ เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงได้ถึง 35% ไปจนถึงโมเดลเรือธงรุ่นใหม่อย่าง ALL NEW AEROX SP, TRACER9 GT, TRACER9 GT+ และรถสปอร์ตสายพันธุ์ R Series รุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 70 ปี ที่สะท้อน DNA ความเร้าใจของยามาฮ่าอย่างชัดเจน
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือการขยายขอบเขตของแบรนด์ไปสู่โลกไลฟ์สไตล์ ผ่านกลุ่ม OUTDOOR FASHION SPECIAL EDITION ที่ผสานการใช้งานกับสไตล์การใช้ชีวิตกลางแจ้ง ตอกย้ำว่ารถจักรยานยนต์ไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะ แต่เป็นส่วนหนึ่งของตัวตนผู้ขับขี่ในทุกช่วงชีวิต
บรรยากาศภายในบูธยังเติมเต็มด้วยกิจกรรม อินเตอร์แอ็กทีฟ ประสบการณ์ทดลอง และ YAMAHA Advisor เจเนอเรชันใหม่ที่ช่วยเชื่อมต่อแบรนด์กับผู้เข้าชมอย่างใกล้ชิด ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบเพื่อถ่ายทอด 5 คุณค่าหลักของแบรนด์ ได้แก่ Innovation, Excitement, Confidence, Emotion และ Ties ซึ่งหลอมรวมกันเป็นประสบการณ์ที่ทำให้ผู้ชม “รู้สึก” ได้ถึงคำว่า REVS YOUR HEART อย่างแท้จริง
เมื่อมองภาพรวมทั้งหมด จะเห็นได้ว่าความสำเร็จของไทยยามาฮ่ามอเตอร์ไม่ได้เกิดจากการเร่งยอดขายระยะสั้น แต่เป็นการวางรากฐานระยะยาว ผ่านเทคโนโลยี นวัตกรรม และความเข้าใจมนุษย์ผู้ขับขี่อย่างลึกซึ้ง การเดินหน้ากลยุทธ์ “FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE...สุดทุกทางต่างทุกฟีล” จึงเปรียบเสมือนเข็มทิศที่นำพาแบรนด์ไปสู่อนาคต
ในวันที่อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งพลังงาน ใหม่ การเชื่อมต่อดิจิทัล และการใช้ชีวิตที่หลากหลายมากขึ้น ยามาฮ่ากำลังสร้างคำตอบของตัวเองผ่านการผสานเทคโนโลยีเข้ากับอารมณ์ความรู้สึกของผู้ใช้ และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ชื่อของไทยยามาฮ่ามอเตอร์ยังคงยืนหยัดในฐานะผู้นำเทคโนโลยีสองล้อ พร้อมขับเคลื่อนอนาคตของการเดินทางให้ “สุดทุกทาง ต่างทุกฟีล”.
เจริญสุข ลิมป์บรรจงกิจ
คลิกอ่านคอลัมน์ “The Issue” เพิ่มเติม