
สถานการณ์การสู้รบในอ่าวเปอร์เซีย ไปไกลจนกลายเป็นสงครามแห่งภูมิภาคที่อิหร่านประกาศล่าสุดว่าจะโจมตีสวนสาธารณะในเมืองท่องเที่ยวทุกเมืองในตะวันออกกลางที่ยังคงให้การสนับสนุนสหรัฐฯ และอิสราเอลในการคุกคามอธิปไตยของอิหร่านอยู่
หลังจากที่ตั้งหน้าตั้งตาโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างโรงกลั่นน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในหลายประเทศที่อยู่รอบอิหร่านไปแล้ว
เพราะฉะนั้น เรื่องของราคาน้ำมันและการบริหารจัดการปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้นในวิกฤติสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งนี้
จะไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆที่เดี๋ยวก็จะจากไปแล้ว แต่จะมีเรื่องต้องเตรียมการแก้ปัญหากันอีกยาวในทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันและก๊าซ
ทั้งหมดนี้จึงจำเป็นต้องสั่งการและดำเนินการภายใต้การกำกับดูแลจากนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล และ รมว.มหาดไทยโดยตรง ไม่ใช่ไปรองนายกฯ รมว.คมนาคม หรือ รมว.พลังงาน เป็นผู้รับผิดชอบแทน
ในฐานะคนคุ้นเคยกันมานาน อย่าให้ได้ชื่ออีกเลยว่า บริหารจัดการวิกฤติใดๆไม่เคยสำเร็จ ตั้งแต่ครั้งที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มาจนถึงน้ำท่วมภาคใต้ และวิกฤติพลังงานในคราวนี้
สำคัญที่สุดเลย คุณอนุทินไม่ควรเอาคนที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกันทั้งในทางการเมือง และธุรกิจ (Conflict of Interest) เข้ามาแก้ปัญหาเรื่องน้ำมันหายไปไหน ทำไมจึงไม่ถูกส่งไปยังจังหวัดต่างๆให้ผู้คนมีใช้กันอย่างที่ควรจะเป็นเหมือนๆกับหลายครั้งที่ผ่านมา
กระทั่งต้องมีการตามหาตัวไอ้โม่งที่ฉกเอาน้ำมันซึ่งควรจะผ่านจ๊อบเบอร์ไปสู่ปั๊มน้ำมันทั่วประเทศ แต่กลับเอาไปเข้าโรงงานอุตสาหกรรมหรือปั๊มน้ำมันของตัวเอง ไม่ก็ที่ใดที่หนึ่ง ที่ทำกำไรได้ระหว่างที่รัฐให้การอุดหนุน
กลับมาที่ความจำเป็นต้องให้นายกฯเข้าบริหารจัดการวิกฤติครั้งนี้อย่างจริงจัง ก็เพราะการแก้ปัญหาแบบปกติคงไม่สามารถช่วยเศรษฐกิจประเทศได้ เพราะโรงกลั่น คลังน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติหลายแห่งในตะวันออกกลางถูกทำลายลงไปจำนวนมาก
โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เกิดสงคราม ซึ่งโรงกลั่นส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ทั้งในอิหร่าน และประเทศรอบอ่าวเปอร์เซีย เช่น กาตาร์ โอมาน ยูเออี ดูไบ คูเวต และซาอุดีอาระเบีย ฯลฯ
โรงกลั่นน้ำมันต่างๆเหล่านี้ สร้างขึ้นมาเมื่อ 70-80 ปีแล้ว แต่ละแห่งล้วนลงทุนสูงมากจนไม่มีประเทศใดยอมลงทุนสร้างโรงกลั่นใหม่ๆ
ฉะนั้น ยิ่งมีการยิงขีปนาวุธกันไม่เลิก โรงกลั่นน้ำมันที่มีมูลค่ามหาศาลก็ยิ่งถูกทำลายลง และราคาน้ำมันก็จะยิ่งแพงขึ้น และยากที่จะกลับไปมีราคาต่ำ
สำคัญก็คือ ความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย และประเทศต่างๆจะถดถอยลงตามลำดับ หากไม่มีพลังงานทดแทนใหม่ๆเข้ามา
ถ้ายังคิดแก้ปัญหาแบบเช้าชาม เย็นชาม มองไม่เห็นวิกฤติ หรือทางออกที่จะทำให้ประเทศปรับเปลี่ยนสถานะปัจจุบันสู่โครงสร้างพลังงานใหม่ ประเทศไทยและคนไทยจะลำบาก
เห็นทีจะต้องกลับมา คิดใหม่ ทำใหม่ กันอีกครั้งแล้ว.
มิสไฟน์
คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม