สัญญาณ“ของแพง”เม.ย.69 สินค้าอุปโภคจ่อขยับราคา รู้จัก 9 บริษัทรายใหญ่ ทำไมค่าใช้จ่ายอาจพุ่งทั้งบ้าน

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

สัญญาณ“ของแพง”เม.ย.69 สินค้าอุปโภคจ่อขยับราคา รู้จัก 9 บริษัทรายใหญ่ ทำไมค่าใช้จ่ายอาจพุ่งทั้งบ้าน

Date Time: 23 มี.ค. 2569 10:58 น.

Video

สวยอย่างเดียวไม่พอ เพราะ "เสน่ห์ที่แพงที่สุด" คือการมีเงินของตัวเอง l Money Secret EP.19

Summary

จากสงครามอิหร่าน สู่ราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน กำลังไหลผ่าน ถึงสินค้าใกล้ตัว วิเคราะห์บทบาท 9 บริษัท FMCG รายใหญ่ของไทย และเหตุผลที่การขยับราคาอาจทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่า“ทุกอย่างแพงขึ้นพร้อมกัน”

ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกรณี ความขัดแย้งอิหร่าน-อิสราเอล ภาพที่หลายคนมองเห็น อาจเป็นข่าวการปะทะกันในดินแดนห่างไกล แต่สำหรับประเทศไทย เรื่องนี้กำลังสร้างความวิตกกังวลอย่างมาก เมื่อปัญหากำลัง “ไหลผ่าน” มาสู่เศรษฐกิจจริง

หนึ่งในสัญญาณที่ชัดที่สุดคือ ราคาน้ำมันดิบโลก จากระดับราคาไม่เกิน 80 ดอลลาร์/บาร์เรล ในช่วงก่อนหน้า มาอยู่ในช่วง 95-130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเมื่อพลังงานเป็น “ต้นน้ำของต้นทุน” สิ่งที่ตามมาคือ ต้นทุนสินค้าแทบทุกชนิด จะขยับขึ้นพร้อมกัน ทำให้ตอนนี้ “ราคาของใช้ในบ้าน” กำลังถูกกดดันเงียบ ๆ จากต้นทุนการผลิต ขณะกลุ่มบรรจุภัณฑ์ - พลาสติก - ขวดพลาสติก กระทรวงพาณิชย์รายงานว่าอาจเสี่ยงขาดแคลน ในเดือนเมษายน เพราะปัจจุบันจัดหาได้เพียง 50% ของความต้องการเท่านั้น 

สัญญาณจากผู้ผลิต เมื่อยักษ์ใหญ่เริ่ม “ขยับ”

ย้อนไปไม่กี่วันก่อนหน้า  ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่หลายราย เช่น Unilever, Berli Jucker, F&N Dairies และ Saha Pathanapibul ได้ทยอยส่งหนังสือถึงคู่ค้าในทิศทางเดียวกัน เน้นย้ำปัญหา ต้นทุนเพิ่มขึ้นจากความไม่แน่นอนด้านพลังงานและวัตถุดิบ  โดยสาระสำคัญที่เหมือนกัน คือ

  • เริ่มเห็นแรงกดดันด้านต้นทุนชัดขึ้น
  • บางรายการอาจกระทบตั้งแต่ “เมษายน 2569”
  • มีการ “เพิ่มสต็อกสินค้า” ล่วงหน้า
  • และยังไม่สามารถประเมินได้ว่า สถานการณ์จะยาวแค่ไหน

ซึ่งแม้นี่ไม่ใช่การประกาศขึ้นราคาตรง ๆ แต่เป็น “สัญญาณล่วงหน้า” ว่า ต้นทุนเริ่มตึงตัวจริง และมีความเป็นไปได้ที่จะอั้นต้นทุนไว้ไม่ไหว ก่อนส่งต่อไปยังผู้บริโภค นับหลังจากนี้ 

9 ยักษ์ FMCG ทำไมแค่ขยับนิดเดียว แต่เรารู้สึกทั้งบ้าน

โดยล่าสุด รัฐบาลมีการเรียกผู้ประกอบการรายใหญ่มาหารือเพื่อตรึงราคาสินค้า ซึ่งรายชื่อที่ปรากฏคือ "Big 9" แห่งวงการ FMCG (Fast Moving Consumer Goods) ซึ่งหากบริษัทเหล่านี้ขยับราคาพร้อมกัน อาจเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "แพงยกบ้าน" เพราะสินค้าของพวกเขาแทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันของพวกเราแทบทั้งสิ้น จนอาจเรียกได้ว่ามีบทบาทเป็นผู้กำหนด “ต้นทุนชีวิต” ของคนไทย ซึ่งประกอบไปด้วย 

  • ยูนิลีเวอร์ (Unilever) เบอร์ 1 ธุรกิจ FMCG ประเทศไทย โดย 99% จาก 24.7 ล้านครัวเรือน ใช้ผลิตภัณฑ์ยูนิลีเวอร์ 3ครั้ง/วัน เช่น  บรีส, ซันซิล, โดฟ, คนอร์ และวาสลีน  ครอบคลุมตั้งแต่ห้องน้ำยันห้องครัว 
  • สหพัฒน์ (Saha Pathanapibul) บริษัทเก่าแก่ กว่า 80 ปี มีศูนย์กระจายสินค้าทั่วประเทศมากกว่า 76 จุด และมีบริษัทในเครือนับ 16 บริษัท 200 แบรนด์ มูลค่า Market Cap รวมกันกว่า 1.78 แสนล้านบาท (ณ ปี 2568) ตัวอย่างสินค้า เช่น มาม่า, ผงซักฟอกเปา, สบู่โชกุบุสซึ ,เอสเซ้นซ์ ,ไลปอน เอฟ (น้ำยาล้างจาน) และ ชุดชั้นในวาโก้ (Wacoal) เป็นต้น
  • พีแอนด์จี (P&G) ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรม ที่มีอิทธิพลต่อตลาดสินค้าอุปโภค บริโภค ตัวอย่างสินค้า เช่น แพนทีน, เฮดแอนด์โชว์เดอร์, ดาวน์นี่, ยิลเลตต์, แพมเพิร์ส และ รีจอยส์ เป็นต้น
  • นีโอ (Neo Corporate) รายได้หมื่นล้าน ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าในบ้าน ได้แก่ ไฟน์ไลน์, ดีนี่, บีไนซ์ ถือเป็นแบรนด์ไทยที่แข็งแกร่งในกลุ่มน้ำยาซักผ้าและอาบน้ำ 
  • โอสถสภา (Osotspa) อาณาจักรธุรกิจคู่คนไทย ที่มีสินค้าหลากหลาย ทั้งผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม อย่าง เอ็ม-150 และ  ซี-วิท , กลุ่มของใช้ส่วนบุคคล  เช่น ทเวลฟ์ พลัส ,เบบี้มายด์ และ เอ็กซิท  ,กลุ่มสุขภาพและลูกอม เช่น แบนเนอร์ (Banner) - ลูกอมโอเล่ (Ole) -ยาธาตุ 4 ตรากิเลน และ อุทัยทิพย์ เป็นต้น 
  • บีเจซี (BJC/Big C) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีสินทรัพย์มหาศาล และเป็นส่วนหนึ่งของเครือธุรกิจภายใต้เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี โดยเป็นผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคมากมายที่คุณคุ้นเคย เช่น ขนม เทสโต, โดโซะ, ปาร์ตี้, แคมปัส ,ของใช้ในบ้าน อย่าง กระดาษทิชชู่เซลล็อกซ์ (Cellox), สบู่พฤกษานกแก้ว รวมไป เป็นหนึ่งในผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ (เช่น ขวดแก้ว กระป๋อง) รายใหญ่สำหรับสินค้าอุตสาหกรรมนี้ด้วย 
  • เอฟแอนด์เอ็น (F&N) ผู้นำตลาดธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคในสายอาหารและเครื่องดื่ม เช่น นมข้นหวานมะลิ, ทีพอท, แบร์แบรนด์ และ แมกโนเลีย 
  • เนสท์เล่ (Nestle) บริษัทผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมผลิตภัณฑ์กว่า 25-30 แบรนด์ เช่น เนสกาแฟ, ไมโล, ตราหมี, แม็กกี้ ,น้ำดื่มเนสท์เล่ และ เพียวไลฟ์
  • ดัชมิลล์ (Dutch Mill) บริษัทผลิตนมเปรี้ยวดัชมิลล์, โยเกิร์ต, นมสด ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดนมสูงมาก ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในเครือดัชมิลล์ ยังได้แก่ ดีน่า (D'Na) ,ดีมอลต์ ,อาราบัส และ เนเจอรี่  เป็นต้น

ทำไมเมษายน 69 ถึงเป็น "จุดวัดใจ" 

กระทรวงพาณิชย์ ชี้ว่า หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อจนกระทบต่อการเดินเรือและราคาปิโตรเคมี ผลกระทบจะไม่ได้หยุดแค่ที่ "ราคาน้ำมัน" แต่มันจะลามเข้าสู่ โครงสร้างต้นทุนแฝง ดังนี้ 

  1. บรรจุภัณฑ์ (Packaging): เม็ดพลาสติกที่ใช้ทำขวดแชมพู ซองมาม่า หรือฟิล์มถดถนอมอาหาร มีน้ำมันเป็นวัตถุดิบหลัก เมื่อน้ำมันแพง บรรจุภัณฑ์ก็แพงตาม
  2. ระบบโลจิสติกส์: การขนส่งสินค้าจากโรงงานสู่ห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศมีต้นทุนน้ำมันดีเซลเป็นตัวขับเคลื่อน
  3. ภาวะขาดแคลน: หากน้ำมันในประเทศมีปัญหาการกระจายตัว จะเกิดภาวะสินค้าขาดสต็อก (Out of Stock) ซึ่งมักตามมาด้วยการปรับราคาตามกลไกตลาด

"เงินเฟ้อรอบใหม่" ที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว

ทั้งนี้ การที่รัฐบาลเชิญ 9 บริษัทยักษ์ใหญ่มาพูดคุย สะท้อนให้เห็นว่านี่คือ "จุดยุทธศาสตร์" ของค่าครองชีพ หากยักษ์ใหญ่เหล่านี้อั้นต้นทุนไม่ไหวและเริ่มขยับราคาในช่วงเดือนเมษายน 2569 ตามที่มีการคาดการณ์ มันจะไม่ใช่แค่การจ่ายเงินเพิ่มขึ้น 1-2 บาทต่อชิ้น แต่จะเป็นการเพิ่มขึ้นของรายจ่าย "ทั้งตะกร้าสินค้า"

ซึ่งเมื่อ "ของแพงขึ้นทั้งบ้าน" เกิดขึ้นพร้อมกัน มันไม่ใช่แค่เรื่องการประหยัด แต่มันคือสัญญาณของเงินเฟ้อที่ฝังตัวลึกในเชิงโครงสร้าง ในวันที่ต้นทุนพลังงานกลายเป็นตัวกำหนดราคาอาหารและของใช้ส่วนตัว เราอาจต้องเริ่มวางแผนรับมือกับ "New Normal" ของราคาสินค้าที่อาจไม่กลับไปจุดเดิมอีกต่อไป

สิ่งที่ต้องจับตาดูกันต่อ คือ มาตรการของรัฐและการบริหารจัดการต้นทุนของ 9 บริษัทยักษ์ใหญ่ จะช่วยชะลอแรงกระแทกนี้ได้นานแค่ไหน ภายใต้ความเปราะบางของเศรษฐกิจไทย และรายได้ที่ยังไม่โตเท่าค่าครองชีพ ซึ่งถ้าเกิด Cost-push Inflation รอบใหม่แรงกดดันจะตกที่ “กำลังซื้อ” โดยตรง และกระทบไปถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะถัดไปด้วย.

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney 



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ