สงครามอิหร่าน ดันราคาวัสดุก่อสร้างพุ่ง 5-8% หวั่นสัญญาสร้างบ้านแพงขึ้น รับเหมาย่อย เสี่ยง"ทิ้งงาน"

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

สงครามอิหร่าน ดันราคาวัสดุก่อสร้างพุ่ง 5-8% หวั่นสัญญาสร้างบ้านแพงขึ้น รับเหมาย่อย เสี่ยง"ทิ้งงาน"

Date Time: 19 มี.ค. 2569 09:41 น.

Video

วิธีคิดแบบ Dyson ทำยังไง ให้บริษัทไปได้ไกลกว่าขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ? | Digital Frontiers EP.57

Summary

อยากมีบ้านตอนนี้ พร้อมจ่ายแพงขึ้นไหม?  สงครามอิหร่าน ดันวัสดุก่อสร้างพุ่ง 5-8% สัญญาจ่อขยับราคา ลามถึงวิกฤติผู้รับเหมา “ทิ้งงาน” เพราะแบกต้นทุนแทนไม่ไหว เปิดกลยุทธ์ "ตั้งรับ" คนอยากมีบ้าน

Latest


ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านต้นปี 2569 ดูเหมือนจะไปได้สวยด้วยยอดเซ็นสัญญาที่โตขึ้น 10% สะท้อนว่าคนไทยยังอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ความร้อนแรงนี้กำลังถูกเบรกด้วยปัญหา “ของแพง” จากความขัดแย้งระหว่าง สหรัฐฯ - อิหร่าน - อิสราเอล ซึ่งได้กลายเป็นปัจจัยลบหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างราคาน้ำมัน และห่วงโซ่อุปทานในไตรมาสที่ 2

วิเคราะห์ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง

ภาคอุตสาหกรรมรับสร้างบ้านกำลังเผชิญกับภาวะที่เรียกว่า "ต้นทุนแฝงพุ่งทะยาน" ซึ่งมาเร็วและแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยมีปัจจัยกดดัน 2 ด้านหลัก 

  • ห่วงโซ่อุปทานชะงัก (Supply Chain Disruption): วัตถุดิบต้นน้ำหลายอย่างต้องนำเข้า เมื่อเส้นทางเดินเรือในพื้นที่ขัดแย้งมีปัญหา ทำให้เกิดการขาดแคลนวัตถุดิบ (Raw Material Shortage) อย่างกะทันหัน
  • Logistics Surge: ราคาน้ำมันที่ผันผวนไม่ได้กระทบแค่ค่าเติมน้ำมันรถ แต่กระทบ "ค่าระวางเรือ" และ "ค่าขนส่งวัสดุ" จากโรงงานสู่หน้างาน ซึ่งเป็นต้นทุนตัวร้ายที่มองไม่เห็นในตอนแรก

ล่าสุด สมาคมไทยรับสร้างบ้าน (THBA) โดย “นิรัญ โพธิ์ศรี” นายกสมาคม  เตือนถึง "ปรากฏการณ์โดมิโน" หากสถานการณ์ลากยาว ผู้ประกอบการรายเล็กอาจขาดสภาพคล่อง เพราะอำนาจต่อรองต่ำ ส่วนรายใหญ่แม้จะสต็อกของไว้ แต่กำไรจะถูกกัดกินจนแผนขยายตัวในอนาคตสะดุด


ผลกระทบลาม “คนกำลังสร้างบ้าน”

จากประเด็นดังกล่าว หากเราเป็นคนที่กำลังวางแผนหรือกำลังก่อสร้างบ้านในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 นี้ นี่คือความจริงที่อาจต้องเผชิญ 

  • ราคาวัสดุจ่อปรับขึ้น 5-8% เตรียมใจพบกับการปรับราคา "อิฐ หิน ปูน ทราย" และวัสดุสำเร็จรูป เนื่องมาจากต้นทุนพลังงานและการฉวยโอกาสปรับราคาน้ำมันในบางจุด
  • ภาวะ "ทิ้งงาน" จากผู้รับเหมารายย่อย นี่คือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับเจ้าของบ้าน ผู้รับเหมาที่รับงานในราคาเดิม (Fixed Cost) โดยไม่ได้เผื่อความเสี่ยงไว้ อาจแบกรับต้นทุนไม่ไหวจนต้องหยุดงานหรือปิดตัวลง กระทบต่อความเชื่อมั่นและระยะเวลาส่งมอบบ้าน
  • สัญญาจ้างที่ "ยืดหยุ่น" (แต่แพงขึ้น) ในอนาคตอันใกล้ บริษัทรับสร้างบ้านอาจเริ่มใช้ Escalation Clause หรือข้อกำหนดการปรับราคาตามความผันผวนของวัสดุ ซึ่งหมายความว่าราคาที่คุณเห็นในใบเสนอราคา "อาจไม่ใช่ราคาสุดท้าย" หากสถานการณ์โลกยังไม่นิ่ง

"คาดไม่ถึงว่าแรงกระแทกจะมาถึงเร็วขนาดนี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่มันกำลังแทรกซึมเข้ามาอยู่ในทุกอิฐ หิน ปูน ทราย ที่เรากำลังใช้ก่อสร้าง" 

"หากสถานการณ์ยังไม่มีทีท่าจะยุติ และรัฐบาลไม่มีมาตรการเข้ามาช่วยพยุงราคาพลังงานหรือบริหารจัดการต้นทุนวัสดุก่อสร้าง คาดว่าอาจเห็นภาพผู้ประกอบการทยอยปิดตัวลง ซึ่งจะส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในระยะยาว" 

กลยุทธ์ "ตั้งรับ" สำหรับคนอยากมีบ้าน


เพื่อให้ฝันในการสร้างบ้านไม่กลายเป็นฝันร้าย สมาคมฯ ได้ให้แนวทางที่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการต้องปรับตัวร่วมกัน 

  1. Lock ราคาให้ไว: หากตัดสินใจจะสร้างแล้ว การเซ็นสัญญาและสั่งซื้อวัสดุล่วงหน้า (ล่วงหน้า 1-3 เดือน) คือวิธีบริหารความเสี่ยงที่ดีที่สุด
  2. เช็ก "สุขภาพการเงิน" ของบริษัทรับสร้างบ้าน: เลือกบริษัทที่มีความมั่นคงและมีธรรมาภิบาลสูง เพื่อลดความเสี่ยงจากการโดนทิ้งงานในยามวิกฤต
  3. การสื่อสารคือหัวใจ: เตรียมพร้อมสำหรับการพูดคุยเรื่องการปรับแผนหรือระยะเวลาทำงาน หากวัสดุบางอย่างขาดตลาดจากปัญหาโลจิสติกส์โลก

ปี 2569 คือปีที่ "ปัจจัยภายนอก" ทรงอิทธิพลเหนือ "ปัจจัยภายใน" แม้ดีมานด์ในประเทศจะแข็งแกร่ง แต่ความเปราะบางของต้นทุนพลังงานโลกกำลังบีบให้ทั้งผู้สร้างและผู้ซื้อต้อง "ประคองตัว" ผ่านช่วงไตรมาส 2 นี้ไปให้ได้ โดยมี "การบริหารความเสี่ยง" เป็นเสาเข็มต้นสำคัญที่สุดของบ้าน เพราะ  ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ในวันนี้ อาจหมายถึงภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว หากเราไม่รีบปรับกลยุทธ์รับมือตั้งแต่วันนี้ 

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https:// www.facebook.com/ThairathMoney





Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ