
เจาะลึกเบื้องหลังโรงเรียนที่ปั้น "หัวกะทิ" ให้กลายเป็นนวัตกรระดับโลก กับหลักสูตรสุดเข้มข้นที่คัดสรรเด็กเก่งเพียงหยิบมือต่อปี เพื่อสร้างรากฐาน Deep Tech ที่แข็งแกร่งให้ประเทศไทย
ดราม่าการสอบเข้า โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ที่ผ่านมา ทำให้สังคมกลับมาพูดถึงภาพเดิมของระบบการศึกษาไทยอีกครั้ง หลังจากเด็กนับหมื่นคน (13,895 คน ) แห่สมัครสอบ แต่ที่นั่งมีเพียงหลักพัน (1,520 คน)
ตัวเลขการแข่งขันระดับ 1 ต่อ 9.14 สะท้อนความจริงอย่างหนึ่งว่าโรงเรียนบางแห่งได้กลายเป็นสนามแข่งขันของเด็กเก่งทั้งประเทศ
แต่หากมองให้กว้างกว่าดราม่าหน้าสนามสอบ เรื่องนี้ยังเปิดคำถามสำคัญอีกข้อหนึ่งด้วยประเทศไทยกำลัง “คัดเลือกและพัฒนาเด็กเก่ง” อย่างไรและเพื่อเป้าหมายแบบไหนในอนาคต
เพราะนอกจากเส้นทางของโรงเรียนดังในเมืองหลวงแล้ว ยังมีอีกโมเดลหนึ่งของการคัดเลือก “หัวกะทิ” ที่หลายคนอาจไม่คุ้นชื่อมากนัก แต่เป็นต้นทางของสมอง Deep Tech ไทย นักวิทยาศาสตร์และงานวิจัยระดับโลก
โรงเรียนแห่งนี้คือ โรงเรียนกำเนิดวิทย์ โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายแบบประจำ (ม.4-ม.6) ตั้งอยู่ที่ อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง โรงเรียนแห่งนี้มีขนาดเล็กมาก หากเทียบกับโรงเรียนมัธยมทั่วไป
กล่าวอีกแบบหนึ่งคือ เด็กที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามาได้ในแต่ละปี มีเพียง 72 คนจากทั้งประเทศ แต่สิ่งที่ทำให้โรงเรียนแห่งนี้แตกต่าง ไม่ใช่แค่จำนวนที่นั่งหากเป็น แนวคิดในการก่อตั้ง
โรงเรียนกำเนิดวิทย์ถูกจัดตั้งขึ้นโดย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โดยมีเป้าหมายชัดเจนไม่ใช่เพียงเพื่อสร้างเด็กเก่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยแต่เพื่อ สร้างนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และนักนวัตกรรมของประเทศ
แนวคิดหลักของโรงเรียนกำเนิดวิทย์ คือการพัฒนาเด็กที่มีความสามารถพิเศษด้าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ โดยออกแบบการเรียนรู้ให้ใกล้เคียงกับโรงเรียนวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลก ลักษณะสำคัญของโรงเรียน ได้แก่
นักเรียนต้องเรียนรายวิชารวมไม่น้อยกว่า 86.5 หน่วยกิต ตลอดหลักสูตรพร้อมรายวิชาเพิ่มเติมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจำนวนมาก
แต่เป้าหมายไม่ใช่แค่ให้เรียนเก่งในห้องเรียน แต่เพื่อพัฒนาไปสู่บทบาทในอนาคต เช่น
หรือผู้ที่สามารถสร้างองค์ความรู้ใหม่ให้กับประเทศ
อีกจุดที่ทำให้โมเดลนี้แตกต่าง คือ นักเรียนทุกคนได้รับทุนการศึกษา โรงเรียนมีนโยบายสนับสนุนค่าใช้จ่ายตามความจำเป็น เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กที่มีความสามารถด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์จากทุกภูมิภาคของประเทศได้เข้าถึงการศึกษาไม่ว่าจะมาจากครอบครัวฐานะใด
แนวคิดนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานสำคัญว่า “ความสามารถทางวิทยาศาสตร์อาจกระจายอยู่ทุกพื้นที่ของประเทศ เพียงแต่ต้องมีระบบค้นหาและพัฒนา”
ในมุมเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่ มีคำหนึ่งที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ คือ Human Capital ทุนมนุษย์ แนวคิดนี้มองว่า ความรู้ ความสามารถ และทักษะของคน คือทรัพยากรสำคัญที่สุดของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น
ทั้งหมด กำลังกลายเป็นหัวใจของการแข่งขันระดับโลก ฉะนั้น ประเทศที่มี นักวิทยาศาสตร์และนักนวัตกรรมจำนวนมาก ย่อมมีโอกาสสร้างเทคโนโลยีของตนเองได้มากกว่า ในมุมนี้ โรงเรียนกำเนิดวิทย์จึงถูกออกแบบให้เป็นเหมือน ต้นทางของกำลังคนด้าน Deep Tech ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษา
หากมองภาพรวมของระบบการศึกษาไทย โรงเรียนอย่าง โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา มีบทบาทสำคัญในฐานะพื้นที่รวมตัวของเด็กเก่งจากทั่วประเทศ เพื่อมุ่งสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำ
ขณะที่โรงเรียนอย่าง โรงเรียนกำเนิดวิทย์ ถูกออกแบบให้เป็นอีกเส้นทางหนึ่ง เส้นทางของการพัฒนานักวิทยาศาสตร์ตั้งแต่ระดับมัธยมปลาย สองโมเดลนี้จึงไม่ได้เป็นการแข่งขันกัน แต่สะท้อนให้เห็นว่า ระบบการศึกษาของประเทศกำลังมีรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อรองรับศักยภาพของเด็กในหลายด้าน
ดราม่าการแข่งขันสอบเข้าโรงเรียนดังอาจเป็นเพียงภาพหนึ่งของระบบการศึกษา แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันทำให้สังคมหันกลับมาถามคำถามที่ใหญ่กว่าเดิมว่า
หาก “เด็กเก่ง” คือทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของประเทศ ประเทศไทยกำลังสร้าง เส้นทางการเติบโตให้กับเด็กเหล่านั้นกี่แบบ บางคนอาจเดินเข้าสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำ บางคนอาจกลายเป็นนักวิจัยในห้องแล็บ บางคนอาจเป็นผู้สร้างเทคโนโลยีใหม่ และในบรรดาเส้นทางเหล่านั้น โรงเรียนเล็ก ๆ ที่ระยอง ซึ่งรับนักเรียนเพียง 72 คนต่อปี อาจเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์สำคัญของอนาคตเศรษฐกิจไทยก็เป็นได้.
ที่มา : กำเนิดวิทย์
ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney