
"รัชชพร พูลสวัสดิ์"นั่งแท่นกงสุลกิตติมศักดิ์สวิตเซอร์แลนด์คนแรกของไทย ชูวิสัยทัศน์ดึงเม็ดเงินนักลงทุนยุโรปยกระดับ 3 เกาะสุราษฎร์ธานีสู่โกลบอลเดสติเนชัน โชว์ตัวเลขนักท่องเที่ยวปี 2568 พุ่งกระฉูดลบภาพโลว์ซีซั่น โกยตลาด "อเมริกา-ออสเตรเลีย" และกลุ่มไพรเวทเจ็ททะลักเกาะสมุย
นายรัชชพร พูลสวัสดิ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(สทท.) เปิดเผยว่า ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์สมาพันธรัฐสวิส ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีเขตอำนาจครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัด ซึ่งได้มีการประกาศลงราชกิจจานุเบกษาไปเมื่อเร็วๆ นี้ นับเป็นคนไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ตลอดระยะเวลา 95 ปีที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลสวิตเซอร์แลนด์ จากเดิมที่ตำแหน่งนี้จะสงวนไว้แต่งตั้งเฉพาะชาวสวิสเท่านั้น
เบื้องหลังความไว้วางใจเกิดจากการทำงานประสานหน่วยงานรัฐเพื่อดูแลชาวต่างชาติมาอย่างต่อเนื่อง จนได้รับการเสนอชื่อจากนางเฮเลเน บุดลิเกอร์ อาร์ติเอดา อดีตเอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทย ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการโดยนายเปโดร สวาห์เลน เอกอัครราชทูตสมาพันธรัฐสวิสประจำประเทศไทยคนปัจจุบัน
“ภารกิจหลักคือการดูแลชาวสวิสที่เดินทางเข้าไทย เช่นปีที่ผ่านมามีกว่า 180,000 คนนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีระยะเวลาพำนักเฉลี่ยนานถึง 22 วันต่อทริป โดยเฉพาะในพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า มีชุมชนชาวสวิสที่แข็งแกร่งมาก ทั้งในฐานะนักลงทุน เจ้าของธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และกลุ่มผู้เกษียณอายุ ที่เข้ามาสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนมหาศาลในระดับฐานราก”
นอกจากนี้ ยังมีแผนจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อกระตุ้นการลงทุนระหว่างสองประเทศ รวมถึงการนำจุดแข็งด้านโรงเรียนบริหารจัดการโรงแรม (Hospitality School) ระดับท็อปของโลกจากสวิส มาร่วมพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวของไทยให้มีมาตรฐานระดับเวิล์ด คลาส
.ทุบสถิติ 3 เกาะ”สมุย-พะงัน-เต่า“ไร้โลว์ซีซั่น
นายรัชชพล กล่าวว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ในปี 2568 ถือว่าเติบโตอย่างก้าวกระโดดสวนทางกับภาพรวมของประเทศ โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าพื้นที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 7-8% ขณะที่เกาะพะงันและเกาะเต่าพุ่งสูงถึง 20% สิ่งที่น่ายินดีคือปัจจุบันทั้ง 3 เกาะสามารถทำลายข้อจำกัดเรื่องฤดูกาลท่องเที่ยวจนแทบจะไม่มีช่วง Low Season อีกต่อไป เนื่องจากการมีนักท่องเที่ยวหลากหลายชาติตามช่วงเวลาต่างๆ อย่างเช่นในเดือนกันยายนซึ่งปกติเป็นช่วงโลว์ซีซั่น กลับมีกลุ่มนักท่องเที่ยวอิสราเอลเดินทางเข้ามาพักผ่อนยาวในช่วงวันหยุดสำคัญทางศาสนา ช่วยพยุงเศรษฐกิจจนบางครั้งเหมาจองโรงแรมระดับ 4-5 ดาวเต็ม 100% ทั้งโรงแรม
กลุ่มตลาดหลักอย่าง เยอรมนี อังกฤษ และฝรั่งเศสแล้ว ปีนี้ยังมีปรากฏการณ์ที่น่าจับตาคือการหลั่งไหลของตลาดออสเตรเลียที่เดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก อานิสงส์จากการเปิดเส้นทางบินตรงของสายการบินสกู๊ต (Scoot) ที่โค้ดแชร์ร่วมกับสิงคโปร์แอร์ไลน์ บินจากสิงคโปร์เข้าสมุยถึงวันละ 4-5 เที่ยวบิน ผนวกกับกระแสจากซีรีส์ระดับโลก The White Lotus ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มสหรัฐอเมริกา ให้บินเข้ามาผ่านฮับสิงคโปร์เป็นจำนวนมากเช่นกัน
นอกจากนี้ การเชื่อมโยงฮับการบินระหว่างภูเก็ตและสมุยก็คึกคักสุดขีด โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์สได้เพิ่มเที่ยวบินเชื่อม 2 เมืองท่องเที่ยวหลักเป็นวันละประมาณ 8 เที่ยวบิน จากเดิมก่อนโควิดที่มีเพียงวันละ 3 เที่ยวบิน เพื่อรองรับดีมานด์มหาศาล ยิ่งไปกว่านั้น ตลาดกลุ่มอัลตร้าลักชัวรีจากยุโรปที่เดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว (Private Jet) ก็เติบโตจนลานจอดเครื่องบินแน่นขนัด ส่งผลให้สนามบินสมุยเตรียมแผนก่อสร้างอาคารผู้โดยสารส่วนบุคคล (Private Terminal) เพื่อรองรับมหาเศรษฐีกลุ่มนี้โดยเฉพาะ
.ชูสมุย World Class ดัน "มารีน่า-ท่าเรือครุยส์"
นายรัชชพร กล่าวว่า ด้วยศักยภาพของเกาะสมุยที่ก้าวสู่จุดหมายปลายทางระดับลักชัวรี ทิศทางการพัฒนาจึงควรมุ่งเน้นสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) โครงการเมกะโปรเจกต์สำคัญที่ควรเร่งผลักดันคือ ท่าเรือสำราญ (Cruise Terminal) และท่าเรือยอร์ช (Marina) ซึ่งเคยผ่านการอนุมัติในหลักการสมัยอดีตนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน และได้รับความสนใจจากเอกชนชั้นนำ 4-5 รายรวมถึงบางกอกแอร์เวย์ส แต่กลับหยุดชะงักไปเพราะการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลชุดปัจจุบันเร่งสานต่อเพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ World Class Destination และเปิดรับเม็ดเงินมหาศาล
อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะสดใสเพียงใด แต่ปัญหาใหญ่ที่เป็นคอขวดบั่นทอนความเชื่อมั่นคือ โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะวิกฤติจราจรติดขัด ด้วยถนนรอบเกาะที่คับแคบและไม่มีทางสำรอง เมื่อเกิดอุบัติเหตุจะส่งผลกระทบเป็นโดมิโนทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปขึ้นเครื่องหรือเรือไม่ทัน ซึ่งตนได้เคยเสนอแนวทางสร้างถนนบายพาส (Bypass) หรือเส้น Ring Road ใหม่ควบคู่เส้นทางปั่นจักรยาน ต่ออดีตนายกฯ เศรษฐา ไปแล้ว รัฐบาลจึงควรเร่งบูรณาการโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบจราจรและจัดการขยะ ควบคู่ไปกับการดันเมกะโปรเจกต์ เพื่อไม่ให้คอขวดเหล่านี้กลายเป็นอุปสรรคขัดขวางการเติบโตในระยะยาว