ดิ้นรับมือ “ทรัมป์” ป่วนโลก!!

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ดิ้นรับมือ “ทรัมป์” ป่วนโลก!!

Date Time: 5 มี.ค. 2569 04:29 น.

Summary

“ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก” เหมาะกับสถานการณ์โลก และไทยขณะนี้ที่สุด หลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” ขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ และดำเนินนโยบายต่างๆ ป่วนโลก!!

Latest

เจาะลึก 5 เสือ เจ้าตลาดน้ำมันไทย ใครเป็นใคร? ในวันที่ช่องแคบฮอร์มุซระอุ - ราคาน้ำมันขยับ

“ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก” เหมาะกับสถานการณ์โลก และไทยขณะนี้ที่สุด หลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” ขึ้นเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ และดำเนินนโยบายต่างๆ ป่วนโลก!!

เพราะในขณะที่ทั่วโลกยังชุลมุนวุ่นวายไม่จบกับการแก้ปัญหาและรับมือ “มาตรการภาษีทรัมป์” มาวันนี้ก็ต้องดิ้นพล่านหาทางแก้ปัญหาเพิ่มเติม หลังจากทรัมป์ อิสราเอล และพันธมิตรในตะวันออกกลาง โจมตีอิหร่าน จนผู้นำและผู้บริหารระดับสูงเสียชีวิตกว่า 40 คนยังไม่นับพลเรือนอิหร่านที่บาดเจ็บ ล้มตายอีกมาก ขณะที่อิหร่านสวนกลับทันควัน ทิ้งบอมบ์ฐานทัพเรือสหรัฐฯในหลายประเทศ

สถานการณ์นี้ทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะตะวันออกกลางเป็นแหล่งผลิตและส่งออกน้ำมันใหญ่สุดของโลก แม้กลุ่ม OPEC+ โดยซาอุดีอาระเบีย และรัสเซีย ประชุมฉุกเฉินเมื่อวันที่ 1 มี.ค.69 และมีมติปรับเพิ่มการผลิตน้ำมันดิบอีก 260,000 บาร์เรล/วัน เริ่มเดือน เม.ย.นี้

แต่ไม่น่าเพียงพอรองรับปริมาณน้ำมันที่จะหายไปจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ หรือแม้ไม่ปิด แต่ก็เสี่ยงจากการถูกโจมตีเกินกว่าที่เรือขนส่งน้ำมันจะใช้เป็นเส้นทางขนส่งเช่นเดิม

หลายฝ่ายคาดว่า หากสู้รบยืดเยื้อนับเดือน หรือปิดฮอร์มุซจนขนส่งไม่ได้ ราคาน้ำมันดิบจะพุ่งขึ้นไปกว่า 125 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล จากก่อนการสู้รบ ไม่ถึง 70 เหรียญ/บาร์เรล

สำหรับไทยยังไม่ทันได้วางแผนรับมือภาษีทรัมป์ที่จะทยอยออกมาเป็นชุดๆ หลังพ้น 150 วัน ก็ต้องมาดิ้นรับมือราคาน้ำมันที่จะสูงขึ้น จนกระทบต่อต้นทุนการขนส่ง การผลิตสินค้า และค่าครองชีพคนไทย รวมถึงกระทบการส่งออก ภาคการผลิต แรงงานในภาคการผลิต และในที่สุดจะทำให้เศรษฐกิจทรุดลง

สภาพัฒน์ ประเมินว่า ผลกระทบตะวันออกกลางจะทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้เติบโตลดลงเหลือ 1.3-1.6% จากเดิมคาด 2% หากยืดเยื้อเกิน 1 เดือน และปิดช่องแคบฮอร์มุซจนขนส่งไม่ได้

แม้รัฐบาลเตรียมรับแรงกระแทกจากวิกฤติตะวันออกกลางด้านต่างๆไว้แล้ว และนายกรัฐมนตรี สั่งการให้ทุกหน่วยงาน “คว้าโอกาสประเทศไทยจากวิกฤติครั้งนี้” แต่สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย วิเคราะห์ว่า การสู้รบรอบนี้ เป็น “ความเสี่ยงระดับสูง” ของเศรษฐกิจไทย สุญญากาศการคลังช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล กลายเป็นข้อจำกัดด้านงบประมาณ

หนี้สาธารณะที่ใกล้เต็มกรอบวินัยการคลัง อาจทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไม่สามารถอุดหนุนราคาน้ำมันได้ ประชาชนต้องรับค่าครองชีพที่สูงขึ้น ส่งผลต่อความเชื่อมั่น และไทยอาจถูกลด Credit Rating ทำให้ต้นทุนการกู้เงินสูงขึ้น ขณะที่แบงก์ชาติยากลำบากในการปรับดอกเบี้ยสกัดบาทอ่อน เพราะกำลังซื้อในประเทศอ่อนแอเกิน การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางหายไป ส่งผลต่อโรงแรม ขนส่ง และค้าปลีกอย่างรุนแรง

“วิกฤติซ้อนวิกฤติ” นี้ เป็นสิ่งพิสูจน์ฝีมือรัฐบาลใหม่ ภายใต้การนำของ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” และ “รัฐมนตรีมืออาชีพ” ถ้าทำสำเร็จ พลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย จนคนไทยอยู่ดีกินดีคงได้อยู่ยาว!!

ฟันนี่เอส


คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ