
สรุป 20 จุดตายสงครามอิหร่านเมื่อเส้นเลือดใหญ่โลกอาจถูกตัดขาดไทยจะรอดหรือร่วง? เศรษฐกิจการลงทุนทองหุ้นราคาน้ำมันและราคาสินค้าจะไปทางไหน
การจากไปของ "อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี" ผู้นำสูงสุดอิหร่าน จากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ไม่ใช่เพียงฉากทัศน์สงครามในหน้าจอโทรทัศน์อีกต่อไป แต่นักวิเคราะห์คาดกันว่า นี่คือ "โดมิโนยักษ์" ที่กำลังล้มฟาดใส่เศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึง “ประเทศไทย” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วย
โดยหลังจาก 28 ก.พ.2026 โลกก้าวเข้าสู่ภาวะ "สงคราม" สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลได้ร่วมกันเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ และความขัดแย้งถูกใช้เป็นหมากต่อรองที่เดิมพันด้วยชีวิตและความเป็นอยู่ของคนทั้งโลกนั้น
ล่าสุดประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” ผู้นำสหรัฐฯ ออกมาให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าสื่อของอังกฤษว่า ปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน อาจใช้เวลานานถึง 4 สัปดาห์
ภายใต้ “ฝันร้าย" ที่นักวิเคราะห์ทั่วโลกภาวนาไม่ให้เกิด คือความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะตัดสินใจ กดปุ่ม "Shockwave" ประกาศปิด "ช่องแคบฮอร์มุซ" เพื่อใช้เป็นเครื่องมือตอบโต้พันธมิตรตะวันตก ซึ่งอาจส่งผลให้เส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลกหยุดชะงักลงทันที!
อย่างไรก็ตาม แม้ทางการอิหร่านจะยังกั๊กท่าทีเรื่องการปิดช่องแคบอย่างเป็นทางการ โดยรัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน ได้ออกมายืนยันแล้วว่า อิหร่านไม่มีความคิดที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้สถานการณ์สงครามจะยังคงดุเดือดก็ตาม แต่สิ่งที่ปฎิเสธไม่ได้เลย คือ เตหะรานเคยขู่ว่าจะปิดกั้นเส้นทางเดินเรือที่แคบนี้มานานหลายปี หากถูกโจมตี ทำให้เส้นเลือดใหญ่ของพลังงานโลกเส้นนี้กลายเป็น "พื้นที่สีแดง" ที่ไม่มีใครกล้าเสี่ยง
ทั้งหมดสะท้อนว่าข่าวสงคราม ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด และกำลังสะเทือนถึงโครงสร้างต้นทุนชีวิตของคนไทยด้วย โดยนี่คือ 20 ข้อสรุปจากเหตุการณ์ “สงครามอิหร่าน” ที่คนไทยต้องรู้และเตรียมรับมือ อ้างอิงจากการวิเคราะห์ของนักเศรษฐศาสตร์ และที่ปรึกษาการลงทุนในประเทศ ดังนี้
1.การประกาศสงครามทางเศรษฐกิจ: การปิดช่องแคบฮอร์มุซ อาจเกิดขึ้น ซึ่งจะไม่ใช่แค่มาตรการป้องกันตัว แต่คือการตอบโต้อย่างรุนแรงต่อการสังหารผู้นำสูงสุด และเพื่อตัดกำลังเศรษฐกิจพันธมิตรสหรัฐฯ ในภูมิภาค
2."ปิดจริง" ไม่ใช่แค่ขู่: รายงานจากกองเรือพาณิชย์ระบุว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้กระจายเสียงเตือนห้ามเรือทุกชนิดผ่านพื้นที่โดยเด็ดขาด ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันจำนวนมากต้องหยุดนิ่งหรือหันหลังกลับทันที
3.สุญญากาศอำนาจในอิหร่าน: แม้ผู้นำสูงสุดจะเสียชีวิต แต่นักวิชาการมองว่าสภาความมั่นคงอิหร่านยังคงทำงานอย่างเป็นเอกภาพในการรุกกลับผ่านยุทธวิธีปิดช่องแคบ เพื่อบีบให้สังคมโลกกดดันสหรัฐฯ
4.ความเสี่ยงสงครามลาม: การที่อิหร่านยิงมิสไซล์ตอบโต้ฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายประเทศ (กาตาร์, ยูเออี, ซาอุฯ) ทำให้ความขัดแย้งไม่ได้อยู่แค่ในอิหร่าน แต่อาจกลายเป็น "สงครามภูมิภาค" เต็มรูปแบบ
5.บทบาทของจีนคือตัวแปร: จีนนำเข้าน้ำมันผ่านจุดนี้มหาศาล หากการปิดยืดเยื้อ จีนอาจต้องขยับตัวเข้าแทรกแซงเพื่อปกป้องผลประโยชน์ตนเอง ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนของสถานการณ์
6. พายุราคาน้ำมัน: นักวิเคราะห์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) อาจทะยานทดสอบ $100-$110 ต่อบาร์เรลในระยะสั้นจากภาวะตระหนก (Panic) ขณะราคาน้ำมันดิบ Brent ล่าสุด เพิ่มขึ้น 9% แตะ 79.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
7. เข็มไมล์น้ำมันสำรองไทย: กระทรวงพลังงานยืนยันไทยมีน้ำมันสำรองรวม 7,795 ล้านลิตร (ใช้ได้ 61 วัน) แต่ปัญหาคือ "ราคา" ที่จะปรับตัวขึ้นตามตลาดโลกตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคมนี้เป็นต้นไปหรือไม่
8. LNG ขาดช่วง: กาตาร์ส่งออกก๊าซธรรมชาติ (LNG) ผ่านที่นี่เกือบ 20% ถ้าปิด วิกฤติพลังงานลามถึงไฟฟ้าแน่นอน
9. ค่าไฟ Ft จ่อพุ่ง: ไทยนำเข้า LNG สูง และราว1ใน 5 มาจากกาตาร์ ใช้ผลิตไฟฟ้า เมื่อต้นทุน LNG นำเข้าแพงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ภาระค่าไฟของคนไทยในงวดถัดไปจะหลีกเลี่ยงไม่ได้
10. การปรับตัวของ ปตท.: ต้องจับตาแผนการหาแหล่งพลังงานทดแทนจากภูมิภาคอื่น เช่น แอฟริกา หรือ อเมริกา ซึ่งจะมีค่าขนส่งที่สูงกว่าเดิมมาก
11. เงินเฟ้อพุ่งพรวด: ราคาน้ำมันคือ "ต้นทุนตั้งต้น" ของทุกสิ่ง ตั้งแต่ค่าขนส่งผักสดไปจนถึงค่าตั๋วเครื่องบิน เตรียมใจพบกับราคาสินค้าปรับตัวขึ้นยกแผง และอาจทำให้ ธปท. ลดดอกเบี้ยได้ยากขึ้น
12. ส่งออกไทยติดหล่ม: ตลาดตะวันออกกลางคือตลาดสำคัญของไทย สินค้าไทยที่ต้องไปลงท่าเรือ Jebel Ali (ยูเออี) จะหยุดชะงัก กระทบรายได้เข้าประเทศ
13. ค่าเงินบาทอ่อนค่า: การนำเข้าน้ำมันที่แพงขึ้นทำให้ไทยเสียดุลการค้า ส่งผลให้เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าลงไปแตะ 36.50 - 37.00 บาท/ดอลลาร์
14. การประชุม สมช. ด่วน: รัฐบาลไทยเรียกประชุมความมั่นคงและเศรษฐกิจเพื่อวางแผน "รับแรงกระแทก" ซึ่งอาจรวมถึงการใช้กองทุนน้ำมันอุดหนุนราคาอีกครั้ง
15. จิตวิทยา "ตุนสินค้า": ความกังวลเรื่องสงครามยืดเยื้ออาจนำไปสู่ภาวะกักตุนสินค้าจำเป็นในไทย (Panic Buying) ซึ่งจะยิ่งดันให้ราคาแพงขึ้นไปอีก
16. Sell on Fact ในกลุ่มน้ำมัน: แม้หุ้นน้ำมันจะพุ่งรับข่าวเช้านี้ แต่นักวิเคราะห์แนะนำให้ "ขายทำกำไร" เมื่อราคาขึ้นแรง เพราะอุปทานน้ำมันโลกในปี 2026 ยังอยู่ในภาวะส่วนเกิน (Surplus) หากความตึงเครียดลดลง ราคาจะร่วงเร็วมาก
17. ทองคำคือ "เกราะป้องกัน": ทองคำมีโอกาสทำ All-time high ใหม่อีกครั้ง โดยนักวิเคราะห์แนะนำถือ 10% ของพอร์ตเพื่อ Hedging (ป้องกันความเสี่ยง) แต่ไม่ควรไล่ซื้อที่จุดสูงสุด (ราคาทองคำโลกล่าสุด ณ 10.00 น. อยู่ที่ 5,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์)
18. เลี่ยงหุ้นการบินและขนส่ง: ในระยะสั้น หุ้นกลุ่มที่ใช้พลังงานสูงจะถูกเทขายหนัก ควรชะลอการเข้าซื้อจนกว่าราคาน้ำมันจะนิ่ง
19. จับตา Dollar Index: เงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นในฐานะ Safe Haven ซึ่งจะกดดันราคาสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึงหุ้นไทย (SET Index)
20. คำแนะนำจากโบรเกอร์: แนะนำให้ใช้จังหวะราคาดีดตัวแรง "ลดน้ำหนักการลงทุน" ในสินค้าโภคภัณฑ์ และเน้นถือเงินสดหรือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นเพื่อรอประเมินสถานการณ์
ที่มา : Finnomena , KAsset ,บทวิเคราะห์ ดร.อมรเทพ จาวะลา ,กระทรวงพลังงาน
อ่านข่าวหุ้น ข่าวทองคำ และ ข่าวการลงทุน และ การเงิน กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney