
นายวรวุฒน์ โตเจริญธนาผล President และหัวหน้ากลุ่มงานการเงินและบัญชี บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ LHFG กล่าวว่า ในปี 2569 นี้ LHFG ซึ่งประกอบด้วย ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ได้ทำธุรกิจในไทยเข้าสู่ปีที่ 21 และพร้อมที่จะทำธุรกิจในไทยต่อเนื่อง โดยล่าสุด ในปี 2568 มีผลการดำเนินงานที่เติบโตดีมีกำไรสุทธิ 2,885.8 ล้านบาท เติบโต 41% จากปี 2567 มีสินทรัพย์รวม 398,811 ล้านบาท เติบโตขึ้น 15%
ด้านนายฉี ชิง-ฟู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Bank เปิดเผย ผลการดำเนินงานของธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มีกำไรสุทธิ 2,655.1 ล้านบาท เติบโต 32.1% เมื่อเทียบกับ ปี 2567 สินเชื่อเติบโต 12.4% โดยเป็นการเติบโตในทุกกลุ่มลูกค้าทั้งสินเชื่อธุรกิจที่เติบโต 9% และสินเชื่อลูกค้ารายย่อยเติบโตมากกว่า 20% จากสินเชื่อบ้านและสินเชื่อส่วนบุคคล โดยเฉพาะการให้สินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนกับ SME ขณะที่ธนาคารรักษาคุณภาพสินเชื่อ ของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ในระดับต่ำที่ 2.4%
ธนาคารสามารถขยายฐานลูกค้ารายย่อยเพิ่มขึ้น 26% จากสิ้นปีก่อน ด้วยความสำเร็จของผลิตภัณฑ์เงินฝากดิจิทัล และอีกหนึ่งความสำเร็จของการขยายธุรกิจระหว่างประเทศโดยร่วมมือกับ CTBC Bank ธนาคารเอกชนอันดับหนึ่งในไต้หวันซึ่งเป็นบริษัทแม่ส่งผลให้พอร์ตสินเชื่อธุรกิจระหว่างประเทศเติบโตถึง 52% และรายได้ค่าธรรมเนียมจากบริการปริวรรตเงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 103.2 % ธนาคารได้อนุมัติสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนรวมกว่า 7,000 ล้านบาท
“สำหรับทิศทางธุรกิจปี 2569 ธนาคารตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อที่ 10-12% เน้นการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน และรักษาระดับ NPL ให้ต่ำกว่า 3% โดยมีกลยุทธ์เน้นขยายพอร์ต SME เนื่องจากมองว่า แม้ SME จะมีความเสี่ยงสูง แต่ทุกธุรกิจมีคนที่ดี และยังทำธุรกิจต่อได้ ดังนั้น หากเราสามารถที่จะเลือกหาคนที่ดีในแต่ละธุรกิจ การปล่อยสินเชื่อก็ยังทำได้สูงกว่าคนอื่น และดูแลหนี้เสียไม่ให้สูงได้”