วปอ.ระดมสมองยื่นข้อเสนอแนะรัฐบาลใหม่ ร่วมสร้างความมั่นคงเศรษฐกิจไทย

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

วปอ.ระดมสมองยื่นข้อเสนอแนะรัฐบาลใหม่ ร่วมสร้างความมั่นคงเศรษฐกิจไทย

Date Time: 12 ก.พ. 2569 07:26 น.

Summary

วปอ.จัดระดมสมองมุมมอง “นักศึกษา” เตรียมส่ง “ข้อเสนอแนะ” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย-เศรษฐกิจโลกให้รัฐบาลชุดใหม่ เป็นแนวทางการบริหารประเทศ

Latest

อัปยศ! จากคนป่วยสู่คนโกงแห่งเอเชีย บี้ “นายกหนู” เร่งกู้ศรัทธา

วปอ.จัดระดมสมองมุมมอง “นักศึกษา” เตรียมส่ง  “ข้อเสนอแนะ” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย-เศรษฐกิจโลกให้รัฐบาลชุดใหม่ เพื่อเป็นแนวทางการบริหารประเทศ “พล.ท.ทักษิณ” เผยวปอ. เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทการนำเสนอแนะให้รัฐบาลมาหลายยุค หลายสมัย แล้วแต่รัฐบาลใดจะหยิบมาเป็นแนวทางการบริหารประเทศ

พล.ท.ทักษิณ สิริสิงห ผู้อำนวยการวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) เปิดเผยว่า  วปอ.ได้จัดสัมมนาวิชาการครั้งที่ 2 เพื่อรวบรวมความคิดเห็นนำเสนอรัฐบาลชุดใหม่ในช่วงปลายปี2569 โดยครั้งนี้เป็นการนำเสนอ  “5 ชุดนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” ภายใต้บริบท “เศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลก” โดยนักศึกษา วปอ.รุ่นที่ 68  ได้นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากการศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ  อาทิ ญี่ปุ่น , จีน ,เกาหลีใต้  เป็นต้น เพื่อนำมาเป็นต้นแบบ รวมถึงนำมาวิเคราะห์ เพื่อนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบาย ที่เป็นแนวทางเชิงยุทธศาสตร์ในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ และการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว

.ชง 5 กลยุทธ์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

สำหรับข้อเสนอทั้ง 5 ชุด เป็นผลจากการศึกษาวิเคราะห์เชิงลึกในมิติเศรษฐกิจ เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และทุนมนุษย์ โดยมุ่งเน้นการสร้างกลไกการเติบโตใหม่ (New Growth Engines) ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างเศรษฐกิจเดิม เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนและครอบคลุมในระยะกลางและระยะยาว ประกอบด้วย 1.การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ : สร้าง Growth Engine ใหม่ให้ประเทศ เสนอการจัดทำแผนแม่บทเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์แบบองค์รวม เพื่อยกระดับเศรษฐกิจไทยจากการผลิตเชิงปริมาณ สู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่า ความคิดสร้างสรรค์ และอัตลักษณ์ 

2. การขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้การแข่งขันของมหาอำนาจ : เสริมความแข็งแกร่งตลาดและการค้า เน้นการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันประเทศให้รองรับการแข่งขันระดับโลก 3. AI Transformation : ปั้นไทยสู่ชาติที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ พร้อมข้อเสนอ 6 กลยุทธ์เร่งด่วน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นประเทศที่ใช้ AI อย่างเป็นระบบภายใน 2 ปี  

4. การยกระดับโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน : สู่ “สามเหลี่ยมโลจิสติกส์แห่งอาเซียน” เสนอการวางตำแหน่งประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค โดยเชื่อมโยงจีน อินเดีย และอาเซียน ผ่านเครือข่ายราง ทะเล และแลนด์บริดจ์  และ5. การส่งเสริม Wellness and Longevity Economy : เศรษฐกิจสุขภาพเพื่ออนาคตมุ่งผลักดันเศรษฐกิจสุขภาพให้เป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ใหม่ของประเทศ ซึ่งปัจจุบันยังมีการดำเนินการที่ไม่หลากหลาย และหากปรับราคาค่าบริการลงมา ให้เจาะกลุ่มระดับกลาง ก็น่าจะเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ

.เตรียมยื่นผลการศึกษาให้รัฐบาลใหม่

ทั้งนี้ มาเรียน วปอ.ไม่ได้มีเพียงเรื่องทหารเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของความมั่นคงประเทศ  ซึ่งภาคเศรษฐกิจ ถือเป็นความมั่นคงประเทศด้วย  

“นักศึกษาที่มาเรียน วปอ. มีทั้งภาครัฐ และเอกชน ส่วนใหญ่เป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กร ซึ่งมีทั้งเบอร์ 1 และเบอร์ 2 ล้วนเป็นผู้มีประสบการณ์จริง ดังนั้นการนำเสนอผลงานต่างๆ ล้วนเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขั้น และเป็นข้อมูลที่สามารถนำไปปฎิบัติได้จริง และส่งเสริมการทำงานของรัฐบาล และทุกภาคส่วน ผมอยากให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมด้วยช่วยกัน เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ”

สำหรับการจัดสัมมนาวิชาการในครั้งนี้ ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญ อาทิ รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์, นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์  เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) , นายสกลกรณ์ สระกวี, นายศิริบูรณ์ ณัฐพันธ์ และพล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์  มารับฟังและแสดงความคิดเห็น พร้อมข้อเสนอแนะ เพื่อให้นักศึกษาวปอ.68 นำไปปรับปรุงชุดการศึกษา ซึ่งมีเวลาในการดำเนินการอีก 6-7 เดือน จากนั้นนำไปจัดเวทีสัมมนาใหญ่ในช่วงปลายปีนี้  เพื่อจัดทำเป็นรายงานฉบับสมบูรณ์  แล้วนำส่งรัฐบาลชุดใหม่  เพื่อนำไปเป็นยุทธศาสตร์การกำหนดนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เพื่อนำไปสู่ความมั่นคงของประเทศ 

อย่างไรก็ตามในระหว่างนี้ หากรัฐบาลชุดใหม่ต้องการให้ วปอ.เข้าไปนำเสนอผลการศึกษา หรือให้ความสนใจหัวข้อเรื่องใด เป็นพิเศษ ทางวปอ. ก็พร้อมเข้าไปพบปะหารือ เพื่อนำเสนอแนวคิดและแนวปฎิบัติ รวมถึงสะท้อนผลการศึกษาให้รัฐบาลรับทราบข้อมูลที่ชัดเจน ซึ่งที่ผ่านมา มีหลายรัฐบาล นำผลการศึกษาของนักศึกษาวปอ.ไปประกอบการทำยุทธศาสตร์ และการกำหนดนโยบายการบริหารประเทศ 

.ร่วมสร้างภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์

 พล.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า นอกจากการจัดสัมมนา ใวปอ.68 ยังได้ จัดกิจกรรม “การสร้างภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์เพื่อชุมชนที่ยั่งยืน” ภายใต้โครงการ “The TEN” เพื่อยกระดับความรู้เท่าทันภัยไซเบอร์และทักษะการป้องกันตนเองของประชาชนทุกช่วงวัย ควบคู่การจัดตั้งเครือข่ายอาสาสมัครความปลอดภัยไซเบอร์ในระดับชุมชน (Cyber Volunteers) ให้เกิดการเฝ้าระวัง ป้องกัน และขยายองค์ความรู้สู่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง

สำหรับกิจกรรมนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ วปอ. ในการพัฒนาผู้นำให้มีมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ เข้าใจความมั่นคงของชาติทุกมิติ และขับเคลื่อนความร่วมมือทุกภาคส่วนให้เกิดผลจริง โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่ความก้าวหน้าต้องเดินคู่ความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของประชาชน ภายใต้ วปอ. รุ่นที่ 68 เราเน้นการเรียนรู้สู่การลงมือทำ เพื่อเสริมพลังให้ชุมชนมีทักษะดิจิทัล ใช้เทคโนโลยีอย่างรอบคอบ รู้เท่าทันข้อมูล และดูแลตนเองได้ทุกช่วงวัย พร้อมสร้างวัฒนธรรมการช่วยกันดูแลในชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยจะนำร่องใน 5 พื้นที่นำร่อง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ, นครราชสีมา, สงขลา และนครสวรรค์

“วปอ. เชื่อมั่นว่าการดำเนินงานครั้งนี้จะเป็นต้นแบบการสร้างเกราะป้องกันไซเบอร์ในระดับชุมชน ช่วยลดความสูญเสียจากภัยออนไลน์ เพิ่มความมั่นใจในการใช้เทคโนโลยี และต่อยอดสู่การพัฒนาชุมชนที่ปลอดภัย เข้มแข็ง และยั่งยืนบนโลกดิจิทัล เพราะปัญหา การหลอกลวงออนไลน์ การโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล การปลอมแปลงตัวตน และข่าวปลอม ส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกช่วงวัย”



...



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ