
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยถึงผลการเลือกตั้งที่พรรคภูมิใจไทยได้คะแนนเสียงเป็นอันดับ 1 ว่า เมื่อจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่อย่างเป็นทางการแล้ว ก็พร้อมเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจให้เกิดความต่อเนื่องจากที่ได้ดำเนินการมาแล้วกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งจะมีทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว รวมถึงปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดการกระจายตัว โดยสร้างให้คนไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น กระจายรายได้สู่ทุกระดับ พร้อมกันนั้น จะยกระดับการลงทุน เพื่อไม่ให้ไทยเป็นคนป่วยแห่งเอเชีย ซึ่งต้องใช้ระยะเวลา แต่เชื่อว่า ความร่วมมือของทุกฝ่ายจะทำให้เศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งได้ในเวทีโลก โดยสิ่งสำคัญที่จะทำให้ไทยแข็งแกร่งได้ คือ สินค้าเกษตร ซึ่งจะนำเทคโนโลยีมาใช้ลดต้นทุน และยกระดับสู่อุตสาหกรรมอาหารให้เป็นที่ต้องการของตลาดโลก
“รัฐบาลก่อนเคยประกาศว่า ปีนี้จะเป็นปีแห่งการลงทุน ดังนั้น จะเร่งรัดให้เกิดการลงทุนจริง นำเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านมาตรการ BOI Fast Pass เพื่อปลดล็อกเงินลงทุนกว่า 480,000 ล้านบาท ที่รอการอนุมัติให้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในปีนี้ และเร่งปรับปรุงกฎกติกาต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย”
ส่วนตนจะกลับมารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีควบรมว.คลังหรือไม่นั้น นายเอกนิติ กล่าวว่า ก็เป็นตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้แถลงขอบคุณผลการเลือกตั้งเมื่อคืนวันที่ 8 ก.พ.69 พร้อมประกาศแพ็ก 4 ได้แก่ หนู-อนุทิน, ศุภจี สุธรรมพันธุ์, สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นตัวหลักที่จะนั่งตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหลัก
ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังพร้อมสนองนโยบายรัฐบาลใหม่ แม้ขณะนี้ยังไม่ทราบผลอย่างเป็นทางการ แต่พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคอันดับ 1 และเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เมื่อได้รัฐบาลใหม่ จะเดินหน้าคนละครึ่งพลัส ทันที เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศให้กระตุกขึ้นมา ส่วนงบประมาณจะเพียงพอหรือไม่ เพราะมีวงเงินเหลืออยู่เพียง 30,000 ล้านบาท แต่มีนโยบายที่จะผลักดันรวมกว่า 44,000 ล้านบาทนั้น นายลวรณ กล่าวว่า ต้องดูรายละเอียดอีกครั้ง และเชื่อว่า นายเอกนิติ เห็นภาพเหล่านี้อยู่แล้วว่าสามารถดำเนินการได้มากน้อยเพียงใด และต้องขับเคลื่อนโครงการใดบ้าง แต่ยืนยันว่า คนละครึ่งพลัส เฟส 2 จะเดินหน้าแน่นอน ขณะที่การเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ได้เตรียมการไว้หมดแล้วเช่นกัน เมื่อมีรัฐบาลใหม่ ก็พร้อมทำทันที