
ดัชนีหุ้นพุ่งทะลัก1,400.89 จุด มูลค่าซื้อขาย1.02 แสนล้านบาท สูงสุดในรอบ 17 เดือน ต้อนรับผลการเลือกต้ัง สมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ไทย ชี้ “ภูมิใจไทย”ชนะขาดลอย เป็นแกนนำจัดต้ังรัฐบาล ส่งผลให้ความเชื่อม่ันนักลงทุน ฟื้นคืนมาอย่างมีนัยสำคัญ คาดดัชนีหุ้นแตะ1,500จุดได้ในปีนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยวันที่ 9 ก.พ. ภายหลังการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีคะแนนนำทิ้งห่างจากคู่แข่งพรรคอื่นๆ อย่างขาดลอย ทำให้นักลงทุนคลายความกังวล สถานการณ์การเมือง และคาดหวังว่า การจัดตั้งรัฐบาลจะเกิดขึ้นได้เร็ว และได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทย ปรับตัวขึ้นร้อนแรงและต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ก่อนมาปิดทำการที่ระดับ 1,400.89 จุด เพิ่มขึ้น 46.88 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย กว่า 102,111.55 ล้านบาท สูงสุดรอบ 17 เดือน (วันที่ 6 ก.ย. 2567 อยู่ที่ 104,000 ล้านบาท) ต่างชาติซื้อสุทธิ 16,535 ล้านบาท
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ไทย เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทย ตอบรับผลการเลือกตั้ง หลัง พรรคภูมิใจไทย ชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง เป็นอันดับหนึ่ง เตรียมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ส่งผลให้ความกังวลเรื่องเสถียรภาพทางการเมือง ในตลาดหุ้นผ่อนคลายลง อย่างมีนัยสำคัญ คะแนนเสียงที่พรรคภูมิใจไทย ได้รับสูงกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ ช่วยเพิ่มความชัดเจน และความง่ายในการจัดตั้งรัฐบาล ทั้งการจับมือกับพรรคกล้าธรรม เพียงพรรคเดียว หรือการรวมเสียงกับพรรคเพื่อไทย เป็นปัจจัยบวก ต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ประเด็นสำคัญที่ตลาดต้องจับตาคือ นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ เนื่องจากในช่วงหาเสียงที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทย ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดมากนัก แม้เป็นรัฐบาลผสม แต่ด้วยจำนวน ส.ส. ที่มาก ทำให้มีโอกาสสูงที่จะได้กำกับดูแลกระทรวงเศรษฐกิจหลัก ที่เป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย
“ผมเชื่อว่าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การนำของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง จะดำเนินนโยบายการคลังอย่างระมัดระวัง ส่งผลให้การลงทุนภาครัฐ ต้องพึ่งพาตลาดทุนมากขึ้น การทำให้ตลาดทุนไทยกลับมาแข็งแรงและมีสภาพคล่องสูง เป็นโจทย์เร่งด่วน โดยเฉพาะการผลักดันโครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล (TISA) เพื่อส่งเสริมการออม และการลงทุนในตลาดหุ้นไทยอย่างยั่งยืน”
ขณะที่นโยบายอื่น ๆ ต้องเป็นนโยบายที่แก้ปัญหาได้จริง โดยเฉพาะปัญหาเชิงโครงสร้าง หากขับเคลื่อนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม มีโอกาสสูงที่รัฐบาลจะอยู่ครบ 4 ปี สิ่งที่น่ากังวลคือ ความยากของโจทย์เศรษฐกิจในปัจจุบัน แต่หากจัดตั้งรัฐบาลได้รวดเร็ว นโยบายเศรษฐกิจออกมาในเชิงบวก เป็นไปได้ที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยจะปรับขึ้นไปแตะระดับ 1,500 จุดได้ในปีนี้ คาดว่าเงินทุนต่างชาติจะกลับเข้ามา เนื่องจากตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงต่อเนื่องมานาน 3 ปี และความเสี่ยงด้านเสถียรภาพการเมือง เริ่มคลี่คลายลงชัดเจนหลังผลการเลือกตั้งครั้งนี้
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า รัฐบาลใหม่ที่พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ จะสร้างสมดุลระหว่างการแก้ไขปัญหาในระยะสั้นและระยะยาว มีความต่อเนื่องจากการบริหารงานในช่วงที่ผ่านมา โดยมีนโยบายที่มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ลดค่าครองชีพ และพยุงกำลังซื้อที่จะช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม