ไทยยามาฮ่าชูกลยุทธ์ “สุดทุกทางต่างทุกฟีล” เปิดตัว 5 โมเดลใหม่รุกเข้ม

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ไทยยามาฮ่าชูกลยุทธ์ “สุดทุกทางต่างทุกฟีล” เปิดตัว 5 โมเดลใหม่รุกเข้ม

Date Time: 4 ก.พ. 2569 08:00 น.

Summary

ยามาฮ่าตั้งเป้าเติบโตปี 2569 ด้วย 3 กลยุทธ์หลัก: สร้างตลาดใหม่, ขยายฐานลูกค้า, และรักษาฐานลูกค้าเดิม

  • ตลาดรถจักรยานยนต์รวมเติบโต 1.6% ในขณะที่ยามาฮ่าเติบโต 3.4% สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์
  • เปิดตัวรถจักรยานยนต์ใหม่ 5 รุ่น รวมถึง FAZZIO Hybrid Lite และรุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน MAX Series
  • เตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขัน MotoGP 2026 โดยมีนักแข่งระดับโลกเข้าร่วม
  • อัปเกรดแอปพลิเคชัน Y-Connect เป็น Y-ON และเปิดตัว YAMALUBE โฉมใหม่

Latest

“สาระ” ย้ำ MTL คู่คิดคู่ใจลูกค้า มุ่งยกระดับดูแลสุขภาพกาย-ใจ-การเงิน

นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่าทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 ได้กำหนด Growth Strategy เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1. การสร้างตลาดใหม่ด้วยการพัฒนากลุ่ม Fashion Moped เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า 2. การขยายฐานลูกค้าใหม่ผ่านการออกแบบที่โดดเด่น เทคโนโลยีที่ทันสมัย และความคุ้มค่าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ และ 3. การรักษาฐานลูกค้าเดิมผ่านกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์และเสริมความแข็งแกร่งของ Brand Loyalty ทั้ง 3 กลยุทธ์ดังกล่าวจะดำเนินควบคู่กับการทำตลาดเชิงไลฟ์สไตล์ภายใต้แคมเปญ “FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE…สุดทุกทางต่างทุกฟีล” ซึ่งจะนำเสนอทั้งผลิตภัณฑ์ใหม่ กิจกรรมทางการตลาด และประสบการณ์ที่หลากหลายให้กับลูกค้า พร้อมยกระดับการบริการตามแนวคิด 3S ได้แก่ Sales, Service และ Spare Parts

สำหรับสถานการณ์ตลาดรถจักรยานยนต์โดยรวมในปี 2568 พบว่าตลาดมีการเติบโตเล็กน้อยจากปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน อาทิ นโยบายการส่งเสริมการท่องเที่ยว การฟื้นตัวของการลงทุน รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว อัตราการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวด ระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง และความผันผวนของสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายดังกล่าว แต่ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ยังสามารถสร้างอัตราการเติบโตได้สูงกว่าอุตสาหกรรม โดยตลาดรถจักรยานยนต์รวมมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 1.6% ขณะที่ยอดจำหน่ายของยามาฮ่าเติบโตสูงถึง 3.4% สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ยามาฮ่า

ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเติบโตของกลุ่มรถจักรยานยนต์ออโตเมติก ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะกลุ่มรถออโตเมติกแฟชั่นขนาดไม่เกิน 125 ซีซี ที่มีอัตราการเติบโตสะสมสูงถึง 180% ภายในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา

ด้านนายอุกฤษณ์ ภาควิวรรธ รองผู้จัดการใหญ่ด้านวางแผนการค้าและการตลาด กล่าวว่า ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความท้าทาย ผู้บริโภคมีความรอบคอบในการตัดสินใจซื้อเพิ่มมากขึ้น ยามาฮ่าจึงมุ่งเน้นการนำเสนอจุดเด่นที่แตกต่างและความคุ้มค่าในระยะยาวของผลิตภัณฑ์ในทุกเซ็กเมนต์ โดย YAMAHA Grand Filano Hybrid ยังคงเป็นรถออโตเมติกยอดนิยมที่โดดเด่นด้วยดีไซน์พรีเมียม สีสันสวยงาม และประหยัดน้ำมัน พร้อมตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด 30% ในทุกพื้นที่

ขณะที่ YAMAHA FAZZIO Hybrid มุ่งเน้นการขยายยอดขายผ่านการสร้าง FAZZIO Corner ในร้านผู้จำหน่าย การเพิ่มอุปกรณ์ตกแต่งที่หลากหลาย การใช้กลยุทธ์ KOL สร้างกระแสในพื้นที่ และการกำหนดราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ส่วน YAMAHA PG-1 รถสไตล์ Outdoor Fashion ซึ่งเป็นรุ่นเดียวในช่วงราคา 50,000–60,000 บาท จะเน้นการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างกระแสอย่างต่อเนื่อง

ในกลุ่มรถสปอร์ตออโตเมติก YAMAHA AEROX155 ยังคงตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นซูเปอร์สปอร์ตด้วยเทคโนโลยี VVA, TCS, ABS และดิสก์เบรกหลัง พร้อมโครงสร้าง Center Tunnel ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ความเป็นสปอร์ตอย่างชัดเจน ขณะที่ YAMAHA NMAX Tech MAX โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี YECVT ระบบชามไฟฟ้าอัจฉริยะซึ่งเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของยามาฮ่า

นอกจากนี้ ยามาฮ่ายังเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขัน MotoGP ฤดูกาล 2026 รายการ PT Grand Prix of Thailand ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึง 1 มีนาคม 2569 โดยประกาศเปิดตัวรถแข่ง YZR-M1 เครื่องยนต์ V4 พร้อมนักบิดระดับโลก 4 คน ได้แก่ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร และ อเล็กซ์ รินส์ จากทีม Monster Energy YAMAHA MotoGP ร่วมด้วย แจ็ค มิลเลอร์ และ โทปรัค ราซกัตลิโอกลู แชมป์โลก World Superbike Championship 3 สมัย จากทีม Prima Pramac YAMAHA MotoGP เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันในฤดูกาลใหม่

ในส่วนของเทคโนโลยีดิจิทัล ยามาฮ่าได้อัปเกรดแอปพลิเคชัน Y-Connect สู่ Y-ON เพื่อเพิ่มความเสถียรและรองรับฟีเจอร์ใหม่ในอนาคต โดยเริ่มเปิดใช้งานตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม เป็นต้นไป พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัวรถจักรยานยนต์ใหม่รวม 5 รุ่น ได้แก่ YAMAHA FAZZIO Hybrid Lite ราคา 49,900 บาท เพื่อเป็นทางเลือกใหม่สำหรับลูกค้าที่ต้องการความคุ้มค่า รวมถึงรถลายลิมิเต็ดเอดิชันในตระกูล MAX ได้แก่ TMAX, XMAX และ NMAX เนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปี MAX Series และการเปิดตัว YAMAHA XMAX Tech MAX รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมชิลด์บังลมไฟฟ้า หน้าจอ TFT รุ่นใหม่ และฟังก์ชันการใช้งานครบครัน

นอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ยามาฮ่ายังเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งด้านบริการภายใต้แนวคิด 3S Value Creation ควบคู่กับการเปิดตัว YAMALUBE โฉมใหม่ ซึ่งได้รับการพัฒนาสูตรหล่อลื่นโดยวิศวกรยามาฮ่า ผ่านมาตรฐานสากล API และ JASO พร้อมปรับรูปแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่เพื่อเพิ่มการจดจำแบรนด์

"ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในฐานะผู้นำแบรนด์พรีเมียม และตอบสนองความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้การสนับสนุนบริษัทด้วยดีเสมอมา และพร้อมก้าวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต"


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ