
การประชุมประจำปีของ IMF-World Bank ในปี 2569 ที่จะเกิดขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ต้อนรับนักการเงินร่วม 15,000 คนทั่วโลกแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ พร้อมทั้งเป็นโอกาสสำคัญของเศรษฐกิจไทย
ประเทศไทยกำลังจะกลับขึ้นสู่เวทีเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง หลังได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก หรือ 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings ระหว่างวันที่ 12 - 18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งนับเป็นการจัดงานครั้งสำคัญในรอบกว่า 35 ปี หลังไทยเคยเป็นเจ้าภาพมาแล้วเมื่อปี 2534
การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Group Annual Meetings) จะจัดขึ้นทุกปีในเดือนตุลาคม โดยจะหมุนเวียนสถานที่จัดงานระหว่างสำนักงานใหญ่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา จัดต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี และหมุนเวียนไปยังประเทศสมาชิกที่ได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพทุก 3 ปี
สำหรับปี 2569 ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ซึ่งถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญในการโชว์วิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจของไทย
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า การเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งนี้ ในระยะสั้นการจัดงานจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคการท่องเที่ยว การบริการ โรงแรม การเดินทาง และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่ในระยะกลางและระยะยาว เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทย ทั้งในแง่บุคลากรและวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนา ให้ประเทศไทยมีความพร้อมในการเผชิญกับความผันผวนและการแตกขั้วทางเศรษฐกิจในอนาคต
ในประชุมครั้งนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 - 20,000 คน จาก 191 ประเทศทั่วโลกที่เป็นสมาชิกของ IMF
ซึ่งประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้บริหารสถาบันการเงินระดับโลก ผู้นำทางความคิด นักวิชาการ และภาคประชาสังคม
ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่ไทยเป็นสถานที่รวมตัวของเหล่าคนการเงินที่มีบทบาทในเวทีโลก
แนวคิดหลักของการประชุมภายใต้ชื่อ Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience สะท้อนถึงแนวคิดขอบฟ้าใหม่ของไทย จากการเปลี่ยนแปลงตลอด 35 ปีที่ผ่านมา
Empowering People
คนคือหัวใจของการพัฒนารัฐบาลไทยมองว่า คน คือ รากฐานของระบบเศรษฐกิจ การยกระดับทักษะ ความรู้ และโอกาสทางเศรษฐกิจของประชาชน จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน
Building Resilience
สร้างภูมิคุ้มกันให้ประเทศครอบคลุมทั้งมิติเศรษฐกิจ การเงิน พลังงาน สิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจไทยสามารถรับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคต
Digital & Inclusive Finance
วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า ธปท. เตรียมผลักดันแนวคิด“Safe and Inclusive Digital Finance (SIDF) for Financial Wellbeing” ซึ่งมุ่งเน้น 3 มิติหลัก ได้แก่ การลดภัยทุจริตทางดิจิทัล การเสริมความมั่นคงทางไซเบอร์ และการพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางความเสียหายจากอาชญากรรมทางการเงินดิจิทัลที่ทั่วโลกประเมินมูลค่าสูงถึงกว่า 1.33 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ซึ่งแนวทางดังกล่าว เปรียบเสมือน Blueprint ที่เกิดจากการระดมความคิดร่วมกันของนานาประเทศ เพื่อให้เป็นแนวปฏิบัติระดับสากลที่เกิดขึ้นที่ประเทศไทย
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้สะท้อนศักยภาพของกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองที่พร้อมรองรับการประชุมระดับโลก ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การเดินทาง ที่พัก ความปลอดภัย รวมถึง พลังของผู้คนและวัฒนธรรมการต้อนรับแบบไทย
การเป็นเจ้าภาพ 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings ไม่เพียงเป็นงานประชุมระดับนานาชาติ แต่เวทีสำคัญของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพที่จะช่วยยกระดับเศรษฐกิจไทยให้สามารถเติบโตต่อไปบนเวทีโลก
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้