“อรรถวิท” เดินหน้าปฏิรูป “บขส.” ยกเครื่อง “หมอชิต 2” บริการเทียบชั้นสนามบิน

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“อรรถวิท” เดินหน้าปฏิรูป “บขส.” ยกเครื่อง “หมอชิต 2” บริการเทียบชั้นสนามบิน

Date Time: 29 ม.ค. 2569 06:00 น.

Summary

“อรรถวิท” เดินหน้าปรับโครงสร้าง บขส. ชูแนวคิด “ผู้โดยสารต้องไม่ถูกด้อยค่า” พร้อมลงทุนรับรถใหม่ 311 คัน ครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษให้บริการผู้โดยสาร ปิดทางมาเฟียในสถานี ยกเครื่องปรับโฉมหมอชิต 2 เทียบชั้นสนามบิน กู้คืนศักดิ์ศรีขนส่งสาธารณะไทย
พร้อมลุยปั้นรายได้ ปรับตารางเดินรถ-เพิ่มศูนย์ขนส่งโลจิสติกส์ 200 ศูนย์ หวังกวาดรายได้ขนสินค้าเพิ่ม 500 ล้านบาท/ปี มั่นใจลดขาดทุนสะสม กลับมาทำกำไรได้ในปี 70

Latest

พาณิชย์เกาะติดสหรัฐฯ งัดข้อคู่ค้า จับตาขั้นตอน-กรอบเวลา หลังมาตรการภาษีตอบโต้เป็นโมฆะ

นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยถึงแผนกลยุทธ์ที่จะปรับโครงสร้างองค์กร ให้ บขส. เดินต่อไปได้อย่างยั่งยืนว่า ขณะนี้ บขส. กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของการเปลี่ยนผ่านองค์กร ภายหลังจากที่ บขส. ได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมการเดินทางของคนที่เปลี่ยนแปลงไป จนทำให้ บขส. มีหนี้สะสมกว่า 3,000 ล้านบาท จนล่าสุดในปี 68 บขส. มีรายได้เพียง 1,900 ล้านบาท ขาดทุนกว่า 200 ล้านบาท ดังนั้นเมื่อตนเข้ามารับตำแหน่ง เอ็มดี บขส. การปฏิรูปองค์กรจึงไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็น “ภารกิจจำเป็น” ที่จะต้องทำเพื่อให้ บขส. อยู่รอดแบบยั่งยืน เนื่องจาก บขส. ถือเป็นระบบขนส่งสาธารณะของประเทศที่สำคัญของประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยที่พึ่งพาการเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางเป็นหลัก

  • ปรับมายเซ็ต-ยกเครื่อง บขส. เทียบชั้นสนามบิน

หัวใจสำคัญของการปฏิรูปคือ การวางวิสัยทัศน์ใหม่ ยกระดับการให้บริการของ บขส. ให้ “เทียบเท่ามาตรฐานสนามบินและการเดินทางทางอากาศ แต่ยังคงราคาที่ประชาชนเข้าถึงได้” ภายใต้แนวคิดที่ว่า เลือกเดินทางกับ บขส. ต้องไม่ถูกมองว่าด้อยค่า และควรได้รับบริการที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และความเท่าเทียมไม่ต่างจากการเดินทางรูปแบบอื่น

การเปลี่ยนแปลงจึงเริ่มต้นจาก “คน” ด้วยการปฏิวัติวัฒนธรรมองค์กรอย่างจริงจัง ปรับทัศนคติ หรือ มายเซ็ตใหม่กับพนักงาน ให้พนักงานทุกระดับยึดหลัก “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” ให้ความสำคัญกับการดูแลผู้โดยสารเป็นอันดับแรก ควบคู่กับการปลูกฝัง Service Mind ให้บริการด้วยรอยยิ้ม เจอผู้โดยสารทุกคนต้องยิ้มต้อนรับ

นอกจากนี้ ยังมีการปฏิวัติรูปแบบการสื่อสารภายในที่มีการตั้งไลน์กลุ่ม พนักงานกว่า 2,300 คน ตั้งแต่พนักงานขับรถ พนักงานบริการ เจ้าหน้าที่ หัวหน้าสถานี ไปจนถึงผู้บริหาร รวมทั้งตน เพื่อใช้เป็นช่องทางสื่อสารนโยบายและแก้ไขปัญหา ลดขั้นตอน ความคลาดเคลื่อน เพิ่มความโปร่งใสในการบริหารงาน ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ บขส.

ทั้งนี้ นอกจากการปรับทัศนคติของพนักงานในเรื่องของคนแล้ว การปรับปรุงสถานีเพื่อให้มีคุณภาพการบริการก็เริ่มดำเนินการแล้วเช่นกัน โดยตนได้มีนโยบายที่จะยกเครื่องสถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต 2 ใหม่หมดทั้งภายในและภายนอกสถานี ห้องน้ำ ร้านค้า ส่วนที่พักคอยรถโดยสารก็เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก มีชา กาแฟ ให้บริการ พร้อมทั้งติดตั้งที่ชาร์จแบตมือถือให้ฟรี แยกสัดส่วน ห้องขายตั๋ว ของ บขส. และ รถร่วม รวมถึงชานชาลา ขาเข้า ขาออก ให้ชัดเจนและเป็นระเบียบ จะไม่มีนายหน้าเข้ามาลากถู ดึงกระเป๋า ลากผู้โดยสารไปซื้อตั๋วอย่างเด็ดขาด

“หากใครเข้ามา บขส. ในช่วงนี้จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง รวมทั้ง ได้ทำแผนเสนอไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อของบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาทในการอุดหนุนค่าโดยสาร และยกเครื่องปรับปรุงอาคารเพิ่มใน 3 ปี (ปี 70-73) ซึ่งจะเป็นการยกเครื่องสถานี ปรับปรุงที่พักพนักงานขับรถ บัสโฮสเตส ทั้งที่ หมอชิต 2 และสถานีขนส่งทั่วประเทศ ให้ตั้งเป้าให้เสร็จภายใน 6 เดือน พนักงานจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ก่อนปฏิบัติหน้าที่ จากที่ในอดีตพนักงานจำนวนไม่น้อยต้องพักผ่อนในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม บางรายถึงขั้นนอนใต้ท้องรถหรือในอาคารรวมที่ขาดมาตรฐาน”

  • ปรับตารางเดินรถ-ปั้นศูนย์โลจิสติกส์

นายอรรถวิท กล่าวเพิ่มเติมว่า อีกส่วนที่ต้องทำควบคู่กันคือ การหารายได้ที่จะทำทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้าง ตารางการเดินรถ บขส. ครั้งใหญ่ หลังพบว่า ที่ผ่านมา รถของ บขส. มักถูกจัดตารางเดินรถให้ออกเดินทางนอกช่วงเวลาเร่งด่วนที่ผู้โดยสารไม่ต้องการเดินทาง หรือช่วงเก็บตก ส่งผลให้ บขส. เสียเปรียบรถร่วม บขส. ซึ่งเป็นรถเอกชน

กลยุทธ์ใหม่คือ การปรับตารางเดินรถ บขส. ให้บริการในช่วง Prime Time ก่อน รถร่วม บขส. เพื่อเข้าถึงผู้โดยสาร ส่งผลให้ บขs. มีรายได้จากอัตราการบรรทุกผู้โดยสารพุ่งขึ้นเป็น 80% จากเดิมเพียง 60-70% เท่านั้น และมีเป้าหมายถึง 85% เมื่อมีการนำรถใหม่เข้ามาให้บริการเต็มตารางการเดินรถ ซึ่งจากปัจจัยต่าง ๆ นี้ ตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 70 บขส. จะมีกำไร และกลับมายืนได้ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน

ขณะเดียวกัน เมื่อตนลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตัวเองอย่างเข้มข้น ก็พบพฤติกรรมพนักงานบางส่วน มีการชี้นำผู้โดยสารที่ไปซื้อตั๋ว แทนที่จะให้ผู้โดยสารซื้อตั๋ว บขส. กลับให้ไปซื้อตั๋วโดยสารของ รถร่วม บขส. แทน ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องร้ายแรง จึงได้มีการลงโทษตามระเบียบ และนำระบบหมุนเวียนตำแหน่งงานมาใช้ทั้งระดับปฏิบัติการและบริหาร เพื่อป้องกันการสร้างอิทธิพลและผลประโยชน์ทับซ้อน

นายอรรถวิท ได้ขยายความต่อว่า เพื่อหารายได้เพิ่ม ล่าสุด บขส. ได้จับมือ กับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อร่วมเป็นศูนย์รับขนส่งสินค้า โลจิสติกส์ทั่วประเทศ ตามเส้นทางที่ บขส. เดินรถ ซึ่งปัจจุบันมีสถานีขนส่งสินค้า 70 สถานี มีแผนเพิ่มอีก 50 สถานี และตั้งเป้าจะมีสถานีขนส่งสินค้าครบ 200 จุดภายในปี 70 ซึ่งมั่นใจว่าจะสร้างรายได้ให้ บขส. ได้ถึงปีละ 500 ล้านบาท จากปัจจุบัน 100-200 ล้านบาทเท่านั้น โดยมีจุดแข็งคือสามารถส่งสินค้า จาก Hub to Hub มาเป็น Hub to Door โดยมีไปรษณีย์ เป็นคนส่งตรงถึงมือหน้าประตูบ้าน รวดเร็วภายในวันเดียวถึง ต่างจากไปรษณีย์ปกติที่ใช้ 2–3 วัน เพราะรถ บขส. ออกวิ่งทั้งวัน ทุกวัน

  • รถใหม่ 311 คัน สร้างรายได้ เพิ่มบริการ

นายอรรถวิท กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพการให้บริการผู้โดยสาร และลดต้นทุนการดำเนินการ บขส. ได้จัดหารถโดยสารใหม่จำนวน 311 คัน เพื่อทดแทนรถเก่า 157 คัน ที่จะปลดระวาง ซึ่งการจัดหารถใหม่ดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ที่ บขส. ไม่เคยเปลี่ยนรถที่มาวิ่งให้บริการเลย เบื้องต้น บขส. ได้รับมอบรถใหม่เข้าตารางการเดินรถแล้ว 55 คัน และจะรับมอบรถใหม่ครบที่เหลือภายในวันที่ 31 มี.ค. 69 ปีนี้ ซึ่งรถทั้งหมดจะนำมาเดินรถให้บริการผู้โดยสารก่อนเทศกาลสงกรานต์แน่นอน

จากการนำรถใหม่มาวิ่งให้บริการพบว่าได้รับการตอบรับจากผู้โดยสารเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเส้นทางท่องเที่ยวที่มีอัตราการบรรทุกเต็มเกือบทุกเที่ยววิ่ง และนอกจากรถใหม่ให้บริการแล้ว บขส. ยังยกระดับบริการบนรถ เสิร์ฟอาหารว่าง น้ำดื่ม คุณภาพจาก S&P

ส่วนรถเก่าทั้ง 157 คันนั้น บขส. จะทยอยขายออก แต่เนื่องจากสภาพรถมีอายุเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 30 ปี ซึ่งก็อาจจะขายได้ยากบ้าง บางคันอาจขายเป็นอะไหล่ เฉลี่ยขายแต่ละคันน่าจะประมาณ 300,000–500,000 บาท โดยตั้งเป้าหมายว่าจะขายรถเก่าได้รวมกว่า 100 ล้านบาท และข้อดีของการจัดหารถใหม่ก็จะช่วยให้ บขส. ลดต้นทุนค่าซ่อมบำรุงลงกว่าปีละ 100 ล้านบาท

ซึ่งทั้งหมดนี้ได้สะท้อนภาพการปฏิรูปเชิงโครงสร้างของ บขส. ที่ไม่ได้มุ่งเพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการวางรากฐานใหม่ เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชน และยกระดับขนส่งสาธารณะไทยให้กลับมาเป็นทางเลือกหลักที่มีศักดิ์ศรี มาตรฐาน และความยั่งยืนในระยะยาว


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ