
กรมสรรพากรเน้นขยายฐานภาษีไปยังผู้ประกอบการรายใหม่ เช่น ผู้ขายออนไลน์และฟรีแลนซ์
น.ส.กุลยา ตันติเตมิท อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า แผนการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ประจำปีภาษี 2568 ซึ่งเริ่มเปิดให้ยื่นแบบจนถึง 8 เม.ย. 2569 กรมฯ ให้ความสำคัญกับการขยายฐานภาษีไปยังผู้เสียภาษีรายใหม่ ในกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจรายใหม่ที่ประกอบธุรกิจในรูปแบบของบุคคลธรรมดา โดยเฉพาะการขายสินค้าออนไลน์ กลุ่มที่ไม่ใช่ลูกจ้างที่ได้รับเงินเดือน รวมถึงอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ หากมีรายได้ถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนด มีหน้าที่ต้องยื่นแบบฯ และปฏิบัติหน้าที่ทางภาษีให้ถูกต้อง
สำหรับสถิติย้อนหลังจากการปฏิบัติงานสำรวจเพื่อขยายฐานภาษีในช่วงปีงบประมาณ 2566 - 2568 พบว่าการจัดเก็บภาษีผู้เสียภาษีรายใหม่ หรือกลุ่มที่ยื่นแบบและชำระภาษี มีทิศทางเพิ่มขึ้น ทั้งในแง่ของจำนวนรายและยอดเงินภาษีที่จัดเก็บได้ โดยปีงบประมาณ 2566 มีผู้เสียภาษีรายใหม่จำนวน 137,089 ราย คิดเป็นยอดเงินภาษีรวมกว่า 2,410 ล้านบาท ต่อมาในปีงบ 2567 มีผู้เสียภาษีรายใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 140,133 ราย และผลักดันยอดจัดเก็บภาษีให้สูงขึ้นเป็น 2,444 ล้านบาท ส่วนปีงบประมาณ 2568 มียอดผู้เสียภาษีรายใหม่พุ่งสูงถึง 170,841 ราย เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 21.91% ส่งผลให้ยอดการจัดเก็บภาษีพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ถึง 4,560 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดสูงถึง 86.58%
ทั้งนี้ภาพรวมในปีนี้ แม้ยอดการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะยังอยู่ในระดับ 11-12 ล้านคน แต่หากมองเข้าไปในตัวเลขข้างในพบว่า กรมฯ ได้ขยายฐานการเก็บภาษีรายใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี เฉลี่ยปีละนับแสนคน ซึ่งช่วยสร้างความเป็นธรรมให้แก่คนที่อยู่ในระบบภาษี และช่วยเพิ่มรายได้เข้ารัฐบาลอีกด้วย
น.ส.กุลยา กล่าวว่า ในปีนี้ผู้ที่ต้องการยื่นแบบออนไลน์ สามารถยื่นได้ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 8 เม.ย. 2569 สำหรับการยื่นแบบฯ ด้วยกระดาษ สามารถยื่นได้ที่สรรพากรพื้นที่สาขาใกล้บ้าน จนถึงวันที่ 31 มี.ค. 2569 โดยปีนี้กรมสรรพากรได้เพิ่มความสะดวกในการยื่นแบบฯ ออนไลน์ สามารถยื่นแบบฯ ผ่านระบบ e-Filing และระบบ D-My Tax ซึ่งรวมระบบให้บริการทางภาษีต่างๆ ไว้ด้วยกันรองรับการใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง และทำให้ผู้เสียภาษีเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคืนภาษีได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
สำหรับผู้เสียภาษีที่ดีซึ่งไม่ติดเงื่อนไขการประเมินความเสี่ยงของกรมฯ และขอรับคืนภาษีผ่านระบบพร้อมเพย์ที่ลงทะเบียนไว้ด้วยเลขประจำตัวประชาชน คาดว่าจะได้รับเงินคืนภาษีภายใน 7 วัน แต่หากมีกรณีที่ต้องขอข้อมูลหรือขอเอกสารเพิ่มเติม เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง อาจใช้เวลาคืนภาษีนานกว่านั้น เนื่องจากกรมฯ ต้องระวังเรื่องการขอคืนภาษีที่เป็นเท็จด้วยเช่นเดียวกัน