เปิดยุทธศาสตร์ “รัฐบาลประชาชน” “ธนาธร” ลั่นทำได้จริง ฟื้นเศรษฐกิจ เปลี่ยนโครงสร้างประเทศ

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

เปิดยุทธศาสตร์ “รัฐบาลประชาชน” “ธนาธร” ลั่นทำได้จริง ฟื้นเศรษฐกิจ เปลี่ยนโครงสร้างประเทศ

Date Time: 16 ม.ค. 2569 07:00 น.

Summary

ธนาธรและทีมงานพรรคประชาชนประกาศความพร้อมบริหารประเทศทันทีหลังได้รับเลือกตั้ง โดยมีแผนงานที่เตรียมพร้อมไว้แล้ว

  • ศิริกัญญาเปิดเผยแผนการเงิน โดยใช้ระบบจำลองงบประมาณเพื่อความมั่นใจในการดำเนินนโยบายต่างๆ
  • วีระยุทธเสนอ 4 กลไกแก้ปัญหา SME เน้นการเพิ่มสภาพคล่องและลดภาระต่างๆ
  • พรรคมีแผนปฏิรูปพลังงานโดยลงทุน Smart Grid ทั่วประเทศ และตั้งเป้าลดค่าไฟ
  • พรรคจะหาเงินจากหลายแหล่ง เช่น การจัดการงบประมาณภาครัฐ และการลงทุนร่วมกับเอกชน

Latest

คาใจไทยติดโผประเทศเฝ้าระวัง

“ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้าและผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน พร้อมด้วย “ศิริกัญญา ตันสกุล” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2 ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีด้านการปฏิรูปรัฐ และ “วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 3 ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ พร้อมทีมเศรษฐกิจของพรรค ร่วมกางแผนผ่าตัดโครงสร้างประเทศด้วยความมั่นใจเกิน 100% ว่าหากได้รับฉันทานุมัติให้จัดตั้งรัฐบาล พวกเขาพร้อมบริหารประเทศทันทีโดยไม่ขายฝัน ภายใต้แผนงานที่ผ่านการจำลองสถานการณ์ (Simulation) มาอย่างละเอียด เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดทางงบประมาณและพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยด้วยนโยบายที่ทำได้จริงตั้งแต่วันแรก

นายธนาธร กล่าวให้ความมั่นใจว่า หากพรรคประชาชนได้จัดตั้งรัฐบาล จะมีความพร้อมในการบริหารประเทศได้ทันที เนื่องจากพรรคไม่ได้เพิ่งเริ่มคิดหรือเตรียมนโยบายในช่วงใกล้การเลือกตั้ง แต่เริ่มกระบวนการเตรียมความพร้อมทันทีหลังการเลือกตั้งปี 2566 เมื่อทราบว่าต้องทำหน้าที่ฝ่ายค้าน และมองไปข้างหน้าว่าการเลือกตั้งครั้งถัดไป พรรคมีโอกาสได้รับความไว้วางใจจากประชาชน จึงต้องใช้เวลาทั้งหมดในการเตรียมตัวอย่างจริงจัง

“พรรคเตรียมครบทั้ง What, How และ Who คือรู้ว่าจะทำอะไร ทำอย่างไร และใครเป็นผู้รับผิดชอบ มีการสร้างทีมงานและระบบการทำงานควบคู่กันไปโดยเห็นว่าการบริหารประเทศไม่สามารถอาศัยเพียงแนวคิดเชิงนโยบาย แต่ต้องมีโครงสร้างการทำงานและทีมงานที่พร้อมปฏิบัติจริง”

นายธนาธรกล่าวว่า นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขกฎหมายได้มีการยกร่างเตรียมไว้แล้วมากกว่าครึ่งหนึ่ง พร้อมทั้งมีแผนงานหรือโรดแมปในระดับปฏิบัติการอย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น เรื่องการปฏิรูปพลังงาน ด้วยการลงทุนระบบ Smart Grid และ Smart Meter ทั่วประเทศมูลค่า 400,000-500,000 ล้านบาทภายใน 10 ปี เพื่อรื้อโครงสร้างจากระบบผูกขาดรับซื้อรายเดียว โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ไปสู่ตลาดไฟฟ้าเสรี ที่ผู้ผลิตต้องแข่งขันกันขายไฟ จะทำให้ประชาชนเลือกซื้อแพ็กเกจไฟฟ้าได้ตามพฤติกรรม หรือขายไฟจากแบตเตอรี่รถ EV คืนเข้าระบบได้ ตั้งเป้าว่ากลไกการแข่งขันนี้จะช่วยลดค่าไฟได้ 50 สตางค์ต่อหน่วยอย่างยั่งยืน โดยรัฐไม่ต้องนำงบประมาณไปอุดหนุน โดยทีมงานได้เดินสายหารือกับหน่วยงานราชการและเอกชนรายใหญ่ เช่น บี.กริม, บ้านปู เพาเวอร์, เอ็กโก, กัลฟ์, ปตท. ที่มีความพร้อมปรับตัว แผนงานเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างประเทศ เพื่อปูทางไปสู่เป้าหมายสูงสุดคือการเป็น ASEAN Grid เป็นศูนย์กลางส่งผ่านพลังงานจากลาว เมียนมาไปสู่สิงคโปร์, มาเลเซีย

“พรรคดำเนินงานด้วยเงินบริจาคจากประชาชนและเงินอุดหนุนกองทุนพัฒนาการเมืองปีละกว่า 90 ล้านบาท ทำให้พรรคไม่มีหนี้บุญคุณที่ต้องไปถอนทุนคืนด้วยการทุจริตหรือเอื้อประโยชน์กลุ่มทุน การไม่มีเงินทอนที่ทำให้กล้าเข้าไปรื้อโครงสร้างพลังงานและสัมปทานต่าง ๆ ได้อย่างตรงไปตรงมา ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะกลับมาช่วยหาเสียง โดยตอนนี้กำลังเดินสายรณรงค์หาเสียงอย่างเข้มข้นในต่างประเทศเพื่อส่งสัญญาณกลับมายังประเทศไทย โดยเริ่มจากสหรัฐอเมริกา, ลอสแอนเจลิส, ชิคาโก ข้ามไปยังยุโรป, ลอนดอน และจะไปสิ้นสุดที่เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ก่อนจะบินกลับมาประเทศไทย”

นายธนาธรกล่าวทิ้งท้ายว่า หน้าที่ของเขาคือการส่งมอบรัฐบาลที่ดีที่สุดให้กับประชาชน และเชื่อว่าหากพรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาล หน้าตาของรัฐบาลจะสะท้อนผลการเลือกตั้งอย่างสอดคล้องกับเจตจำนงของประชาชน

“วีระยุทธ” ชู 4 กลไกปลดล็อก SME

นายวีระยุทธ กล่าวว่า ได้วางยุทธศาสตร์แก้ปัญหาปากท้องผ่าน "4 Pain Points" ของธุรกิจ SME แบบครบวงจร ได้แก่ 1. บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพิ่มสัดส่วนการค้ำประกันสินเชื่อสำหรับ SME รายเล็ก หรือกลุ่ม S เป็น 30% จากเดิมที่รัฐมักค้ำประกันให้กลุ่มธุรกิจขนาดกลางมากกว่า มาตรการดังกล่าวสามารถดำเนินการได้ทันทีผ่านมติคณะรัฐมนตรี และเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนที่สามารถทำได้ภายใน 100 วันแรกของการบริหารประเทศ 2. สภาพคล่องสะดุด ใช้มาตรการ "หวยใบเสร็จ" ให้คนซื้อของร้านรายย่อยครบ 500 บาท ได้ลุ้นรางวัลใหญ่ เพื่อกระตุ้นยอดขาย 3. เครดิตเทอมยาว แก้ปัญหา SME ต้องรอเงิน 45-60 วันด้วยระบบ E-Factoring ให้ SME สามารถนำใบแจ้งหนี้อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Invoice) ไปแปลงเป็นเงินสดได้ทันที เพื่อเสริมสภาพคล่องและลดภาระการรอคอย 4. ขาดตลาด รัฐสนับสนุนการตั้งโกดังสินค้า (Warehouse) ในต่างประเทศให้สินค้าไทยพร้อมส่งเหมือนสินค้าจีน

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการดึง SME เข้าระบบด้วยมาตรการภาษีใหม่ โดยขยายเพดานจดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 1.8 ล้าน เป็น 3.6 ล้านบาท เพื่อให้รายเล็กกล้าโต และเสนอระบบ VAT เหมาจ่าย 2.1% โดยไม่ต้องเก็บใบกำกับภาษีซื้อ เพื่อลดภาระเอกสาร นอกจากนี้ยังเตรียมสร้าง Medical Industry ที่ไทยจะไม่ใช่แค่คนใช้เครื่องมือแพทย์นำเข้า แต่จะผลิตอุปกรณ์เอง เพื่อลดการขาดดุลและสร้างห่วงโซ่อุปทานในประเทศ ควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมจาก Smart Meter 30 ล้านตัว ที่จะสร้างงานให้โรงงานพลาสติก ทองแดง และชิปในไทยมหาศาล

“ศิริกัญญา” มั่นใจมีงบทำตามนโยบาย

น.ส.ศิริกัญญา เปิดเผยว่า ใช้ระบบ Policy Simulation หรือจำลองงบประมาณล่วงหน้าเพื่อป้องกันไม่ให้เกิด "Digital Wallet Moment" หรือภาวะถังแตกจากนโยบายขายฝัน ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกกันในพรรค อยากทำโครงการใหญ่แต่พอถึงหน้างานจริงเงินไม่มี จึงได้ทำการนำนโยบายพรรคกว่า 70-80 เรื่อง เช่น สวัสดิการเด็กเล็ก, น้ำประปา, การศึกษา มาใส่ในกระดานจำลองงบประมาณ (Policy Simulation) ไปจนถึงปี 2573 เพื่อให้มั่นใจว่าทำได้จริงและมีเงินจ่าย พร้อมยอมรับว่าจำเป็นต้องขาดดุลการคลังที่ระดับ 3.9% ในช่วงแรกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ก่อนจะค่อย ๆ ลดลงเหลือ 3% ในปีท้าย ๆ

พบว่าในปีงบประมาณ 2570 รัฐบาลใหม่จะมีพื้นที่ทางการคลัง (Budget Space) ให้ใช้ทำนโยบายใหม่ได้จริงเพียงประมาณ 680,000 ล้านบาท จึงจะนำระบบ Zero-Based Budgeting หรืองบประมาณฐานศูนย์มาใช้ เพื่อรื้องบโครงการเก่าที่ไม่จำเป็นทิ้ง ไม่ให้ตั้งงบเพิ่มตามฐานเดิม อย่างไรก็ตาม งบประมาณปี 2570 รื้อทั้งหมดไม่ทัน จึงวางแผนรื้อเท่าที่จำเป็น แล้วค่อยทำเต็มรูปแบบในปีถัดไป

สำหรับคำถามว่าเอาเงินมาจากไหน จะไม่รีดภาษีใหม่หรือขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในยามเศรษฐกิจฝืดเคือง แต่จะหาเงินจาก 2 แหล่งหลัก คือ 1. เข้าไปจัดการงบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐมูลค่า 1.4 ล้านล้านบาท ที่เชื่อว่ามีส่วนต่างราคา (เงินทอน) อยู่ราว 20-30% หากแก้ระเบียบให้โปร่งใส จะดึงเงินกลับมาได้ถึง 300,000 ล้านบาท 2. ใช้เงินนอกงบประมาณ เช่น ให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ ส่วนคำถามสำคัญที่ว่าใครจะมาดำรงตำแหน่ง รมว. คลัง น.ส.ศิริกัญญา ระบุว่า ขอเก็บไว้เป็นตัว Secret (ความลับ) และเตรียมไว้เป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์จะเปิดตัวในภายหลัง


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ