
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และคณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน ร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จัดเสวนา “หยุดสแกมเมอร์ ทุนเทา และนอมินี” เมื่อวันที่ 14 ม.ค.69 โดยเชิญผู้แทนจากพรรคการเมืองต่างๆ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เข้าร่วม เพื่อสื่อสารวิสัยทัศน์ และนำเสนอข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อพรรคการเมืองและสาธารณชน ในการเร่งรัดให้รัฐบาลใหม่แก้ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และทุนผิดกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม
ปัจจุบันไทยกำลังเผชิญ “สงครามเศรษฐกิจยุคใหม่” จากเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์และทุนเทา ในปี 68 ไทยเสียหายไปแล้วกว่า 25,000 ล้านบาท จากคดีหลอกลวงออนไลน์กว่า 323,000 คดี แต่เยียวยาเหยื่อได้เพียง 1% ปัญหานี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของคนถูกหลอก แต่คือการที่ “ทุนเทา” เข้ามาฟอกเงินผ่าน “นอมินี” เพื่อทำธุรกิจในไทย ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจอย่างตรงไปตรงมาต้องล้มตาย เพราะสู้ต้นทุนและอิทธิพลผิดกฎหมายไม่ได้ หากไม่หยุดปัญหาทุนเทา และนอมินี เครือข่ายเหล่านี้จะ “ยึดรัฐ” ผ่านการจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงและนักการเมือง จนโครงสร้างประเทศเราพังทลาย
ปัญหาดังกล่าวกระทบเศรษฐกิจใน 3 มิติหลัก คือ 1. การบิดเบือนกลไกตลาดและทำลาย SME ไทย 2.ภัยนอมินี คือ การขายชาติเชิงเศรษฐกิจ เพราะมีการใช้คนไทยบังหน้าเพื่อยึดครองธุรกิจสงวนของคนไทย 3.วิกฤติศรัทธาต่อเศรษฐกิจดิจิทัล ความเสียหายจากสแกมเมอร์กว่า 25,000 ล้านบาทต่อปี เปลี่ยนความเชื่อมั่นเป็นความหวาดระแวงต่อระบบธนาคารและการทำธุรกรรมออนไลน์ ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่รัฐทุ่มงบประมาณสร้างมหาศาลเป็นอัมพาต และไร้ความหมาย ทำให้เศรษฐกิจไทยหยุดชะงักเพราะการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคตพังทลายลง ธุรกรรมข้ามพรมแดนขาดความปลอดภัย
ทั้งนี้ กกร. เสนอให้รัฐบาลใหม่เร่งดำเนินการภายใน 6 เดือนแรก ทั้งการปิดช่องโหว่นอมินี ปฏิรูปหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และต้องกล้าลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด แม้เป็นบุคคลในพรรคเดียวกัน เพื่อหยุดวงจรคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน