
นายกฯ สั่ง รมว.พลังงานติดตามราคาน้ำมันโลกใกล้ชิด หลังเกิดสถานการณ์ในเวเนซุเอลา
"รมว.พลังงาน" เผย "นายกฯ" สั่งเกาะติดราคาน้ำมันในตลาดโลก ด้านเลขาฯ สภาพัฒน์ ชี้วิกฤตเวเนซุเอลาไม่กระทบเศรษฐกิจไทย ราคาน้ำมันยังทรงตัว ที่ประชุม ครม.อนุมัติ 15,862 ล้านบาท สร้างมอเตอร์เวย์ สาย 9 บางบัวทอง - บางปะอิน “พิพัฒน์”ไม่กลัวฝ่ายการเมืองร้องกกต.ยันถามกฤษฎีกาแล้ว
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน กล่าวถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันภายหลังเกิดกรณีสหรัฐฯกับเวเนซุเอลา ว่า ต้องจับตาเพราะมีหลายเหตุการณ์ที่จะส่งผลกระทบ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กําชับให้ติดตามราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด และขอให้สบายใจ ไทยยังไม่มีการปรับขึ้นราคาน้ำมัน
กรณีเวเนซุเอลานั้น ขณะนี้ยังไม่ถึงกับทําให้ราคาน้ำมันมีราคาสูง ขณะที่ต้องจับตาท่าทีของสหรัฐฯจะใช้กำลังทหารขยายพื้นที่อีก เนื่องจากมีเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์ หรือ ภูมิศาสตร์การเมือง เข้ามาเกี่ยวข้อง
“ผลกระทบในอนาคตมีทั้งทางบวกและทางลบ ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หากสหรัฐเข้าไปบริหารจัดการน้ำมันเวเนซุเอลาได้ดี ก็จะสามารถผลิตน้ำมันสํารองมายังตลาดโลกได้ และท้ายที่สุดต้องติดตามเรื่องความขัดแย้งของแต่ละประเทศด้วย เพราะจะเป็นอย่างไรเนื่องจากมีผลต่อราคาน้ำมัน”
ด้านนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในประเทศเวเนซุเอลาว่าในเชิงเศรษฐกิจประเทศไทยไม่มีความผูกพันหรือพันธะใดๆ กับเวเนซุเอลาอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในด้านพลังงานไม่มีการจัดซื้อหรือนำเข้าน้ำมันจากเวเนซุเอลา สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการจัดหาน้ำมันของไทยโดยตรง ่ราคาน้ำมันในตลาดโลก ยังไม่มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากปัจจุบันตลาดน้ำมันโลกอยู่ในภาวะ อุปทานล้นตลาด (Over Supply) อย่างมาก
ส่วนกรณีที่สภาพัฒน์เคยคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันในปีนี้จะเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 55-68 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรลนั้น ในการคาดการณ์ตัวเลขน่าจะใกล้เคียงเดิม และจากการติดตามราคาน้ำมันรายวันตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี พบว่า 2 วันที่ผ่านมา ราคามีการขยับขึ้นเพียง1 เหรียญฯ ซึ่งถือว่าไม่มีผลกระทบมากนัก โดยพบว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีการแข็งค่าขึ้นบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติเมื่อเกิดสถานการณ์ความขัดแย้ง
“ตราบใดที่สถานการณ์ยังไม่บานปลาย จนกลายเป็นสงครามขนาดใหญ่ ก็ยังไม่มีเรื่องที่น่ากังวลสำหรับเศรษฐกิจของประเทศไทยในขณะนี้”
วันเดียวกัน ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้มีมติอนุมัติดำเนินงานก่อสร้าง โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หรือ มอเตอร์เวย์ หมายเลข 9 สายวงแหวนรอบนอก กรุงเทพมหานคร ด้านตะวันตกช่วงบางบัวทอง - บางปะอิน ในส่วนของงานโยธา วงเงินประมาณ 15,862 ล้านบาท โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม กล่าวว่า โครงการนี้อยู่ในแผนการใช้ปีงบประมาณ 2569 อยู่แล้ว จึงสามารถเสนอเข้าครม.ครั้งนี้ได้
“ ที่ผ่านมาโครงการมอเตอร์เวย์สายดังกล่าว ได้ผ่านการพิจารณาและศึกษาอย่างรอบด้านมาเรียบร้อยแล้ว ก่อนได้รับการบรรจุอยู่ในงบประมาณรายจ่ายปี 2569 ซึ่งขณะนี้ดำเนินการมาสู่ไตรมาสที่ 2 แล้วโดยการขออนุมัติโครงการนี้ กระทรวงคมนาคมได้สอบถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้รับการแจ้งว่าสามารถนำเข้าสู่ที่ประชุมครม.เพื่อพิจารณาได้ และจะบอกว่าเป็นการเสนอเข้ามาในช่วงเลือกตั้งก็ไม่ได้เนื่องจากโครงการนี้ ได้ผ่านการพิจารณาและอยู่ในงบประมาณปี 2569 ไม่ใช่เพิ่งมาขอ หรือเป็นโครงการใหม่ ”
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่ได้กังวลว่าจะมีฝ่ายการเมืองนำเรื่องนี้ ไปร้องกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เพราะไม่ใช่โครงการใหม่ แตกต่างจากสิ่งที่ห้ามคือห้ามดำเนินโครงการใหม่ที่ไม่ได้อยู่ในระบบงบประมาณ
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครั้งนี้ ครม.อนุมัติให้กรมทางหลวง ดำเนินโครงการช่วงบางขุนเทียนฯ ในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เพื่อให้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองทั้ง 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงบางขุนเทียน - บางบัวทอง และช่วงบางบัวทอง - บางปะอินเชื่อมต่อกันโดยเป็นโครงข่ายวงแหวนรอบนอกอย่างสมบูรณ์ โดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เห็นว่า โครงการฯ เป็นโครงการ ที่ได้กำหนดไว้แล้วในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จึงเป็นเรื่องที่ครม.สามารถพิจารณาอนุมัติได้