ไม่เคยเจ็บพอ

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ไม่เคยเจ็บพอ

Date Time: 7 ม.ค. 2569 04:19 น.

Summary

โหรเศรษฐศาสตร์หลายสำนักทำนายว่าเศรษฐกิจปีนี้ จะขยายตัวต่ำกว่า 2% ของ จีดีพี ด้วยเหตุผลเดิมๆที่แก้อย่างไรก็แก้ไม่ได้สักที เริ่มตั้งแต่ปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง แม้จะปรับตัวลดลงจากเดิมเหลือราว 85% จาก 91% แต่ไม่ได้ชี้ชัดว่า หนี้ที่ปรับตัวลดลง เป็นเพราะถูกยึดบ้านยึดรถตัดหนี้สูญกันหมดใช่หรือไม่


Latest

เอกชนขอลงทุนขยายสนามบินภูเก็ต เปิดพื้นที่500ไร่ สร้างหลุมจอดหวังแก้ปัญหาพื้นที่ติดล็อกแออัด

โหรเศรษฐศาสตร์หลายสำนักทำนายว่าเศรษฐกิจปีนี้ จะขยายตัวต่ำกว่า 2% ของ จีดีพี ด้วยเหตุผลเดิมๆที่แก้อย่างไรก็แก้ไม่ได้สักที 

เริ่มตั้งแต่ปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง แม้จะปรับตัวลดลงจากเดิมเหลือราว 85% จาก 91% แต่ไม่ได้ชี้ชัดว่า หนี้ที่ปรับตัวลดลง เป็นเพราะถูกยึดบ้านยึดรถตัดหนี้สูญกันหมดใช่หรือไม่

ตามด้วยปัญหาการส่งออกที่โครงสร้างภาคการผลิตในอุตสาหกรรมยังไม่ได้ปรับตัวจริงจัง เพราะเถ้าแก่ทั้งหลายอายุมากแล้ว และทายาทไม่อยากทำต่อ ไม่ก็ยังอยากเก็บเงินสดไว้ก่อน ไม่ขยายการลงทุน หรือหาเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพ และคุณภาพการผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาดโลก

ในขณะที่ค่าเงินบาทก็แข็งเอาแข็งเอา ซ้ำยังมีภาษีทรัมป์ 19% ซ้ำเติมอีก

เครื่องยนต์เศรษฐกิจอีกตัวที่แห้งเหี่ยวหัวโตมากในปีที่แล้ว หลังจากที่เคยทำรายได้เป็นกอบเป็นกำให้ประเทศ และคนไทย ก็คือธุรกิจการท่องเที่ยว และบริการ

เพิ่งจะมาเห็นฝรั่งหัวแดงเข้ามากันเยอะก็ตอนปลายปี ขณะที่พวกหัวดำๆอย่างจีน สิงคโปร์ และญี่ปุ่น ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ซื้อรายใหญ่หายหน้าไปหมด

ส่วนการลงทุนภาครัฐ ไม่ต้องพูดถึง แม้จะมี รองนายกฯ และ รมว.คลัง ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ออกมาขับเคลื่อนโครงการคนละครึ่ง และคนละครึ่งพลัสเพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้การค้าขายรายย่อยดำเนินไปได้โดยไม่ติดขัด พร้อมๆกัปอัปสกิลแรงงานไทยไปด้วยในตัว

แต่ก็ยังไม่มีโครงการเมกะโปรเจกต์ใดที่จะเป็นตัวสร้างงานสร้างรายได้จริงๆให้เกิดขึ้น

นักเศรษฐศาสตร์ในกระทรวงการคลัง พยายามค้นหาวิธีที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยให้กลับมาได้ด้วยวิธีการต่างๆ ตั้งแต่ปรับโครงสร้างการจัดเก็บภาษีครั้งใหญ่ แต่นักการเมืองจำพวกไม่รู้สี่รู้แปดออกมาพูดทีไร ก็มักจะถูกชาวบ้านโห่ไล่ทุกครั้ง...

เป็นอันว่า โครงสร้างภาษีที่จะให้ประโยชน์แก่บุคคลธรรมดา นิติบุคคล และภาครัฐ โดยเฉพาะในการขยายฐานการจัดเก็บภาษีก็เป็นอันต้องพับเก็บกลับเข้าลิ้นชักไป ทำไม่ได้อีกในช่วงเวลาที่จำเป็น

ในบรรดามาตรการพลิกฟื้นเศรษฐกิจที่ว่านี้ มีประเด็นการปรับลดค่าเงินบาทแบบมีการควบคุมถูกนำเสนอขึ้นมาด้วย แต่เนื่องจากเป็นเรื่องอ่อนไหวและจำเป็นต้องใช้ความกล้าหาญเข้ามาตัดสินใจ จึงต้องหารือเป็นการใหญ่กับผู้นำรัฐบาลว่า จะตัดสินใจอย่างไร?

แต่ถ้าปล่อยให้สถานการณ์เศรษฐกิจดำเนินไปเช่นนี้ และเงินบาทแข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ ที่สุดโลกจะตัดสินว่าไทยเป็นอะไร เช่น อุตสาหกรรมตกชั้น ทัวร์ราคาถูก ประเทศที่เคยมีศักยภาพ เพราะโลกมองเห็นแต่วงจรแบบเดียวกันซ้ำๆ โดยที่ไทยไม่เคยปรับเปลี่ยนโครงสร้างใดๆ

หรือว่า ปัญหาที่ประเทศ และคนไทยเผชิญอยู่นี้ ไม่เคยเจ็บพอ!...ไม่เคยล้มแบบเกาหลีใต้ในปี 1997...ไม่เคย reform จริงแบบญี่ปุ่นในยุค 90 หรือไม่เคยบังคับให้บริษัทที่ไร้ซึ่งสมรรถภาพ และประสิทธิภาพออกไปจากตลาด

สุดท้าย ลดค่าเงินบาทดีอย่างไร คำตอบคือ ดีแน่ๆสำหรับการส่งออก และธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศ แต่นักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า ต้องไม่เกิน 36 บาท

เก็บไปคิดกันก่อนแล้วกัน ยังมีเวลาอีก 8-12 เดือน (ก่อนเผาซ้ำปีถัดไป)

มิสไฟน์

คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ