10 เรื่องเศรษฐกิจที่ “ประชาชนอยากได้จริง” ในปีเลือกตั้ง 2569

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

10 เรื่องเศรษฐกิจที่ “ประชาชนอยากได้จริง” ในปีเลือกตั้ง 2569

Date Time: 3 ม.ค. 2569 04:14 น.

Summary

ปี 2569 เป็นปีที่การเมืองเดินเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้ง ท่ามกลางความคาดหวังของประชาชนต่อรัฐบาลใหม่ว่าจะเข้ามา “แก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง” ได้จริง ไม่ใช่เพียงคำสัญญาบนเวทีหาเสียง เพราะในชีวิตจริง ค่าครองชีพยังสูงรายได้โตไม่ทันค่าใช้จ่าย

Latest

ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 18 ก.พ. 2569 อัปเดตราคาน้ำมันทุกชนิดล่าสุดลิตรละกี่บาท

ปี 2569 เป็นปีที่การเมืองเดินเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้ง ท่ามกลางความคาดหวังของประชาชนต่อรัฐบาลใหม่ว่าจะเข้ามา “แก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง” ได้จริง ไม่ใช่เพียงคำสัญญาบนเวทีหาเสียง เพราะในชีวิตจริง ค่าครองชีพยังสูงรายได้โตไม่ทันค่าใช้จ่าย งานไม่มั่นคง และความไม่แน่นอนกลายเป็นเรื่องปกติของคนทำงานแทบทุกกลุ่ม

“ทีมเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” จึงตั้งคำถามตรงไปยังประชาชนจากหลากหลายอาชีพ ตั้งแต่แรงงานอิสระ ผู้บริหารภาคธุรกิจ คนทำงานสร้างสรรค์ นักศึกษา คนข่าว ไปจนถึงนักการเมืองและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจ เพื่อสะท้อนว่า “เศรษฐกิจแบบไหน” ที่ประชาชนอยากเห็นจริงในปีเลือกตั้ง ไม่ใช่เศรษฐกิจบนกระดาษตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) แต่คือเศรษฐกิจที่กระทบชีวิตประจำวันโดยตรง

คำตอบที่ได้สะท้อนภาพเดียวกันอย่างชัดเจน ตั้งแต่ค่าครองชีพ น้ำมัน ค่าไฟ ค่าเดินทาง งานที่มั่นคงและโปร่งใส โอกาสของแรงงานไทยในและนอกประเทศ การท่องเที่ยวที่คุ้มค่า ไปจนถึงนโยบายเพิ่มรายได้ที่ต้องทำจริง ไม่ใช่แจกชั่วคราว หรือปล่อยให้รายได้กระจุกอยู่ที่ทุนใหญ่ เสียงเหล่านี้จึงถูกร้อยเรียงเป็น “10 เรื่องเศรษฐกิจที่ประชาชนอยากได้จริง” เพื่อเป็นโจทย์สำคัญให้ทุกพรรคการเมืองต้องตอบให้ชัด ก่อนขอคะแนนเสียงจากประชาชน

1.ค่าครองชีพอะไรแพงที่สุดตอนนี้?

ธีรศักดิ์ พาโคกทม ขับจักรยานยนต์รับจ้าง

ขณะนี้ค่าครองชีพในชีวิตประจำวันมีราคาแพงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้าวราดแกง ข้าวผัดกะเพราเมื่อกลางปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 50 บาท แต่ขณะนี้พ่อค้าแม่ค้าขอปรับขึ้นเป็น 60 บาท ทำให้มีรายได้ลดลงเพราะรายจ่ายเพิ่มขึ้นแม้ว่าจะพยายามประหยัดในการใช้จ่ายผมขอเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่หาวิธีการปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันลงมาจากปัจจุบันให้ได้เท่าที่จะสามารถทำได้ เพราะขณะนี้เติมน้ำมันปริมาณต่อวันเท่าเดิม แต่เมื่อหักต้นทุนค่าน้ำมันแล้วพบว่ารายได้ลดลงวันละ 100-200 บาท จากปกติมีรายได้เฉลี่ย 800 บาทต่อวัน แม้ว่าจำนวนเที่ยววิ่งต่อวันรวมทั้งระยะทางจะเท่าเดิม

นอกจากนี้ อยากให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณาลดราคาค่าไฟฟ้าเพื่อช่วยเหลือคนมีรายได้น้อยลงอีก แม้ว่าล่าสุดค่าไฟฟ้าจะอยู่ที่ 3.88 บาทต่อหน่วยในเดือน ม.ค.-เม.ย.2569 แล้วก็ตาม

2.รายได้ประชาชนพอใช้ไหม?

มนต์ชัย บัวแดง รับจ้างทั่วไปทำงานร้านก๋วยเตี๋ยว

ปัจจุบันมีรายได้เฉลี่ยวันละ 500 บาท ทำงานเฉลี่ยวันละ 10 ชั่วโมง เริ่มงานตั้งแต่ตี 5 เลิกงานเวลา 15.00 น. เมื่อก่อนทำทั้ง 7 วัน แต่ตั้งแต่มีเชื้อโควิด-19 แพร่ระบาด ทางร้านก็หยุดขายวันเสาร์-อาทิตย์ เพราะขายไม่ดีเท่าวันธรรมดา ทำให้ทุกวันนี้มีรายได้จากการทำงานเพียง 5 วันต่อสัปดาห์ คือวันจันทร์ถึงวันศุกร์ รายได้ลดลง ต้องบอกว่าแค่พออยู่พอกิน ต้องประหยัดไม่ได้สุขสบายเท่าไร เพราะได้เงินมาก็มีภาระต้องใช้จ่ายทั้งในชีวิตประจำวันได้มาใช้ไป ขณะที่มีภาระต้องส่งลูกเรียน จึงทำให้ไม่มีเงินเก็บ เงินออม ทุกวันนี้ต้องหารายได้เสริมกับภรรยาโดยขายลูกชิ้นปิ้ง และพยายามหารายได้อื่นเพิ่ม แต่งานก็หายาก ขณะที่ภรรยาก็มีอาชีพรับจ้างรายวันเช่นกัน

ถ้าเป็นไปได้ก็อยากได้ค่าแรงเพิ่มขึ้น เพราะค่าใช้จ่ายค่าครองชีพสูงขึ้น แต่ค่าแรงเท่าเดิมและรายได้ลดลงจากการลดวันทำงาน ตั้งใจว่าปีหน้าจะไปสมัครเป็นไรเดอร์ในแอปต่างๆขับรถส่งของเพื่อหารายได้พิเศษเพิ่มขึ้นอีกทาง

3.เรื่องไหนที่ทำให้ชีวิตยากขึ้นกว่าเดิม?

มนัสส์ มานะวุฒิเวช หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านประสบการณ์ลูกค้าและธุรกิจรีเทล บริษัท ทรู คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)

ปี 2569 มีสิ่งที่ทำให้ชีวิตยากขึ้นหลายเรื่อง สิ่งแรกคือภาวะเศรษฐกิจ นี่คือน่ากลัวมาก กำลังซื้อลดลงเป็นประวัติการณ์ เพราะคนลดค่าใช้จ่าย แม้ค่าแรงจะขึ้น แต่เงินเฟ้อก็ขึ้นตาม ข้าวของแพง คนจึงไม่ซื้อเยอะ แม้ทรูอยู่ในธุรกิจที่กลายเป็นปัจจัยที่ 5 เป็นสินค้าจำเป็นไปแล้ว แต่ต้นทุนเราเยอะ ค่าบริหาร ปรับปรุงโครงข่ายแต่ละปีมูลค่ามหาศาล

ความยากอีกอย่างคือเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง ความที่เราไม่รู้ ว่าเราไม่รู้อะไร ตั้งแต่ปัญหาภัยธรรมชาติ น้ำท่วมเชียงราย หาดใหญ่, ภัยสงคราม และการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ (Climate Change)

ตอนน้ำท่วมหาดใหญ่ทรูต้องไปเปลี่ยนโมเดมอินเตอร์เน็ตให้ลูกค้ากว่า 20,000 ครัวเรือนเพื่อให้เขาติดต่อสื่อสารได้ ทีมวิศวกรต้องพายเรือ ว่ายน้ำอุ้มถังน้ำมันไปเติมสถานีฐาน เพื่อให้กลับมาทำงานได้ สิ่งเหล่านี้จริงๆเรามีระบบป้องกันหมด มีระบบไฟสำรอง แต่น้ำท่วมสูงมากและกินเวลานาน 3-4 วัน นี่คือสิ่งที่คาดเดาไม่ได้เลย

นอกจากนั้น การที่โลกเปลี่ยนไวเหลือเกิน ทำให้อดีตไม่ได้บอกอนาคต แม้คนทำงานประจำอย่างผมก็ยังยาก พวกที่ทำงานอิสระ ทำธุรกิจส่วนตัว ยิ่งยากเข้าไปใหญ่

4.อยากให้รัฐบาลใหม่สร้างงานประเภทไหน?

อจลา ตะเภาพงษ์ LOOKMOO PR ประชาสัมพันธ์อิสระและสื่อสารแบรนด์

อยากให้รัฐบาลใหม่สร้างแหล่งงานที่ถูกกฎหมายและโปร่งใส เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง ลดแรงจูงใจเข้าสู่วงจรการล่อลวงและอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะปัญหาสแกมเมอร์ที่ขยายตัวในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ควบคู่กับการพัฒนาทักษะอาชีพใหม่ให้สอดรับกับตลาดแรงงานยุคดิจิทัล

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว การสร้างงานและการรักษาการจ้างงานควรถูกยกเป็นวาระแห่งชาติ โดยรัฐต้องสนับสนุนธุรกิจรายย่อยและ SME ควบคู่กับการสร้างอาชีพใหม่อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันจำเป็นต้องยกระดับอาชีพในวงการข่าวสารและสื่อมวลชน ผ่านการคุ้มครองแรงงาน การจ้างงานที่เป็นธรรมและการเสริมทักษะดิจิทัล เพื่อให้สื่อสามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีคุณภาพและเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจข้อมูล

การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและความปลอดภัย เป็นทั้งการยกระดับคุณภาพชีวิตและเครื่องมือกระตุ้นการจ้างงานในระดับพื้นที่ สร้างรายได้ให้แรงงานและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั่วประเทศ

ในระยะยาว การพัฒนาการศึกษาและทักษะภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษและจีน เป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถแรงงานไทย รองรับการลงทุนจากต่างประเทศ และขยายโอกาสการทำงานในตลาดโลก

นอกจากนี้ การใช้กีฬาและกิจกรรมขนาดใหญ่เป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงมาตรการกระตุ้นกำลังซื้ออย่างโครงการคนละครึ่ง สามารถช่วยพยุงเศรษฐกิจฐานรากและรักษาการจ้างงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 ท้ายที่สุด การยกระดับระบบประกันสุขภาพและประกันสังคมให้ประชาชนพึ่งพาได้จริง จะช่วยสร้างความมั่นคงให้แรงงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และวางรากฐานตลาดแรงงานไทยที่เข้มแข็งและยั่งยืน

5.หนี้หนักที่สุดคือหนี้อะไร...อยากให้รัฐบาลช่วยอะไร?

บัวไล แสนอุ่น ชาวนา บ้านหนองคู ต.หนองแก้ว อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด

ปีนี้อายุ 77 ปีแล้ว แต่ยังมีหนี้อยู่กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ราว 100,000 บาท จากเดิมกู้เงินมา 200,000 บาท เอามาทำนา สร้างบ้าน และดำรงชีพในแต่ละวัน แม้จะได้รับเงินผู้สูงอายุ แต่ค่าใช้จ่ายในยุคปัจจุบัน ข้าวของต่างๆขึ้นราคาทุกอย่าง และด้วยการเป็นผู้สูงอายุแล้ว ต้องสร้างบ้านหลังใหม่ให้เหมาะสมกับผู้สูงวัยด้วย เพื่อมิให้เป็นภาระลูกหลาน

 ปัจจุบันหนี้ลดลงเรื่อยๆ เพราะชำระหนี้ทุกปี ด้วยการเป็นหนี้ของ ธ.ก.ส. นั้น ต้องชำระเป็นรายปี ตามฤดูกาลผลิต เมื่อทำนาเสร็จ ขายข้าวได้ ก็จะนำเงินไปชำระหนี้ การทำนาไว้กิน เมื่อเหลือกิน ก็ขาย มีเงินไว้ใช้จ่ายในครอบครัว

“อายุ 77 ปีแล้ว ไม่อยากเป็นหนี้แล้ว แต่ไม่กู้ ก็ไม่มีเงินสร้างบ้านหลังใหม่ ไว้อยู่อาศัยในยามแก่ เพราะบ้านหลังเก่าทรุดโทรมมาก สิ่งที่อยากให้รัฐบาลชุดใหม่ช่วยเหลือ คือ การเพิ่มเงินผู้สูงอายุเดือนละ 1,000 บาท เพราะเมื่ออายุเยอะแล้ว การเดินทางไปโรงพยาบาลก็ต้องมีค่าใช้จ่ายการเดินทาง แม้ค่ารักษาพยาบาลจะใช้โครงการ 30 บาท แต่การเดินทางแต่ละครั้งใช้เงินหลายร้อยบาท เพราะบ้านอยู่ห่างจากโรงพยาบาลประจำอำเภอ และบางครั้งต้องไปโรงพยาบาลประจำจังหวัด”

นอกจากนี้ อยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรให้มากกว่านี้ บางปีแล้ง บางปีน้ำท่วม ปัญหานี้แก้ไม่หาย ปีนี้น้ำมาช้ามาก ทำให้นาข้าวเสียหาย ปีก่อนน้ำท่วม นาข้าวก็เสียหายเช่นกัน อยากให้รัฐวางแผนอย่างยั่งยืน อยากให้ดูแลเรื่องราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะราคาข้าว ปีนี้ราคาไม่ดี เพราะยายทำนาปีละครั้ง เก็บไว้กิน เก็บไว้ขาย ราคาวัว ควาย หมู ตอนเลี้ยงก็ใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะขายได้ พอขายได้ราคาต่ำ แต่พอไปซื้อที่ชำแหละแล้ว ราคาสูงมาก

6.คิดอยากไปทำงานต่างประเทศไหม? เพราะอะไร?

พงษ์ไพโรจน์ เลิศสุดวิชัย นักศึกษาปริญญาโท University of Szeged

ในฐานะที่ผมกำลังศึกษาปริญญาโท เอกการแสดงไวโอลิน ที่ประเทศฮังการี ทำให้มีความคิดอยากทำงานในต่างประเทศตลอด เพราะที่ฮังการีให้ประสบการณ์การเรียนดนตรีคลาสสิกที่เข้มข้นและลึกซึ้ง มีวัฒนธรรมดนตรีคลาสสิกที่หยั่งรากลึก ผู้คนที่นี่นิยมดูดนตรีคลาสสิกมากกว่าที่ไทย มีโรงอุปรากร มีหอแสดงอยู่ทุกเมือง เวลามีคอนเสิร์ตแต่ละครั้ง ผู้คนจะเข้ามาชมจนล้นหอแสดง ทำให้เรามีโอกาสทำงานมากกว่าอยู่ที่ไทย

 นอกจากนี้ โลกของดนตรีคลาสสิกในฮังการี หรือประเทศยุโรปอื่น ยังเชื่อมถึงกัน นักดนตรีส่วนใหญ่ทำงานข้ามประเทศกันบ่อย วันนี้เล่นคอนเสิร์ตเมืองนี้ วันต่อมาไปเล่นประเทศอื่น การได้เป็นนักดนตรีประจำวงออร์เคสตรา ได้ทำงานร่วมกับนักดนตรีเก่งๆจากหลายประเทศ หรือแม้แต่การเล่นในโปรเจกต์เล็กๆตามเมืองต่างๆ ล้วนเป็นประสบการณ์ที่ช่วยพัฒนาทักษะ มุมมองทางดนตรี และ connection ที่จะมีประโยชน์ต่อการทำงานในอนาคต

 “ผมมองว่า อนาคตของนักดนตรีคลาสสิกในต่างประเทศ ไม่ได้ปิดตายอยู่ในกรอบของการเป็นเพียงนักดนตรี หรือเป็นอาจารย์สอนดนตรีเท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่สำหรับการทดลอง และมีโอกาสที่จะได้ค้นพบสิ่งที่เหมาะกับตัวเองอย่างแท้จริง เช่น ทำงานด้านการอัดเสียงในสตูดิโอ หรือแม้แต่เล่นเพลงประกอบภาพยนตร์ หรือโฆษณา ยิ่งไปกว่านั้นการได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันสูง และคุณภาพดนตรีระดับสากล ช่วยผลักดันให้เราไม่หยุดพัฒนาตัวเอง”

7.เที่ยวไทยตอนนี้คุ้มหรือแพงเกินไป?

คณมาศ อิ่มพิทักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท แบงค์คอกไรเตอร์ แอนด์ พาร์ทเนอร์ส จำกัด

การท่องเที่ยวในประเทศ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวและเทศกาลปีใหม่ ถือว่ามีราคาค่อนข้างสูง ทั้งค่าที่พักและค่าตั๋วเครื่องบินปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก เช่น สมุย และภูเก็ต บางช่วงมีค่าใช้จ่าย ใกล้เคียงกับการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ

ขณะเดียวกันค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นทำให้การเดินทางไปต่างประเทศในช่วงนี้ดูคุ้มค่ามากขึ้น โดยเฉพาะจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่างญี่ปุ่นและเกาหลี รวมถึงจีน มีราคาที่ไม่สูงนัก และมีการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวไปยังเมืองใหม่ๆมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากเลือกเดินทางเที่ยวไทยนอกช่วงไฮซีซัน หลีกเลี่ยงวันหยุดยาว และเน้นเดินทางในวันธรรมดา ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านที่พักและการเดินทางได้อย่างมาก และยังได้ประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ไม่แออัดมากนักอีกด้วย และประเทศไทยมีจุดแข็งด้านความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว ทั้งอาหาร วัฒนธรรม และการบริการที่มีมาตรฐานสูง เมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค ถ้ามีการวางแผนที่ดี เลือกที่พักและกิจกรรมให้เหมาะสมกับงบประมาณ การเที่ยวไทยยังสามารถมอบประสบการณ์ที่คุ้มค่าและหลากหลายได้อย่างแน่นอน.

8.นโยบายอะไรที่ “ห้ามพูดเล่น ต้องทำจริง”?

ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน

นโยบายเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน  นโยบายยอดฮิตของทุกพรรคการเมือง แต่ไม่เคยทำจริงจัง และมักจะพูดแบบขายฝัน และคาดว่าถ้าเศรษฐกิจดีขึ้น GDP โตขึ้นแล้ว ประชาชนจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอัตโนมัติ ซึ่งไม่เคยเป็นจริง เพราะรายได้ประเทศที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้มาเพิ่มที่เงินในกระเป๋าประชาชน

หรืออย่างมากที่สุด นโยบายเพิ่มรายได้ก็มักจะแค่เป็นการแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจชั่วครั้งชั่วคราวให้ประชาชนทั่วไป อุดหนุนราคาสินค้าเกษตรให้เกษตรกร หรือมีนโยบายขึ้นค่าแรง ซึ่งทำได้ง่าย แต่มีผลแค่ระยะสั้นๆ หมดโครงการ รายได้คนก็กลับไปเหมือนเดิม หรือขึ้นค่าแรงครั้งเดียวก็ไม่ขึ้นไปอีกเป็นสิบปี

นั่นก็เป็นเพราะการจะเพิ่มรายได้ให้ประชาชนอย่างยั่งยืนเป็นเรื่องยากกว่า และเห็นผลช้า เช่น การเพิ่มทักษะให้แรงงานสามารถเปลี่ยนอาชีพหรือได้ค่าตอบแทนเพิ่ม การสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการหรือเกษตรกรใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้ขายของได้ราคาดีขึ้นหรือลดต้นทุนลง การลดอำนาจของทุนผูกขาดเพื่อให้ราคาสินค้าถูกลง หรือแม้แต่การแก้ไขกฎระเบียบ ลดใบอนุญาตเพื่อให้คนทำมาค้าขายมีภาระลดลง ไม่ต้องจ่ายส่วยจ่ายใต้โต๊ะ เรื่องแบบนี้ไม่ค่อยเห็นรัฐบาลไหนจะใส่ใจผลักดันมากนัก และไม่ลงแรงมากพอที่จะทำให้นโยบายเหล่านี้ประสบความสำเร็จจริงจัง

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงอยากให้ประชาชนจับตานโยบายการเพิ่มรายได้ให้ประชาชนทั้งนโยบายระยะสั้น และระยะยาวว่าแต่ละพรรคการเมืองจริงจังกับเรื่องนี้แค่ไหน มีแนวโน้มว่าจะสำเร็จหรือไม่ ยั่งยืนแค่ไหน เพราะนโยบายเรื่องนี้ “ห้ามพูดเล่น! ต้องทำจริงเท่านั้น”

9.ในปี 2569 อยากเห็นอะไรดีขึ้นแบบที่สามารถจับต้องได้?

ชัยวัฒน์ เกษสม ผู้สื่อข่าวประจำกระทรวงคมนาคม หนังสือพิมพ์ทรานสปอร์ต เจอร์นัล

ในฐานะคนข่าวที่คลุกคลีกับระบบขนส่งมากว่า 10 ปี สิ่งที่อยากเห็นชัดเจนที่สุดในปี 2569 คือ “การเดินทางที่ราคาถูกและเป็นธรรม” ซึ่งค่าโดยสารควรสอดคล้องกับค่าครองชีพจริง ไม่ใช่ภาระที่ประชาชนต้องแบกรับทุกเช้าเย็น เพราะการเดินทางคือปัจจัยพื้นฐานของชีวิต ไม่ต่างจากไฟฟ้าและน้ำประปา

นายชัยวัฒน์ มองว่า นโยบายด้านค่าโดยสารไม่ควรผูกติดกับพรรคการเมืองหรือรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง แต่ควรถูกยกระดับเป็น “วาระแห่งชาติ” เพื่อสร้างความต่อเนื่องและความมั่นใจให้ประชาชน ยกตัวอย่าง เมื่อวันนี้รัฐบาลเปลี่ยน นโยบายก็เปลี่ยน ค่าโดยสารก็เปลี่ยน ประชาชนปรับตัวไม่ทัน” คือภาพสะท้อนที่คนข่าวคมนาคมเห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

หากปี 2569 จะมีสิ่งใดดีขึ้นแบบจับต้องได้ เขาอยากเห็นตั๋วโดยสารที่ราคายิ้มได้ ระบบขนส่งที่เข้าถึงได้ทุกกลุ่ม และนโยบายที่ไม่เปลี่ยนไปตามกระแสการเมือง เพราะสุดท้ายแล้ว การเดินทางที่ดีไม่ควรเป็นเรื่องของความหวัง แต่ต้องเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนไทยทุกคน

10.ถ้ารัฐบาลใหม่ทำได้แค่เรื่องเดียว ควรทำอะไร?

ไพบูลย์ นลินทรางกูร นักบริหาร ซีอีโอ บล.ทิสโก้

หากรัฐบาลใหม่สามารถขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจได้เพียงเรื่องเดียว เรื่องนั้นควรเป็นการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) อย่างมียุทธศาสตร์ ไม่ใช่เพียงการเพิ่มตัวเลขเงินลงทุนระยะสั้น แต่ต้องมุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

เพราะเศรษฐกิจไทยปัจจุบันเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ทั้งผลิตภาพแรงงานที่เติบโตช้า การพึ่งพาอุตสาหกรรมดั้งเดิม และการขาดเทคโนโลยีขั้นสูง การดึง FDI เข้าสู่ภาคส่วนที่เหมาะสมจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการถ่ายทอดเทคโนโลยี ความรู้ และการเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจ (potential economic output) ของประเทศได้อย่างยั่งยืน

“ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัลและ AI เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด ชีววิทยาศาสตร์ โลจิสติกส์มูลค่าสูง อาหารมูลค่าสูง และการแพทย์สมัยใหม่ มากกว่าการแข่งขันด้วยต้นทุนแรงงานหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพียงอย่างเดียว นโยบาย FDI ที่มีประสิทธิภาพต้องมาพร้อมกับกฎระเบียบที่ชัดเจน ความต่อเนื่องของนโยบาย และระบบนิเวศที่เอื้อต่อการทำธุรกิจในระยะยาว รวมทั้งควรสนับสนุนให้เกิดการระดมทุนในตลาดหุ้นไทยด้วย”

การดึงดูด FDI เชิงคุณภาพจะช่วยสร้างการจ้างงานที่มีมูลค่าเพิ่มสูง กระตุ้นการลงทุนภาคเอกชนในประเทศ เพิ่มจำนวนบริษัทศักยภาพสูงในตลาดหุ้นไทย และขยายฐานรายได้ของรัฐในระยะยาว ที่สำคัญกว่านั้นคือ จะช่วยลดข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดรั้งการเติบโตของประเทศมานานหลายปี หากรัฐบาลใหม่สามารถวางยุทธศาสตร์ FDI ได้อย่างถูกทิศทาง นี่จะเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดต่อการฟื้นฟูและยกระดับเศรษฐกิจไทยในทศวรรษหน้า

ทั้งหมดนี้ คือเสียงสะท้อนจากชีวิตจริงที่ชี้ชัดว่า ประชาชนไม่ได้เรียกร้องสิ่งหรูหรา แต่ต้องการเศรษฐกิจที่ยุติธรรม อยู่ได้ และมองเห็นอนาคต การเลือกตั้งปี 2569 จึงไม่ใช่แค่การแข่งขันนโยบาย แต่คือบททดสอบว่าพรรคการเมืองใด “เข้าใจปัญหาจริง” และพร้อมลงมือทำจริง

เพราะสุดท้ายแล้ว เศรษฐกิจที่ดี ไม่ควรเป็นแค่ความหวังในวันเลือกตั้ง แต่ต้องเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนสัมผัสได้ในชีวิตประจำวัน.

ทีมเศรษฐกิจ


คลิกอ่านคอลัมน์ “สกู๊ปเศรษฐกิจ” เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ