
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ได้อนุมัติโครงการลงทุน 15 โครงการ มูลค่ารวม 240,000 ล้านบาท ครอบคลุมอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ พลังงานสะอาด นิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ และการขนถ่ายสินค้าทางเรือ พร้อมปรับปรุงการส่งเสริมอุตสาหกรรมเหล็กคุณภาพสูง โดยใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมกับประเดิมคัดเลือก 16 โครงการลงทุนขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายเข้าระบบ Thailand FastPass เพื่อเร่งรัด ปลดล็อกอุปสรรค และอำนวยความสะดวกให้เกิดการลงทุนจริงโดยเร็ว สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ เพื่อก้าวสู่ปีแห่งการลงทุน 69
สำหรับ 16 โครงการ ที่คัดเลือกเข้าสู่กลไก Thailand FastPass ล็อตแรก เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีเงินลงทุนมากกว่า 1,000 ล้านบาท อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และสร้างประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจ รวมมูลค่าเงินลงทุน 170,000 ล้านบาท และจะก่อให้เกิดการจ้างงานคนไทย 7,000 คนนั้น อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น เทคโนโลยีชีวภาพ, ดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ Hyperscale, ศูนย์โลจิสติกส์อัจฉริยะ เป็นต้น
“โครงการที่ได้รับบัตร Thailand FastPass ต้องมีการลงทุนจริงไม่น้อยกว่า 20% ของมูลค่าการลงทุนรวมภายใน 6 เดือนนับจากวันที่ได้รับบัตร และบอร์ดจะทยอยพิจารณาคัดเลือกโครงการเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้เกิดการลงทุนจริง และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยช่วงปี 69–70”
นอกจากนี้ ยังพิจารณามาตรการยกระดับการส่งเสริมอุตสาหกรรมเหล็กไทย โดยได้ทบทวนการส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมเหล็ก เพื่อแก้ปัญหาล้นตลาดและอัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำ พร้อมปรับทิศทางการส่งเสริมไปสู่การผลิตเหล็กคุณภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีมาตรการ เช่น งดส่งเสริมกลุ่มเหล็กขั้นกลางที่ไม่มีการผลิตต่อเนื่องจากเหล็กขั้นต้น, งดส่งเสริมผลิตเหล็กถลุง เพื่อผลักดันให้ผลิตเหล็กคุณภาพสูง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น