นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท

Date Time: 23 ก.ค. 2568 04:20 น.

Summary

นโยบายนี้ครอบคลุม 8 เส้นทาง ได้แก่ สายสีเขียว, สีทอง, สีเหลือง, สีชมพู, สีน้ำเงิน, สายสีม่วง, สายสีแดง และรถไฟสายแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL) ด้วย ส่วนผู้โดยสารที่ไม่ได้ลงทะเบียนตามเงื่อนไขที่กำหนดต้องจ่ายค่าโดยสารตามอัตราปกติ

Latest

ETDA เตรียมออกกฎใหม่ คุมโซเชียลคอมเมิร์ซ อุดช่องโหว่คุ้มครองผู้บริโภค

ขอพูดถึงนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายของ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อีกสักครั้งหลังจากที่มีเสียงคัดค้านว่า เป็นการเอื้อเอกชนเจ้าของสัมปทาน และเป็นโครงการประชานิยมเพื่อหาเสียงให้กับพรรคเพื่อไทยมากกว่าจะช่วยผู้คน

เอาจริงๆนโยบายนี้ตั้งอยู่บนเจตนาและความมุ่งมั่นของคุณสุริยะมานมนานเต็มทีก่อนจะมีรัฐประหารในปี 2549 ขณะดำรงตำแหน่งเป็น รมว.คมนาคม

คุณสุริยะอยากจะเข้าไปซื้อสัมปทานทั้งของบีทีเอส และดอนเมืองโทลล์เวย์ซึ่งเป็นหนี้อยู่กับแบงก์หลายแห่งในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้ง เพื่อเอามาเป็นของรัฐ ตัดปัญหาการขอปรับขึ้นค่าตั๋ว และค่าผ่านทางที่แพงหูฉี่ให้ได้

แต่ท้ายสุดเขาทำไม่สำเร็จเพราะทั้งสองบริษัทวิ่งเข้าไปขอเจรจาใช้หนี้แบงก์ ทันทีที่รู้ว่ารัฐจะเข้าซื้อหนี้นี้ไปบริหารเอง

เวลาผ่านมากว่า 20 ปี แม้สัมปทานรถไฟฟ้าบีทีเอสยังเป็นของเอกชนอยู่ แต่รองนายกฯสุริยะ ก็ยังไม่สิ้นความพยายามในการจัดโครงสร้างการเดินรถโดยสารสาธารณะ ทั้งรถไฟฟ้า และรถโดยสารประจำทางในเขต กทม.ใหม่

นโยบายที่รัฐบาลจะจัดเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสายหรือต่อเที่ยว จึงนำกลับมาดำเนินการให้มีผลในทางปฏิบัติอีกครั้ง

กล่าวคือ ไม่ว่าผู้บริโภคจะเดินทางกี่สถานีก็ตามในรถไฟฟ้า 8 เส้นทาง จะจ่ายค่าโดยสารตลอดสายเพียง 20 บาทเท่านั้น

นโยบายนี้จัดเป็นการให้ความช่วยเหลือแก่คนจนเมือง คนชนชั้นกลาง คนทำงานทั่วไป ตลอดจนถึงนักเรียน และนิสิต นักศึกษาที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางเฉลี่ยสูงถึง 30% ของรายได้ หรืออาจมากกว่าเดือนละ 4,000 บาทในปัจจุบัน

ก่อนหน้านี้กระทรวงคมนาคมนำร่องนโยบายนี้ด้วยการเก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายในเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีแดงและสีม่วงมาแล้ว และจะขยายไปยังสายอื่นๆให้ครอบคลุมทั้ง 8 เส้นทางภายในวันที่ 30 ก.ย.68 นี้

ว่าแต่ว่า คราวนี้รัฐบาลขอให้ประชาชนผู้ใช้รถไฟฟ้าช่วยกันไปลงทะเบียนแต่เนิ่นๆ ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อยืนยันตัวตน และผูกบัตรที่จะใช้ชำระค่าโดยสารด้วยเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก

หรือผูกบัตรเครดิต, บัตรเดบิต, หรือบัตรโดยสารอื่น เช่น Rabbit Card ที่มีใช้อยู่แล้ว โดยรัฐบาลจะเปิดให้ลงทะเบียนภายในเดือน ส.ค.68 และจะเริ่มใช้นโยบายได้ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.68 เป็นต้นไป

นโยบายนี้ครอบคลุม 8 เส้นทาง ได้แก่ สายสีเขียว, สีทอง, สีเหลือง, สีชมพู, สีน้ำเงิน, สายสีม่วง, สายสีแดง และรถไฟสายแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL) ด้วย ส่วนผู้โดยสารที่ไม่ได้ลงทะเบียนตามเงื่อนไขที่กำหนดต้องจ่ายค่าโดยสารตามอัตราปกติ

ข้อสงสัยที่ว่า 20 บาทมาจากไหน ก็มาจากการคำนวณรายได้ค่าแรงขั้นต่ำวันละ 400 บาท ไม่ควรมีค่าเดินทางเกิน 10-15% หรือเกินกว่า 60 บาท หากมีค่ารถไฟฟ้าไปกลับไม่เกิน 40 บาทจะเหลือไว้จ่ายค่าเดินทางอื่นๆอีกเพียง 20 บาท ซึ่งไม่พอแน่ๆ ก่อนที่จัดระเบียบให้มีรถเมล์ไปรับตามจุดต่างๆในโครงการตั๋วร่วมที่จะนำเสนอกฎหมายต่อสภาฯโดยเร่งด่วนที่สุด

โครงการนี้น่าจะดีที่สุดในการแบ่งเบาภาระรายจ่ายของคนเมืองได้ดีที่สุด.

มิสไฟน์

คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม



Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ