
นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA เปิดเผยว่า แนวทางการกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์ของ ETDA ในปี 2569 ว่า จะยึดแนวทางประนีประนอม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุในกฎหมายงบประมาณชัดเจนว่า จะตอบโต้ทางการค้ากับประเทศที่จำกัดหรือกีดกันการค้าขายบนแพลตฟอร์มสัญชาติอเมริกัน
อย่างไรก็ตาม การรักษามาตรฐานสินค้าที่ซื้อขายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ถือเป็นนโยบายที่ ETDA ต้องเดินหน้าเพื่อปกป้องผู้บริโภคชาวไทย โดยหลังจากที่ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทตลาดสินค้า มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. 2568 เป็นต้นไป ซึ่งทำให้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ มีหน้าที่เพิ่มเติมต้องขายหรือโฆษณาสินค้าที่มีมาตรฐานสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)นั้น
ปรากฏว่ายังมีแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ที่ให้บริการโซเชียลคอมเมิร์ซ ส่งหนังสือชี้แจง ETDA มาว่าไม่เข้าข่ายอีคอมเมิร์ซ เนื่องจากไม่มีระบบชำระเงิน (Payment) และไม่มีการแยกบัญชีผู้ใช้ว่าเป็นผู้ขายหรือผู้ซื้อ จึงไม่เข้าข่ายประกาศดังกล่าว ทาง ETDA จึงกำลังจัดทำ (ร่าง) ประกาศฉบับใหม่เพื่อให้ครอบคลุมแพลตฟอร์มโซเชียลคอมเมิร์ซด้วย “ทางเฟซบุ๊กได้แจ้งมายัง ETDA ว่าเขาไม่เข้าข่าย ทางเราจึงกำลังออกประกาศฉบับใหม่ให้ครอบคลุมเฟซบุ๊ก เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าเฟซบุ๊กถูกใช้เป็นแพลตฟอร์มในการซื้อขายสินค้าที่เรียกว่าโซเชียลคอมเมิร์ซ ได้รับความนิยมแพร่หลาย ซึ่งจำเป็นต้องมีการกำหนดมาตรฐานสินค้าให้รัดกุม”
นอกจากนี้ยังเตรียมออกประกาศเพื่อกำหนดให้แพลตฟอร์มประเภท Space Sharing หรือบริการให้เช่าห้องพัก บ้าน เช่น Airbnb ต้องเพิ่มมาตรฐานในการให้บริการปล่อยเช่าอย่างถูกกฎหมาย เช่น มีความปลอดภัย รู้ว่าใครเป็นผู้ใช้บริการ ตลอดจนการคุ้มครองสิทธิผู้เช่า เช่น ต้องแก้ปัญหาน้ำรั่ว ไฟดับ
ส่วนกรณีการผูกขาดบริษัทขนส่งของแพลตฟอร์มอีมาร์เก็ตเพลสบางรายนั้น แต่เดิม ETDA มีแนวทางกำหนดให้แพลตฟอร์มต้องมีบริการขนส่งให้ผู้ค้าเลือกไม่ต่ำกว่า 3 ราย แต่บอร์ดเห็นว่าควรเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.)มากกว่า จึงแจ้งให้กขค.รับทราบแล้ว