เปิดเหุตผลยกเลิกเวนคืนที่ดิน"หมอชิต” ล้มโครงการถนนลอยฟ้า

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

เปิดเหุตผลยกเลิกเวนคืนที่ดิน"หมอชิต” ล้มโครงการถนนลอยฟ้า

Date Time: 10 มิ.ย. 2568 07:00 น.

Summary

ชุมชนหลังหมอชิตโล่งอก!  เลิกเวนคืนที่ดินประชาชน ไปสร้างถนนลอยฟ้า เชื่อมคอมเพล็กซ์เอกชน หลังทนทุกข์ต่อสู้มามากกว่า20 ปี เหตุผลชี้ชัด ไม่จำเป็นต้องสร้าง กรมธนารักษ์ยอมรับไม่อยู่ในสัญญาสัมปทาน

Latest

ไทยปิดดีล EFM 2026 สวยหรู ดึง 10 กองถ่ายต่างชาติเข้าไทยลงทุนทะลัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่สุดความทุกข์ใจของประชาชน บริเวณชุมชนหลังหมอชิตเก่า ที่ได้รับความเดือนร้อนและผลกระทบจากพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน เพื่อนำไปสร้างถนนลอยฟ้าเชื่อมต่อ กับโครงการคอมเพล็กซ์ ศูนย์การค้า ออกไปยังถนนวิภาวดีรังสิต ที่กรมธนารักษ์ได้ให้สัมปทานกลุ่มทุนเอกชน ที่สร้างความทุกข์ใจให้กับชุมชนมากว่า 20 ปี  ก็ได้รับการดูแลจากหน่วยงานภาครัฐ หลังประชาชนได้พากันต่อสู้คัดค้าน โดยขอให้ยุติ ไม่ขยายเวลาการเวนคืนที่ดิน ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน (พ.ร.ฎ.เวนคืน)ที่หมดอายุเมื่อเดือน ก.ค.2567

ทุกหน่วยงานร่วมแก้ปัญหา          

โดยมีเอกสารข้อมูล เรื่อง การเวนคืนที่ดินเพื่อการก่อสร้าง ทางยกระดับเข้า-ออกไปยังถนนวิภาวดีรังสิต ของโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุ บริเวณสถานีขนส่งหมอชิตเก่า ของหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 5 ส.ค. 2567 ที่กระทรวงคมนาคม โดยผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ตัวแทนจากกรมธนารักษ์ (ธร.) ,กรุงเทพมหานคร(กทม.),กรมการขนส่งทางบก (ขบ.),สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม (สปค.) โดยกองตรวจราชการและ กองอุทธรณ์เงินค่าทดแทน, สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และบริษัทขนส่ง จำกัด(บขส.)

ท้ังนี้ ผลการประชุมระบุว่า จากข้อร้องเรียนของผู้นำชุมชน ซอยหลังหมอชิตเก่า ที่ขอความอนุเคราะห์ไม่ขยายเวลาการเวนคืนที่ดินตาม พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน,กระทรวงคมนาคม, กรมธารักษ์ และกทม. จึงจัดประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องการเวนคืนที่ดิน เพื่อก่อสร้างทางยกระดับเข้า-ออกไปยังถนนวิภาวดีรังสิต ของโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุบริเวณ สถานีขนส่งหมอชิต ท่ีดำเนินการมาแล้วมากกว่า 30 ปี แต่ยังไม่สามารถพัฒนาที่ดินแปลงนี้ได้ อีกทั้งการประกาศใช้ พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดิน มีผลให้ประชาชนบริเวณโดยรอบ โครงการที่มีการเวนคืนได้รับความเดือดร้อน ไม่สามารถพัฒนาที่ดินหรือก่อสร้าง หรือซื้อขายที่ดินได้

เปิด 5 ข้อสรุปปิดฉากโครงการ

ทำให้ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่บริเวณนี้ ได้มีหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับ เรื่องนี้มาเป็นระยะๆ โดยตลอดมา จึงเป็นที่มาของการจัดประชุมเพื่อหาข้อสรุปในครั้งนี้ และได้พิจารณาข้อเท็จจริงและความเห็นจากที่ประชุม ได้ข้อสรุป ดังนี้ 1. พ.ร.ฎ.เวนคืนฉบับนี้มีอายุ 4 ปี เริ่มตั้งแต่ วันที่21 ส.ค.2563 – 21 ส.ค.2567 

โดยใน 3-4 ปีที่ผ่านมา กทม.ไม่สามารถเข้าสำรวจ เพื่อกำหนดแนวเขตได้ เนื่องจากขาดความชัดเจน ของโครงการและไม่ทราบขอบเขต ที่แน่ชัดของพื้นที่ที่ใช้ก่อสร้าง การพิจารณาขยายพ.ร.ฎ.ฉบับนี้ จึงต้องคำนึงถึงความเดือดร้อน ของประชาชนมาพิจารณาด้วย            

 2. สัญญาระหว่าง กรมธนารักษ์กับ BKT ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน ที่ได้ลงนามไปแล้ว มีเฉพาะในส่วนของโครงการที่ดินที่ราชพัสดุบริเวณสถานีขนส่งหมอชิต สำหรับทางยกระดับเข้า-ออกไปยังถนนวิภาวดีรังสิต ไม่ได้อยู่ในสัญญา  3.ผลการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบ ต่อการจราจรบริเวณโดยรอบโครงการ จากการประเมินสภาพการจราจร กรณีไม่มีทางยกระดับดังกล่าว ยังสามารถรองรับปริมาณการจราจร จากโครงการพัฒนาที่ดินดังกล่าว และสถานีขนส่งในโครงการได้ แต่ถ้าปริมาณต่อความจุ อาจมีค่าสูงในช่วงเวลาเร่งด่วน ซึ่งผลกระทบด้านการจราจรยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้

4.ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 1 ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2567 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ เกี่ยวกับแผนในการพัฒนา ให้บริการรถขนส่งโดยสารสาธารณะ ให้เชื่อมต่อทุกภูมิภาคของ บขส.ให้มาอยู่ที่เดียวกันในพื้นที่บริเวณโดยรอบ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์(สถานีกลางบางซื่อ) โดยพัฒนาอาคารขนส่งผู้โดยสาร ในลักษณะอาคารสูง

กรมธนารักษ์ย้ำไม่มีการก่อสร้าง   

ขณะที่ กรณีการดำเนินการตามนโยบาย ของกระทรวงคมนาคม จะเป็นเหตุให้ปริมาณ การจราจรบริเวณโดยรอบโครงการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งแม้ในกรณีจะยังคงให้มีรถโดยสารขนาดเล็ก ไว้ในโครงการ ซึ่งผู้แทน บขส.แจ้งต่อที่ประชุมว่า ปัจจุบันมีรถโดยสารขนาดเล็ก 3,000 เที่ยวต่อวัน หากในอนาคตมีการเปลี่ยนขนาดรถโดยสาร เป็นขนาดกลาง(มินิบัส) จะสามารถลดจำนวนรถโดยสารเป็น1,200 เที่ยวต่อวัน ท่ีส่งผลให้ลดปัญหาการจราจรบริเวณโดยรอบโครงการได้อีกทางหนึ่งด้วย และบขส. สามารถบริหารจัดการเดินรถ เพื่อลดผลกระทบจากการจราจรในช่วงเร่งด่วนได้  

5.ประเด็นภาระผูกพันทางกฎหมาย สำหรับการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง กับการก่อสร้างทางยกระดับเข้า-ออกไปยังถนนวิภาวดีรังสิต ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้สรุปได้ ดังนี้  

  • ผู้แทน กทม.ชี้แจงว่าในส่วนที่เกี่ยงข้องกับ กทม.ไม่มีภาระผูกพันทางกฎหมายใดๆ สำหรับดำเนินการที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว 
  • ผู้แทน กรมธนารักษ์ชี้แจงว่า ตามสัญญาฉบับที่ ธนารักษ์ได้ลงนาม กับคู่สัญญาไปแล้ว ไม่มีเรื่องการก่อสร้างทางยกระดับดังกล่าว ในสัญญาแต่อย่างใด

ดังนั้น สรุปความเห็นจากที่ประชุม จากข้อเท็จจริงประกอบ ความเห็นของผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องที่ให้ในที่ประชุม สรุปได้ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความเห็นร่วมกันว่า ในชั้นนี้ยังไม่มีความจำเป็น ให้มีการก่อสร้างทางยกระดับเข้า-ออกไปยังถนนวิภาวดีรังสิตแต่อย่างใด.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ