
นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงกรณีที่สหรัฐฯ และจีน สามารถบรรลุ ข้อตกลงการเจรจา ปรับลดภาษีตอบโต้ ในเบื้องต้น 90 วัน โดยจีนเก็ษภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าสหรัฐฯที่ 10% สหรัฐฯเก็บจากจีนที่ 30 % ว่า ช่วยบรรเทาความตื่นตระหนก ของระบบการค้าโลกได้มาก เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจโลก ส่งผลดีเศรษฐกิจไทยใน 3 ด้าน ด้านแรก การลดภาษีระหว่าง 2 มหาอำนาจ จะช่วยให้กาขยายเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศ ไม่ชะลอตัวลงแรง ส่งผลให้การค้าโลก ปรับตัวดีขึ้น ดีต่อการส่งออกของไทยในระยะสั้น
ด้านที่ 2 คือ เป็นผลดีต่อธุรกิจไทยที่ส่งสินค้า ในฐานะที่เป็นห่วงโซ่การผลิตของจีน เพราะจีนจะสามารถนำเข้าสินค้า จากไทยได้เพิ่มขึ้น และธปท.คาดว่าใน90 วันนี้ จีนจะเร่งส่งออกไปสินค้าสหรัฐฯลอตใหญ่อีกครั้ง ก่อนที่จะครบกำหนด และมีการเจรจากันใหม่ ด้านที่ 3 ส่งผลดีให้สินค้าจีนราคาถูก ที่จะเข้ามาตีตลาดไทยลดลง เนื่องจากสินค้าจีนยังมีที่ไป ยังส่งไปสหรัฐฯได้ในระดับหนึ่ง ทำให้ผลกระทบ ทั้งการแข่งขันด้านราคาทั้งตลาดในประเทศ และการส่งสินค้าแข่ง กับไทย ในต่างประเทศลดลง
“ผลดีต่อการส่งออกของไทย จากกรณีดังกล่าวมีไม่มากนัก โดยจะมีผลให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ 0.1% จากเดิมท่ีธปท.คาดว่าเศรษฐกิจไทย ปีนี้จะขยายตัว2% แต่หลังจากครบ 90 วันของการลดภาษีจบลง ต้องติดตามอีกครั้งว่า ภาษีสินค้านำเข้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ จะอยู่ในอัตราใด ที่สำคัญกว่านั้น การเจรจาขอลดภาษีระหว่างรัฐบาลไทยกับสหรัฐฯ จะอยู่ในสถานการณ์ใด เพราะการเจรจาลดภาษีของสหรัฐฯ กับประเทศต่างๆ ใช้เวลานาน หากไทยรับทราบอัตราภาษีของเราแล้ว ยังต้องเปรียบเทียบกับภาษีที่ประเทศคู่แข่ง ถูกเรียกเก็บจากสหรัฐฯด้วย”
สำหรับเศรษฐกิจไทยในด้านอื่นๆ เริ่มเห็นการชะลอลงของการลงทุน จากความไม่ชัดเจนทางด้านภาษี ขณะที่ ธปท.ลดประมาณการจำนวน นักท่องเที่ยวของไทยปีนี้ลง เป็นการลดลงหลักๆ ของนักท่องเที่ยวจีนจำนวน 2 ล้านคน เนื่องจากมองว่า ความไม่มั่นใจความปลอดภัยในการท่องเที่ยวไทย ของนักท่องเที่ยวจีน ยังจะเกิดขึ้นไปอีกระยะหนึ่ง