
การกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือสำราญที่เริ่มต้นจากแหลมฉบัง ประเทศไทย ในฐานะ Home Port (ท่าเรือต้นทาง) อีกครั้งในรอบเกือบ 10 ปีของสตาร์ครูซ เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2568 ถือเป็นการตอกย้ำภาพศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการเดินเรือของไทย และเป็นอีก 1 ความพยายามที่จะผลักดันครูซ อีโคโนมี (Cruise Economy)หรือเศรษฐกิจเรือสำราญ ให้มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ
นายไมเคิล โกห์ ประธานบริษัท สตาร์ดรีม ครูซ (StarDream Cruise) เปิดเผยว่า หลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดผ่านพ้นไป ปี 2568 จะเป็นปีที่ธุรกิจเรือสำราญในภูมิภาคเอเชีย กลับมาเดินเครื่องเต็มกำลังอีกครั้ง โดย 2 ปีก่อน กลุ่มสตาร์ครูซ เริ่มต้นจากเรือสำราญ 1 ลำ และขยายเพิ่มเป็น 3 ลำในปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงความต้องการล่องเรือที่มีมากขึ้น
“นักท่องเที่ยวสายล่องเรือเป็นนักท่องเที่ยวระดับกลาง-บนขึ้นไป การใช้จ่ายต่อหัวค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตามการขยายกองเรือเป็น 3 ลำ ทำให้กลุ่มสตาร์ครูซสามารถให้บริการลูกค้าได้หลากหลายราคามากขึ้น”
ปัจจุบัน บริษัท สตาร์ดรีม ครูซ แบรนด์เรือสำราญสัญชาติสิงคโปร์ ในเครือกลุ่มเกนติ้ง มาเลเซีย มีกองเรือทั้งสิ้น 3 ลำ ภายใต้บริษัทสตาร์ครูซ 2 ลำ ได้แก่ เรือสำราญ Star Navigator ซึ่งขณะนี้กำลังให้บริการแบบเอ็กซ์คลูซีฟอยู่ที่ไต้หวัน และ Star Voyager ซึ่งเพิ่งซื้อเข้ามาเสริมกำลัง ใช้งบปรับปรุงใหม่ 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ(ประมาณ 1,667 ล้านบาท) ให้บริการอยู่ในน่านน้ำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ สิงคโปร์ จาการ์ตา มะละกา โฮจิมินห์ กรุงเทพ โดยลงจอดที่แหลมฉบัง และภายใต้บริษัทดรีมครูซ (Dream Cruise) 1 ลำ ได้แก่ เรือสำราญ Genting Dream ให้บริการลูกค้าระดับพรีเมียม
.อัดโปรฉลองเปิดเส้นทาง 1 แถม 1
สำหรับเรือที่ใช้ในการเปิดเส้นทางแหลมฉบัง-สมุย-สิงคโปร์ในครั้งนี้ เป็นเรือ Star Voyager ปรับปรุงใหม่ล่าสุด โดยชิมลางเปิด 2 รอบ รอบปฐมฤกษ์เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2568 และรอบที่ 2 ออกเดินทางวันที่ 7 พ.ค. 2568 พร้อมโปรโมชันเปิดตัวซื้อ 1 แถม 1 ราคาเริ่มต้น 19,900 บาท รวมอาหารทุกมื้อ ภาษีท่าเรือและทิป ระยะเวลาเดินทาง 5 คืน 6 วัน
“ปกติลูกค้าทริปล่องเรือ จะเป็นลูกค้าที่ขึ้นเรือจากท่าเรือต้นทางประมาณ 50% และลูกค้าที่บินมาขึ้นอีก 50% โดยลูกค้าที่ขึ้นจากท่าเรือสิงคโปร์มีราว 600,000 คนต่อปี”
นายโกห์ กล่าวว่า การล่องเรือตอบโจทย์ความสะดวกในการจัดการสัมภาระ ระหว่างที่ผู้โดยสารหลับ วันรุ่งขึ้นเรือจะไปถึงจุดหมายใหม่ ลงเรือแล้วเที่ยวต่อได้เลย ไม่ต้องหอบหิ้วกระเป๋า หรือถ้าไม่อยากลงเที่ยวสามารถอยู่บนเรือได้ ตกเย็นกลับมารับประทานอาหารบนเรือ ถึงกำหนดเวลาก็เดินทางต่อ นอกจากนั้นไลฟ์สไตล์บนเรือยังตอบสนองทั้งคน Extrovert ที่ชอบพบปะผู้คน ร่วมกิจกรรมหลากหลาย และคน Introvert ที่ไม่อยากทำอะไรเลย แค่นั่งมองฟ้ามองน้ำ
แม้การล่องเรือจะถูกมองว่าเป็นการท่องเที่ยวของคนสูงวัยเป็นหลัก แต่ปัจจุบันเริ่มมีคนรุ่นใหม่นิยมล่องเรือมากขึ้น ผ่านการจัดกิจกรรมที่คนอายุน้อยชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็น สวนน้ำพร้อมจอ LED ยักษ์, สไลเดอร์, กำแพงปีนหน้าผาจำลอง, ซิปไลน์, ลานโบว์ลิ่ง, จุดถ่ายรูปท้าทายความสูง, โรงภาพยนตร์, ฟิตเนส, สปา, ซาลอนทำผม, ห้องอาหาร 6 ห้อง, บาร์ 6 แห่ง รวมไปถึงการแสดงสด โชว์ เกมและกิจกรรมต่างๆ
.เชื่อดิสนีย์ครูซไลน์ช่วยสร้างสีสัน
นายโกห์ ยังกล่าวถึงการเข้ามาแข่งขันในตลาดเรือสำราญของดิสนีย์ครูซไลน์ (Disney Cruise Line) ว่า คู่แข่งของสตาร์ครูซคือนักท่องเที่ยวทางอากาศมากกว่า หากทำให้ผู้โดยสารเครื่องบิน หันมาเที่ยวทางเรือได้มากขึ้น นั่นคือชัยชนะ “วอลท์ดิสนีย์ช่วยทำให้ธุรกิจล่องเรือสำราญ คึกคักขึ้นมากกว่า”
ส่วนอุปสรรคด้านภาวะเศรษฐกิจซบเซาในภูมิภาคเอเชียและทั่วโลก ซึ่งอาจบั่นทอนบรรยากาศการท่องเที่ยวทางเรือนั้น มองว่ายังโชคดี ที่ลูกค้าเรือสำราญเป็นลูกค้าที่มีรายได้ระดับกลาง – บน ซึ่งกระทบน้อยหน่อย แต่ที่สำคัญคือ เมื่อเกิดความเครียด คนมักต้องหาความสำราญด้วยการพักผ่อนหย่อนใจ และการล่องเรือคือตัวเลือกที่ดี
เมื่อถามถึงนโยบายการสร้างเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ของรัฐบาลไทย ซึ่งอาจรวมถึงการเปิดท่าเรือสำราญด้วยนั้น นายโกห์กล่าวว่า การเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า เป็นสิ่งที่สตาร์ครูซให้ความสำคัญ รวมถึงเรื่องความปลอดภัยในการเข้าจอดเรือด้วย