
นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สายนโยบายการเงิน ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า ที่ประชุม กนง.ครั้งที่ 2 ของปี 2568 มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25 %จาก 2.00% เป็น 1.75 % ต่อปี โดยให้มีผลทันที เพื่อให้เป็นไปตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยที่มีผลกระทบจากสถานการณ์นโยบายการค้าสหรัฐฯ และการตอบโต้ของประเทศเศรษฐกิจหลักจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจ การเงิน และการค้าโลกที่ชัดเจน
“เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้น พายุลูกใหญ่กำลังจะมา” นายสักกะภพกล่าว พร้อมระบุว่า กนง.ประเมินว่าในช่วงครึ่งปีแรก เศรษฐกิจไทยยังพอได้รับแรงหนุนจากการส่งออกและการท่องเที่ยว แต่หลังจากกลางปี ความเสี่ยงจะชัดเจนขึ้น กนง.จึงได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2568 โดยในกรณีฐาน คาดว่าจะขยายตัวที่ 2.0% และชะลอลงเหลือ 1.8% ในปี 2569 ขณะที่กรณีเลวร้าย หากสงครามการค้ายืดเยื้อและรุนแรงขึ้น การเติบโตอาจลดลงเหลือเพียง 1.3% ในปีนี้ และเพียง 1.0% ในปีหน้า
ด้านการส่งออก กรณีฐานคาดว่าจะเติบโตเพียง 0.8% ในปีนี้ และติดลบ 2.8% ในปีหน้า ส่วนกรณีเลวร้ายจะหดตัว 1.3% ปีนี้ และลดลงถึง 7% ในปีหน้า ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2568 จะต่ำกว่ากรอบเป้าหมายของนโยบายการเงิน โดยอยู่ที่ 0.5% ในกรณีฐาน และอาจลดลงเหลือเพียง 0.2% ในกรณีเลวร้าย
นายสักกะภพย้ำว่า กนง.มีการพิจารณาจาก 2 ฉากทัศน์หลัก โดยทั้งสองกรณีมีความเป็นไปได้รวมกันราว 70-80% โดยสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงขึ้นอยู่กับท่าทีของประเทศเศรษฐกิจหลักและการปรับตัวของภาคธุรกิจไทย ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนสูง สำหรับการใช้นโยบายดอกเบี้ย ธปท.มองว่ายังมีพื้นที่จำกัด แม้จะสามารถลดได้อีกหากสถานการณ์แย่ลง แต่การใช้นโยบายการเงินต้องทำอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับสถานการณ์
ทั้งนี้ ธปท.เคยลดดอกเบี้ยนโยบายลงต่ำสุดถึง 0.5% ในช่วงโควิด-19 แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่ถึงขั้นนั้น และไม่สามารถพึ่งนโยบายการเงินเพียงลำพังได้ ต้องอาศัยการประสานนโยบายด้านอื่น ๆ โดยเฉพาะด้านการคลัง และนโยบายเชิงโครงสร้างเพื่อพยุงเศรษฐกิจ
“ยังไม่ใช่ช่วงที่ดอกเบี้ยจะลงเรื่อย ๆ แบบเป็นวัฏจักรขาลง แต่เราจำเป็นต้องผ่อนคลายนโยบายบางส่วน เพื่อรองรับแรงกระแทกจากภายนอก โดยเฉพาะในภาคส่งออก การผลิต และการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ธปท.เตรียมติดตามผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการเงินตึงตัวต่อเนื่อง อาจกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้และกระแสเงินสดในระบบ” นายสักกะภพ กล่าว
ทั้งนี้ ธปท.หวังว่าการลดดอกเบี้ยนโยบายจะส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ทยอยปรับลดดอกเบี้ยตามลง ซึ่งจะช่วยลดภาระของผู้กู้และกระตุ้นการบริโภคในประเทศในช่วงที่ความเสี่ยงจากต่างประเทศยังสูง