
ครม.ไฟเขียว ตั้งงบประมาณผูกพันข้ามปีงบประมาณ โครงการที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป สำหรับ 12 หน่วยงาน 57 โครงการ วงเงินรวม 421,119 ล้านบาท กระทรวงคมนาคม สูงสุด 36 โครงการ วงเงิน 291,291 ล้านบาท ตามมาด้วยกลาโหม 55,907 ล้านบาท ทัพฟ้าได้จัดซื้อเครื่องบินกริพเพน
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบการตั้งงบประมาณรายจ่ายผูกพันสำหรับโครงการที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ 2561 เพื่อใช้ในการพิจารณาอนุมัติงบประมาณรายจ่ายปี 2569 โดยมีหน่วยงานที่เสนอโครงการเข้ามารวม 12 หน่วยงาน รวม 57 โครงการ มีวงเงินผูกพันงบประมาณ 421,119 ล้านบาท
โดยกระทรวงคมนาคมเสนอเข้ามาสูงสุด 36 โครงการ วงเงินรวม 291,291 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ บนที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ติดกับบริษัทปูนซิเมนต์ไทย แขวงบางซื่อ ระยะเวลา 2569-2571 วงเงินรวม 4,500 ล้านบาท และโครงการลงทุนสำหรับหน่วยงานในสังกัด รวม 35 โครงการ วงเงินรวม 286,791 ล้านบาท ดำเนินการตั้งแต่ปี 2569-2574 โดยมีโครงการที่จะขอตั้งงบประมาณรายจ่ายรวมในปี 2569 วงเงินประมาณ 55,003 ล้านบาท
ด้านกระทรวงกลาโหมเสนอขอผูกพันงบประมาณสำหรับ 3 เหล่าทัพ (กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ) โดยเสนอเข้ามาเป็นวาระลับ 6 โครงการ วงเงินรวม 55,907 ล้านบาท ในนี้มีโครงการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่สำคัญอย่างเครื่องบินขับไล่กริพเพน ที่กองทัพอากาศมีแผนจัดซื้อเพื่อทดแทนเครื่องบินขับไล่ F16 ที่ประจำการมาตั้งแต่ปี 2532 รวมอยู่ด้วย ขณะที่กระทรวงยุติธรรมเสนอขอผูกพันงบประมาณการก่อสร้างเรือนจำจังหวัดยโสธร 1,623 ล้านบาท ทางกระทรวงสาธารณสุข รวม 5,107 ล้านบาท เป็นการเสนอขอผูกพันงบประมาณสำหรับโครงการก่อสร้างอาคารสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข วงเงินรวม 1,800 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างสถาบันมะเร็งแห่งชาติแห่งใหม่ สาขาบางขุนเทียน 3,307 ล้านบาท
กระทรวงศึกษาธิการเสนอขอผูกพันงบประมาณ 3 โครงการใหญ่ รวมวงเงิน 37,191 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะและเครดิตพอร์ตโฟลิโอ วงเงิน 4,214 ล้านบาท โครงการจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอน เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา ระยะที่ 2 (2569-2573) วงเงิน 29,765 ล้านบาท และโครงการส่งเสริมการเรียนรู้อาชีวศึกษา ทุกที่ทุกเวลา วงเงินรวม 3,212 ล้านบาท
ขณะที่กระทรวงมหาดไทยเสนอขอผูกพันงบประมาณ 3 โครงการ วงเงินรวม 15,693 ล้านบาท ได้แก่ โครงการจัดหาและข่าวระบบคอมพิวเตอร์ทดแทนสำหรับการให้บริการงานทะเบียนและบัตรประชาชน โครงการก่อสร้างอุโมงค์ส่วนต่อขยายจากบึงหนองบอนถึงคลองประเวศน์บุรีรมย์และคลองสี่ของ กทม.โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อจากถนนรัชดาภิเษกถึงคลองลาดพร้าว
ด้านกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอขอผูกพันงบประมาณรวม วงเงิน 6,141 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่ระยะที่ 2 ที่คลองหก วงเงิน 4,586 ล้านบาท และโครงการป้องกันแก้ปัญหาภัยพิบัติ เหตุฉุกเฉินทางธรรมชาติโดยบูรณาการอากาศยานกับภาคพื้นดิน 1,555 ล้านบาท กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอขอผูกพันงบประมาณปี 2569-2572 สำหรับโครงการที่ต้องใช้งบประมาณตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป วงเงินรวม 8,166 ล้านบาท
น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการในที่ประชุม ครม.ว่า มีหน่วยงานที่เสนอขอรับงบประมาณเป็นจำนวนมาก ในขณะที่วงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 มีอยู่อย่างจำกัด และมีภาระหนี้ที่เกือบชนเพดาน ตลอดจนเกิดภาระหนี้ผูกพันข้ามปีเป็นจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อให้การจัดสรรงบประมาณมีประสิทธิภาพ และสามารถขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลได้อย่างเป็นรูปธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน จึงสั่งการให้รัฐมนตรีทุกท่านกำกับดูแลหน่วยรับงบประมาณ ให้จัดทำคำขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน รวมทั้งพิจารณาจัดลำดับความสำคัญของโครงการให้สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของรัฐบาล.
อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม