หรือไทยจะชักศึกเข้าบ้าน เมื่อ “ทุน EV จีน” แข่งตัดราคา แถมใช้ไทย “โละสต๊อก”

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

หรือไทยจะชักศึกเข้าบ้าน เมื่อ “ทุน EV จีน” แข่งตัดราคา แถมใช้ไทย “โละสต๊อก”

Date Time: 3 เม.ย. 2567 15:29 น.

Video

ลาขาดรัฐพันแอปฯ คุยเรื่องรัฐบาลดิจิทัล เห็นภาพ จับต้องได้ | Digital Frontiers EP.56 Special Talk

Summary

ไทยอาจต้องตื่นจากฝันเป็นฮับรถยนต์ไฟฟ้า(EV) เมื่อจีนไม่ได้ใช้ไทยเป็นฐานผลิต แต่เป็นศูนย์ระบายสต๊อกรถ แข่งตัดราคา ตีตลาดในประเทศ ส่งออกกระบะไทยเสี่ยงถูกชิงตลาด

Latest


นับตั้งแต่เศรษฐา ทวีสิน เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2566 ได้มีความพยายามผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลาง การผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แห่งภูมิภาค ด้วยโครงการอีวี 3.5 ที่ดึงดูดค่ายรถอีวีต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีน เข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตในไทย เนื่องจากจีนเป็นนักลงทุนอันดับ 1 ที่มีการลงทุนในไทยมากที่สุด

ตามข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) พบว่า ช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2566 จีนยื่นขอลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มากที่สุดคิดเป็น 24% ของมูลค่า FDI ไทย โดยประกาศลงทุนรวม 9.74 หมื่นล้านบาทใน 264 โครงการ ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมามีบริษัทอีวีจีนเจ้าดัง เข้ามาลงทุนในไทย แล้ว เช่น Great Wall Motor (GWM), Dongfeng , Neta และ BYD 

แต่ความฝันที่จะเป็นฮับ EV ของไทย อาจไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด เพราะการทำธุรกิจล้วนเป็นเรื่องของการรักษาผลประโยชน์ โดยเฉพาะกำลังการผลิตส่วนเกินรถยนต์ไฟฟ้าของจีน ทำให้จีนสามารถขายตัดราคา และเข้าไปตีตลาดรถยนต์ในประเทศได้

ได้ไม่คุ้มเสีย จีนใช้ไทยระบายสต๊อกรถ

KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ประเมินว่าการเข้ามาของทุนจีนในปัจจุบันเป็นไปเพื่อใช้กำลังการผลิตส่วนเกินในจีนมาเจาะตลาดภายในประเทศมากกว่าการมาใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกแบบญี่ปุ่นในช่วงทศวรรษ 1980s เนื่องจากยอดขายรถยนต์ในประเทศจีน มีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลงตามภาวะ เศรษฐกิจที่ยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัว และผลกระทบจากมาตรการกีดกันด้านภาษี ในยุโรปและสหรัฐฯ ซึ่งจะกดดันให้มีกำลังการผลิตส่วนเกินเพิ่มมากขึ้น ตลาดส่งออกจึงเป็นทางออกที่สำคัญสำหรับจีนในการระบายสต๊อกรถยนต์ ซึ่งมีอาเซียนเป็นตลาดหลัก โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีมาตรการให้เงินสนับสนุนการซื้อ EV และยังยกเว้นภาษีนำเข้ารถยนต์จีนผ่านสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก China-ASEAN FTA ซึ่งไทยเป็นเพียงไม่กี่ประเทศที่เปิดให้นำเข้ารถไฟฟ้า 

ทั้งนี้มูลค่าเพิ่มภายในประเทศ (domestic value add) ที่ไทยจะได้รับจากการผลิตรถยนต์ EV 1 คัน ต่ำกว่าการผลิตรถยนต์ ICE อย่างมาก เนื่องจากต้องพึ่งพา การนำเข้าชิ้นส่วนสำคัญจากต่างประเทศ ในขณะที่ในกลุ่มสินค้าเดิม ที่ไทยสามารถผลิตได้มีแนวโน้มต้องลดราคาเพื่อแข่งกับผู้ประกอบการจีน เพราะบริษัทจีนสามารถนำเข้าโดยตรงจากจีนด้วยต้นทุนที่ถูกกว่าไทยมาก ทำให้ถึงแม้จะมีการตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ EV ในไทย แต่ประโยชน์ที่ไทยจะได้รับจากการผลิตรถยนต์จะน้อยกว่าในอดีต


“ปิกอัพ” ไทยเสี่ยงสูญพันธุ์ ไม่ทันตั้งตัว

เมื่อพิจารณาโครงสร้างการส่งออกรถยนต์ของจีนไปทั่วโลกจะพบว่า จีนส่งออกทั้ง EV และรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) โดย EV คิดเป็นสัดส่วนเพียงประมาณ 30% ของการส่งออกรถยนต์ทั้งหมดจากจีนเท่านั้น ในขณะที่อีก 70% ที่เหลือ เป็นรถยนต์สันดาปภายในที่มีการส่งออก “ปิกอัพ” รวมอยู่ด้วย ซึ่งคาดว่า ในอนาคตจะเป็นคู่แข่งโดยตรงในตลาดส่งออกปิกอัพสำคัญของยานยนต์ไทย 

โดยเริ่มที่จะเห็นสัญญาณชัดเจนขึ้นในตลาดออสเตรเลียในปี 2023 ที่ปิกอัพของจีนสามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดได้มากถึง 8% ของยอดขายกลุ่มรถยนต์เชิงพาณิชย์ทั้งหมดของออสเตรเลีย ภายในเวลาเพียง 2-3 ปี ดังนั้น ผลกระทบต่อการส่งออกปิกอัพไทย จึงมีแนวโน้มเกิดขึ้นได้เร็วแม้ ยังไม่มีการเปิดตัวปิกอัพ EV


เร่งทบทวนมาตรการ EV รักษาตลาด

นโยบายสนับสนุน EV ปัจจุบันเอื้อต่อการเน้นการนำเข้าชิ้น ส่วนเข้ามาประกอบ ภายในประเทศมากกว่า ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าเพิ่มที่ไทยได้รับจากการผลิต EV ลดลงมากกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับการผลิตรถยนต์สันดาปภายใน ภาครัฐจึงควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีของผู้ประกอบการไทยอย่างเร่งด่วน ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดในการแข่งขัน ของอุตสาหกรรมยานยนต์ 

ทั้งนี้หากไทยต้องการรักษาความเป็นผู้นำในภาคยานยนต์ไว้ จะต้องมีการทบทวนมาตรการการให้เงินอุดหนุน EV เพื่อลดการบิดเบือนโครงสร้างและราคาในตลาดรถยนต์ รวมถึงการเพิ่มความเข้มงวดในการกำหนดและตรวจวัดสัดส่วนการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ (Local content ratio) เพื่อซื้อเวลาให้ภาคยานยนต์ในระยะสั้น และเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทยให้ยังคงได้รับประโยชน์และมีเวลาปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ในระยะยาว

ที่มา : KKPAdviceCenter

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ 
https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ