
เมื่อเร็วๆ นี้มีรายงานข่าว “โบทานิก้า ลักซูรี่ วิลล่า” ประกาศทุบสถิติยอดขายวิลล่าหรูในเกาะภูเก็ต ด้วยยอดขาย 1,200 ล้านบาท ในระยะเวลาแค่เดือนเดียว เมื่อ ม.ค.ที่ผ่านมา
ซึ่งข่าวดังกล่าวได้สะท้อนถึงความร้อนแรงของตลาดอสังหาฯ ภูเก็ตอีกครั้ง ที่ขณะนี้ ภูเก็ต ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางของ ผู้ซื้อ “ชาวต่างชาติ” โดยเฉพาะ ชาวรัสเซีย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เจาะ “โบทานิก้า ลักซูรี่ วิลล่า” เรียกว่าเป็น ผู้ประกอบการรายใหญ่ และมีความเชี่ยวชาญในภูเก็ตมานานกว่า 20 ปี พบมีการเปิดขายโครงการในพื้นที่ให้กับนักลงทุนต่างชาติ และคนไทย มาแล้วมากถึง 27 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 52,000 ล้านบาท
ล่าสุด “อรรถสิทธิ์ อินทรชูติ” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โบทานิก้า ลักซูรี่ ภูเก็ต เผยกลยุทธ์ธุรกิจสำคัญในปีนี้ว่า จากการเติบโตของตลาดอสังหาฯ ภูเก็ต ผนวกกับความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการวิลล่าลักชัวรีของโบทานิก้านั้น
บริษัทฯ เตรียมขยายโอกาสไปยังทำเลทองใหม่ๆ เจาะเมืองท่องเที่ยวศักยภาพสูงในไทย ทั้งกระบี่ หัวหิน พังงา และเขาใหญ่ ทุกๆ พื้นที่มีความยูนีคและเสน่ห์ในตัวเอง แต่สิ่งที่มีร่วมกันคือ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่เพียบพร้อมด้วยธรรมชาติงดงามตระการตา และไลฟ์สไตล์ฮับครบครัน
ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม HNWI ของเราได้เป็นอย่างดี โดยอิงจากราคาที่ดินที่พุ่งขึ้นต่อเนื่องในทั้ง 4 จังหวัด นอกจากนี้โปรเจกต์โครงสร้างสร้างพื้นฐานใหม่ๆ ก็จะเข้ามาเติมเต็มการใช้ชีวิตที่สะดวกสบายในทั้ง 4 ตลาดใหม่ของเรา
ไม่ว่าจะเป็นสนามบินนานาชาติอันดามันในจังหวัดพังงา รถไฟฟ้าความเร็วสูงกรุงเทพฯ-โคราช เป็นต้น โดยไทม์ไลน์จะเริ่มจากกระบี่ ต่อด้วยหัวหิน และเตรียมแผนรุกตลาดพังงา และเขาใหญ่ต่อไป
ผู้บริหารโบทานิก้า ยังระบุว่า หลังสถานการณ์โควิด-19 ชื่อของ “ประเทศไทย” ได้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ท่องเที่ยวที่กลับมาบูมสุดขีด ได้สอดคล้องกับเทรนด์การย้ายถิ่นฐานของทั้งคนไทย และต่างชาติ
ขณะเดียวกัน “โบทานิก้า ลักซูรี่ วิลล่า” ยังมีแผนพัฒนาวิลล่าในตลาดพังงา และเขาใหญ่ ด้วยดีไซน์งดงามภายใต้มาตรฐานระดับโลก ตอกย้ำการเป็นผู้พัฒนาวิลล่าหรูชั้นนำที่พร้อมเติมเต็มทุกมิติของลักชัวรี ไลฟ์สไตล์ในหลากหลายภูมิภาคของเมืองไทย
ทุกโครงการล้วนตั้งอยู่บนไพรม์โลเคชันมีความโดดเด่นด้านการออกแบบที่งดงามทันสมัย พร้อมมอบความสงบเป็นส่วนตัว และการใช้ชีวิตที่กลมกลืนกับธรรมชาติ ทุกโครงการแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่สอดรับกับความต้องการของลูกค้าทั้งชาวไทย และต่างชาติ
ทั้งนี้ เพื่อร่วมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นเวิลด์คลาสเดสติเนชันด้านการพักผ่อน และการอยู่อาศัยที่ครบครัน ตอบโจทย์ที่สุดของชีวิตเหนือระดับที่เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน
“โบทานิก้า ตั้งเป้า ปี 2567 ด้วยยอดขายรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท พร้อมเตรียมรุกตลาดวิลล่าหรูในหัวเมืองใหญ่อื่นๆ เริ่มจากกระบี่ด้วยงบลงทุนกว่า 500 ล้านบาท และหัวหิน ด้วยงบลงทุนกว่า 800 ล้านบาท รวมเป็นเงินกว่า 1.3 พันล้านบาท ซึ่งคิกออฟการก่อสร้างโครงการในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 66 และไตรมาสที่ 2 ปี 67 ตามลำดับ และต่อด้วยการเจาะตลาดพังงาและเขาใหญ่ในอนาคต”
ทั้งนี้ โครงการวิลล่าที่เราจะนำเสนอในกระบี่และหัวหิน จะเป็นสไตล์ Modern Loft ที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากลูกค้า ด้วยดีไซน์เรียบหรู และความโปร่งสบายของแปลนบ้าน
“คาดว่าโครงการจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นจากทั้งชาวไทย ต่างชาติ และนักลงทุน ที่มองหาโครงการวิลล่าหรูที่สวยงาม และเปี่ยมไปด้วยฟังก์ชันบนทำเลสุดแรร์ในแต่ละพื้นที่ เรามั่นใจว่าการทยอยรุก 4 ตลาดใหม่ของเราจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่ง และชื่อเสียงของแบรนด์ในฐานะผู้พัฒนาวิลล่าลักชัวรีคุณภาพสูงชั้นนำของเมืองไทย”.
ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney