
สุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการออกใบอนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังเตรียมออกประกาศหลักเกณฑ์จัดตั้ง Virtual Bank และจะเริ่มเปิดรับสมัครในเดือนมีนาคม 2567
โดยความคืบหน้าของการจัดตั้ง Virtual Bank หลังจากที่ ธปท.ส่งร่างหลักเกณฑ์ฉบับสมบูรณ์ ไปให้กระทรวงการคลัง เมื่อเดือน ม.ค. 2567 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง และธปท. ได้ร่วมกันหารือถึงแนวทางการจัดตั้งธนาคารไร้สาขา หรือ Virtual Bank โดยล่าสุดเกณฑ์การจัดตั้งและรายละเอียดต่างๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว และกระทรวงการคลังจะประกาศหลักเกณฑ์ลงราชกิจจานุเบกษาได้ในเดือน มี.ค. 2567 พร้อมเปิดรับสมัครในเดือนเดียวกัน
สำหรับการเปิดรับสมัครผู้ที่สนใจคาดว่าจะมีระยะเปิดรับสมัคร 6 เดือน และจะใช้เวลาพิจารณาคุณสมบัติผู้สมัครภายใน 9 เดือน
อย่างไรก็ตาม ธปท.คาดว่าจะสามารถประกาศรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตในช่วงกลางปี 2568 ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับคัดเลือกจะมีเวลาเตรียมตัว 1 ปี และคาดว่าจะเห็น Virtual Bank ให้บริการภายในครึ่งแรกของปี 2569
พร้อมกับยืนยันว่า ลำดับการสมัครก่อนหลังไม่มีผลในการพิจารณาโดยจะพิจารณาผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดที่จะช่วยตอบโจทย์ Green Line ได้อย่างยั่งยืน คือ สามารถนำเสนอบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม และช่วยกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันของสถาบันการเงินอย่างเหมาะสม
สำหรับภาพรวมภาวะเศรษฐกิจเดือน ม.ค. 2567 ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อน แต่ยังขยายตัวได้ช้า โดยมีแรงส่งหลักมาจากภาคการท่องเที่ยว ที่ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ปรับเพิ่มขึ้น โดยจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 30.4 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1.5% จากเดือนก่อน ตามจำนวนนักท่องเที่ยวลาว ยุโรปไม่รวมรัสเซีย และอินเดียที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวในบางสัญชาติ เช่น จีนและมาเลเซีย มีการชะลอลง เพื่อรอเที่ยวช่วงเทศกาลตรุษจีนในเดือนกุมภาพันธ์ สำหรับรายรับนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมาจากเดือนก่อน เนื่องจากรายจ่ายต่อวันสูงขึ้น ในช่วงเทศกาล สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของสัดส่วน นักท่องเที่ยวระยะยาวต่อนักท่องเที่ยวระยะสั้น
ส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัวน้อยลง แต่หลายอุตสาหกรรม ยังถูกกดดันจากอุปสงค์โลกที่ฟื้นตัวช้า ด้านการลงทุนภาคเอกชนทยอยปรับดีขึ้น และการบริโภคภาคเอกชนและเศรษฐกิจในภาคบริการ ยังขยายตัวได้ตามรายรับในภาคการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี การใช้จ่ายภาครัฐหดตัวจากรายจ่ายลงทุนและรายจ่ายประจำของรัฐบาล
ตลาดแรงงานปรับแย่ลงจากเดือนก่อน สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตน มาตรา 33 ในระบบประกันสังคมที่ลดลง โดยลดลงจากภาคการผลิต โดยเฉพาะการผลิตที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออก ในขณะที่สัดส่วนผู้ขอรับสิทธิ์ว่างงานต่อผู้ประกันตนมาตรา 33 เพิ่มขึ้น จากภาคการผลิตและภาคบริการ ซึ่งต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้การจ้างงานที่ลดลงในภาคการผลิต เช่น ก่อสร้างเป็นผลมาจากการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567 ที่ล่าช้า