
มากกว่า 2.6 แสนล้านบาท คือ มูลค่าการซื้อและโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมไทย ตามกฎหมาย 49% ต่อโครงการ ของกลุ่มชาวต่างชาติที่สามารถครอบครองได้ ในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา (2562 - 2566)
แม้ถ้าดูจากสถิติจะเห็นได้ว่า บางห้วงเวลาอัตราดังกล่าวจะชะลอลงไปบ้าง ตามการหายไปของผู้ซื้อหลักอย่าง ชาวจีน โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19
แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน ก็มีกลุ่มผู้ซื้อสัญชาติอื่นๆ เข้ามาเติมเต็มทดแทน เช่น การมาแรงของชาวพม่า หรือชาววานูอาตู ดังที่เคยปรากฏเป็นข่าวดังช่วงก่อนหน้านี้ ประกอบกับ กลุ่มผู้ซื้อใหญ่ๆ อย่าง ชาวรัสเซีย ยังให้ความนิยมอสังหาฯ ไทยในเมืองท่องเที่ยวหลักอย่าง ภูเก็ต ขณะชาวฮ่องกง ชาวไต้หวัน และ สิงคโปร์ ยังเข้ามาลงทุน ไม่เปลี่ยน ทำให้มูลค่าต่อปีไม่เคยหลุดต่ำกว่า 3 หมื่นล้านบาท
เพราะด้วยชาวต่างชาติมองราคาอสังหาฯ ไทยน่าดึงดูด ไม่สูงมากนัก เมื่อเทียบกับหลายๆ ประเทศชั้นนำเดียวกัน ขณะเดียวกันยังให้ผลตอบแทนที่มากกว่า ออสเตรเลีย, ฮ่องกง, สหราชอาณาจักร และแคนาดา
อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเข้ามาของต่างชาติ และซื้ออสังหาฯ ครอบครองเป็นจำนวนมาก ก็ยังถูกตั้งคำถามในหมู่คนไทยเช่นกันว่า ได้มากกว่าเสีย อย่างไร?
ล่าสุด ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) สรุปภาพรวม สถานการณ์การโอนกรรมสิทธิ์ของชาวต่างชาติ ทั้งปี 2566 พบว่าในช่วงปีที่ผ่านมา มีการเพิ่มขึ้นในทุกมิติ
ด้วยจำนวน 14,449 หน่วย คิดเป็นสัดส่วนมากถึง 13.4 ของหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดฯ ทั้งประเทศ (เพิ่มขึ้น 24%) โดยมีมูลค่าอยู่ที่ 73,161 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 25%)
ขณะผู้ซื้อสัญชาติจีนยังคงซื้อคอนโดฯ ไทย มากที่สุดเป็นอันดับ 1 โดยมีจำนวนถึง 6,614 หน่วย รวมพื้นที่ 261,035 ตร.ม. ส่วนสัญชาติพม่าซื้อคอนโดฯ มีมูลค่าสูงที่สุด โดยซื้อราคาเฉลี่ย 6.6 ล้านบาท และสัญชาติสหราชอาณาจักรซื้อห้องที่มีขนาดพื้นที่เฉลี่ยสูงที่สุด ราว 56.5 ตร.ม.
ปี 2562 (-11.6%)
ปี 2563 (-25.4%)
ปี 2564 (+5.3%)
ปี 2565 (+49.2%)
ปี 2566 (+23.5%)
5 ชาติ ผู้ซื้อเบอร์ใหญ่ (ปี 2566)
ทั้งนี้ เป็นที่จับตามองว่า ท่ามกลางผู้ซื้อคนไทยกำลังเจอกับปัญหาใหญ่ เรื่องหนี้ครัวเรือน ดอกเบี้ย และการปฏิเสธสินเชื่อของภาคธนาคาร ตลาดผู้ซื้อชาวต่างชาติจะมีบทบาทเพิ่มขึ้น ตามภาคท่องเที่ยวที่คึกคักจากอานิสงส์ผูกพันกันหรือไม่? โดยเฉพาะการลงทุนอสังหาฯ ในเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้
ที่มา : REIC
ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney