จีดีพีไทยปี 66 โตต่ำแค่ 1.9% นายกฯ ลั่นทำทุกทางแล้ว-จี้ ธปท.ซ้ำๆ ลดดอกเบี้ย

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

จีดีพีไทยปี 66 โตต่ำแค่ 1.9% นายกฯ ลั่นทำทุกทางแล้ว-จี้ ธปท.ซ้ำๆ ลดดอกเบี้ย

Date Time: 20 ก.พ. 2567 09:25 น.

Summary

นายกฯ ย้ำใช้ทุกมาตรการดันเศรษฐกิจแล้ว แต่รัฐบาลยังไม่มีเงินใหม่เข้าสู่ระบบ เหตุงบปี 67 ยังไม่ได้ใช้ ทำเศรษฐกิจโตต่ำ ด้าน สศช. วอน ธปท.ลดดอกเบี้ยจริงจัง ลดค่าผ่อนขั้นต่ำบัตรเครดิตเหลือ 5% เท่าเดิม หลังจีดีพีปี 66 โตได้แค่ 1.9% ส่วนปี 67 ลดคาดการณ์เติบโตเหลือ 2.7% จากเดิม 3.2%

Latest

คนกรุงรอยลโฉมรถไฟฟ้าสายใหม่ "เทา-เงิน-ฟ้า"

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยการกรณีที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4 ปี 66 ขยายตัวเพียง 1.7% เร่งขึ้นจาก 1.4% ในไตรมาส 3 และรวมทั้งปี ขยายตัวเพียง 1.9% ว่า ตลอด 10 ปี ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไทยโตต่ำกว่า 2% ต่ำกว่าเพื่อนบ้านหลายประเทศ เทียบกับโลก เราต่ำลงไปเรื่อยๆ และอย่าลืมว่า ตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามา ยังไม่สามารถใช้งบประมาณได้เลย วันนี้ยังไม่มีเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ระบบ น่าจะใช้เร็วสุดวันที่ 1 เม.ย.67 ทำให้หลายสำนักปรับประมาณการณ์จีดีพีลงทุกเดือน ซึ่งรัฐบาลได้ทำทุกมาตรการที่มีอยู่แล้ว “นโยบายดอกเบี้ยไม่ต้องใช้งบประมาณ ขณะนี้ดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 2.5% หากลดลงเหลือ 2.25% เพียงสลึงเดียวก็จะช่วยบรรเทาภาระประชาชนได้ แต่ไม่ลดกัน”

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯพูดเรื่องนี้มาตลอด แต่ไม่ได้รับการตอบรับจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เลย นายกฯถามกลับสื่อว่า “ดอกเบี้ยนโยบายใครเป็นคนควบคุม ก็คือธนาคารแห่งประเทศไทย”

ตนพูดคุยกับเลขาธิการ สศช. ก็บอกว่าเราได้ทำทุกวิถีทางแล้ว และเลขาฯ สศช.ได้คุยกับผู้ว่าการ ธปท.ว่าถึงเวลาที่จะลดแล้ว “ผมถามเลขาฯสภาพัฒน์ว่าทำอะไรได้อีก หากมีอะไรที่ทำได้ก็ขอให้เสนอมา ผมไม่ได้จมปลักอยู่กับการลดดอกเบี้ยอย่างเดียว ยินดีรับฟังว่าอยากให้รัฐบาลทำอะไร แต่ต้องคำนึงว่างบประมาณใช้ได้หรือไม่”

ด้านนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สศช. กล่าวว่า จีดีพีไตรมาส 4 ปี 66 ขยายตัว 1.7% เร่งขึ้นจากการขยายตัว 1.4% ในไตรมาส 3 ปี 66 และเมื่อปรับผลของฤดูกาลออกแล้ว ไตรมาส 4 ลดลงจากไตรมาส 3 ที่ 0.6% เมื่อรวมทั้งปี 66 ขยายตัว 1.9% ชะลอตัวลงจาก 2.5% ในปี 65 และต่ำกว่าที่ สศช.คาดไว้ว่าทั้งปีนี้ขยายตัว 2.5% ส่วนปี 67 ปรับคาดการณ์ขยายตัวลงเหลือ 2.7% จาก 3.2% พร้อมวอนให้ ธปท.ลดดอกเบี้ย ดูแลภาคครัวเรือนและเอสเอ็มอี

“เหตุผลสำคัญที่จีดีพีไตรมาส 4 ต่ำกว่าที่คาดไว้มาจากการลงทุนรวมติดลบ 0.4% เป็นผลจากการลงทุนภาครัฐลดติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 3 ที่ 20.1% ต่อเนื่องจากการลดลง 3.4% ในไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลจากการลดลงของการลงทุนรัฐ 33.5% เพราะความล่าช้าของงบรายจ่ายปีงบ 67 การลงทุนรัฐวิสาหกิจขยายตัว 7% การส่งออกกลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส หรือ 4.6% แต่การผลิตสินค้าอุตสาหกรรมที่ควรขยายตัวตาม กลับลดลง”

ด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ อัตราว่างงาน 0.81% ต่ำสุดรอบ 32 ไตรมาส เงินเฟ้อทั่วไปลดลง 0.5% และเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.6% ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือน ธ.ค.66 อยู่ที่ 220,000 ล้านเหรียญฯ และหนี้สาธารณะ 11,084,577.1 ล้านบาท คิดเป็น 61.3% ของจีดีพี

เลขา สศช.กล่าวด้วยว่า หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูงและหนี้ของเอสเอ็มอีกำลังจะกลายเป็นหนี้เสียเพิ่มขึ้น ซึ่งภาครัฐได้ใช้มาตรการทางการคลังไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นท่องเที่ยว ชักชวนการลงทุนจากต่างประเทศ เร่งส่วนราชการใช้งบประมาณและเร่งรัฐวิสาหกิจใช้งบลงทุน ดังนั้น ขอให้ ธปท.พิจารณามาตรการดอกเบี้ยอย่างจริงจัง ไม่ให้ส่วนต่างดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากห่างกันมาก และขอให้ต่อมาตรการจ่ายเงินขั้นต่ำของบัตรเครดิตที่ 5% จากปัจจุบันที่ขึ้นมาเป็น 8% เพื่อให้ประชาชนมีเงินเหลือใช้ชีวิตได้

ส่วนนายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ปี 67 สศช., ธปท. และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คาดจีดีพีจะโตต่ำกว่า 3% ถ้าไม่รวมการกระตุ้นจากดิจิทัล วอลเล็ต เท่ากับยกธงขาวยอมแพ้แล้ว อย่างไรก็ตาม ถือเป็นภารกิจสำคัญที่รัฐต้องผลักดันให้จีดีพีปีนี้โตเกิน 3% ให้ได้.

อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ