ทุนจีน อันดับ 1 ขอลงทุนในไทย ปี 66 ขนเงินมาทุ่ม 1.59 แสนล้าน ดัน มูลค่า FDI พุ่งขึ้น 72%

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

ทุนจีน อันดับ 1 ขอลงทุนในไทย ปี 66 ขนเงินมาทุ่ม 1.59 แสนล้าน ดัน มูลค่า FDI พุ่งขึ้น 72%

Date Time: 9 ก.พ. 2567 14:13 น.

Video

Dropbox เอาตัวรอดมายังไง ? เมื่อโปรดักส์ที่ขายกลายเป็น "ของแจกฟรี" | Digital Frontiers EP.58

Summary

BOI เผย ยอด ส่งเสริมการลงทุน ปี 2566 พุ่งทะลุ 8 แสนล้าน ขณะ FDI ทุนจีน มาเป็นอันดับ 1 ลงเม็ดเงินกว่า 1.59 แสนล้าน รองลงมา เป็นสิงคโปร์ สหรัฐฯ และ ญี่ปุ่น ดันการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ พุ่งขึ้น 72% กว่า 6.6 แสนล้าน

Latest


“นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์” เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เผยว่า เมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา ยอดส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องและสูงกว่าปีก่อนทั้งในแง่จำนวนโครงการและเงินลงทุน 

ทั้งนี้ มีโครงการขอรับการส่งเสริม 2,307 โครงการ ทั้งนักลงทุนไทย และต่างชาติ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 16% มูลค่าเงินลงทุน 848,318 ล้านบาท ซึ่งสูงสุดในรอบ 5 ปี ซึ่งเนื่องมาจากสถานการณ์การแบ่งขั้วระหว่างกลุ่มประเทศต่างๆ ทำให้บริษัทชั้นนำต่างมองหาแหล่งลงทุนใหม่ที่มีความมั่นคง มีความพร้อม และไม่ใช่คู่ขัดแย้ง 

ซึ่งไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพและมีปัจจัยพื้นฐานที่ดี สามารถตอบโจทย์ในการเป็นแหล่งรองรับการลงทุนที่โดดเด่นของภูมิภาค ประกอบกับรัฐบาลไทยมีนโยบายเปิดประเทศรับการลงทุนครั้งใหญ่ รวมทั้งการประกาศใช้มาตรการส่งเสริมการลงทุนด้านต่างๆ ภายใต้ยุทธศาสตร์ 5 ปี ของบีโอไอ ที่มีเป้าหมายเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยไปสู่ “เศรษฐกิจใหม่” ช่วยดึงดูดให้เกิดการลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น 

4 อันดับ ต่างชาติ ลงทุนในไทยสูงสุด 

สำหรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มีทุนต่างชาติ ยื่นขอรับการส่งเสริมจำนวน 1,394 โครงการ เพิ่มขึ้น 38% มูลค่าเงินลงทุนรวม 663,239 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72% โดยประเทศที่มีมูลค่าการขอรับการส่งเสริมสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 

  • จีน 159,387 ล้านบาท 
  • สิงคโปร์ 123,385 ล้านบาท 
  • สหรัฐอเมริกา 83,954 ล้านบาท 
  • ญี่ปุ่น 79,151 ล้านบาท 

ขณะ นโยบาย BOI ปี 2567 นั้น จะเน้นภารกิจ เดินหน้าดึงการลงทุนเชิงรุกในอุตสาหกรรมเป้าหมาย 5 สาขา ได้แก่ BCG, ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), อิเล็กทรอนิกส์, ดิจิทัล และกิจการสำนักงานภูมิภาค โดยเจาะกลุ่มนักลงทุนในประเทศเป้าหมาย เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา และยุโรป 

โดยในปีนี้ บีโอไอมีแผนเปิดสำนักงานเพิ่มเติม 3 แห่ง ที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย นครเฉิงตู ประเทศจีน และประเทศสิงคโปร์ ซึ่งล้วนเป็นประเทศเป้าหมายสำคัญในการดึงการลงทุนมายังประเทศไทย 

“ปี 2567 จะเป็นปีทองสำหรับการลงทุน ซึ่งจะมีโครงการขนาดใหญ่ตัดสินใจเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้งยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัล อุตสาหกรรมชีวภาพและพลังงานหมุนเวียน สำหรับยานยนต์ นอกจากจะดึงการลงทุนจากผู้ผลิต EV รายใหม่ๆ รวมทั้ง การผลิตแบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญแล้ว ยังคาดว่าจะมีการขยายการลงทุนของผู้ประกอบการรถยนต์รายเดิมที่จะมาขอรับส่งเสริมตามมาตรการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ออกมาใหม่ด้วย”

ที่มา : BOI

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ 

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ