
ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม ที่ออกมา แข็งแกร่งกว่าคาด อยู่ที่ 3.3% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าคาดการณ์ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ประเมินไว้ ว่าจะโตแค่ ระดับ 1.8%
แม้ถูกวิเคราะห์ว่า จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเข้าสู่ภาวะถดถอยรุนแรงของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้ แต่นี่อาจลดทอนโอกาสที่ Fed จะเร่งรีบปรับลดอัตราดอกเบี้ย อย่างที่หลายประเทศทั่วโลก คาดหวังไว้
ขณะเดียวกันถ้อยแถลงของคณะกรรมการ Fed ยังคงสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับสูงต่อไปจนกว่าจะเห็นสัญญาณการลดลงของเงินเฟ้อสู่ระดับเป้าหมายที่ 2% ในระยะยาว ยิ่งเป็นตัวแปรของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ ที่น่าจับตามอง
ล่าสุด วิจัยกรุงศรีของไทย ออกประเมิน โดยคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 5.25-5.50% จนถึงกลางปี 2567 ก่อนเริ่มปรับลดในช่วงต้นไตรมาส 3/2567 เนื่องจาก เครื่องชี้เศรษฐกิจหลายๆ ตัว ยังทยายไปข้างหน้า เช่น ยอดค้าปลีกขยายตัว 5.5% เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่ 3.97% ขณะที่ ในเดือนมกราคม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 78.8 สูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2564 ส่วนผู้บริโภคคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้น 2.9% ในช่วง 1 ปีข้างหน้า ลดลงจากระดับ 3.1% ในการสำรวจครั้งก่อนหน้า
ด้าน เศรษฐกิจยูโรโซน แม้มีรายงานว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณปรับลดดอกเบี้ยในไตรมาส 2 แต่อย่างไรก็ตาม วิกฤติทะเลแดงยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่จะมีผลต่อการกำหนดทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต
เจาะในเดือนพฤศจิกายน ปี 2023 ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมหดตัว -6.8% ขณะที่ภาพรวมเงินเฟ้อสูงกว่าคาด โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 2.9% จาก 2.4% ในเดือนก่อน ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานชะลอลงสู่ระดับ 3.4% จาก 3.6% ในเดือนก่อน นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ ลดลงเล็กน้อยสู่ระดับ 22.7 ในเดือนมกราคม จาก 23.0 ในเดือนก่อนหน้า
ทั้งนี้ วิจัยกรุงศรีประเมินว่าเศรษฐกิจยูโรโซนที่กำลังเข้าสู่ภาวะถดถอยจะส่งผลให้แรงกดดันเงินเฟ้อยังคงอยู่ในทิศทางชะลอลง และอาจเปิดทางให้ ECB เริ่มทยอยผ่อนคลายนโยบายการเงินได้ โดยประธาน ECB เผยว่าการลดดอกเบี้ยอาจเกิดขึ้นเร็วสุดในช่วงกลางปีนี้
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความไม่สงบในทะเลแดงที่อาจนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อรอบใหม่จะยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่กระทบต่อทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต
สำหรับทิศทางดอกเบี้ยของประเทศไทยนั้น วิจัยกรุงศรี ประเมินต่อว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) น่าจะคงดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมนัดแรกของปีนี้ โดยวิเคราะห์จาก การแถลง แนวคิดนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เมื่อวันที่ 15 ม.ค. โดยผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ชี้ว่า เศรษฐกิจไทยเผชิญปัจจัยเชิงโครงสร้างที่เป็นข้อจำกัดต่อการเติบโต การใช้นโยบายการเงินไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่รวดเร็ว
อีกทั้ง ระบุว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับ 2.50% มีความเหมาะสมในบริบทเศรษฐกิจการเงินในปัจจุบัน ซึ่งพอจะสรุปประเด็นที่สำคัญได้ดังนี้
ทั้งนี้ จากมุมมองล่าสุดของธปท.เกี่ยวกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอัตราเงินเฟ้อที่ปรับลดลงชั่วคราว และยังมีการให้ความช่วยเหลือที่เน้นตรงไปยังกับกลุ่มเป้าหมายที่เปราะบางเป็นสำคัญ ประกอบกับความเห็นว่าเศรษฐกิจไทยที่เติบโตต่ำ มีสาเหตุจากมีปัญหาจากปัจจัยเชิงโครงสร้างที่เป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัว ซึ่งธปท.ชี้ว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่รวดเร็ว (quick fix) จึงคาดว่าในการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งแรกของปีนี้ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ กนง. จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50%
ที่มา : วิจัยกรุงศรี
ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney