
ยังคงเป็นคำถามสำคัญสำหรับยุทธศาสตร์แห่งชาติ “ซอฟต์พาวเวอร์” ของประเทศไทย ทำอย่างไร? ถึงจะประสบความสำเร็จ หลังจากรัฐบาลซึ่งนำโดย “อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร” รองประธานกรรมการซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ประกาศส่งเสริมผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ไทยให้ดังไกลไปทั่วโลก สร้างรายได้ ให้ประเทศอย่างน้อย 200,000 ล้านบาทต่อปี
โดยจะมีเจ้าภาพหลัก คือ Thailand Creative Content Agency (THACCA) ที่จะดูแลการผลักดันซอฟต์พาวเวอร์อย่างเป็นระบบ ครบวงจร ผ่าน 8 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ 1.ภาพยนตร์ 2.ศิลปะ 3.หนังสือ 4.อาหาร 5.ดนตรี 6.ท่องเที่ยว 7.กีฬา และ 8.ออกแบบ แฟชั่น
ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็น “วัตถุดิบ” ชั้นเยี่ยม ที่จะถ่ายทอด DNA ความเป็นไทยอันมีเสน่ห์ หากผลักดัน 8 อุตสาหกรรมเอกได้สำเร็จ จะสร้าง งานให้กับคนไทยได้มากถึง 20 ล้านตำแหน่ง
ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ เจาะสัมภาษณ์พูดคุยกับ ดร.พธูสิรี รัตนกาฬ วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา Soft Skill ได้ถอดรหัสถึงสูตรสำเร็จที่จะทำให้ประเทศไทยขับเคลื่อน และ หยิบฉวยคำว่า “ซอฟต์พาวเวอร์” มาสร้างเม็ดเงินทางเศรษฐกิจให้สำเร็จได้อย่างไร
โดย ดร.พธูสิรี กล่าวว่า ซอฟต์พาวเวอร์ คือ ภูมิพลังทางวัฒนธรรม แปลเข้าใจง่ายๆ ก็คืออิทธิพลที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมของการใช้ชีวิตของมนุษย์ในชุมชน หรือประเทศนั้นๆ ทั้งการกิน, การดื่ม, วิถีชีวิต และความเชื่อต่างๆที่ถูกถ่ายทอด แต่สามารถโน้มน้าวให้คนอื่นคิดคล้อยตาม หรือปรับพฤติกรรมตาม อย่างเราได้
สำหรับประเทศไทย ตั้งธงไว้ 5F ที่เกี่ยวกับซอฟต์พาวเวอร์ ได้แก่ 1.Food (อาหาร) 2.Fight (มวยไทย) 3.Festival (ประเพณีไทย) 4.Film (ภาพยนตร์) และ 5.Fashion (แฟชั่น)
สูตรสำเร็จ ที่เห็นผลเด่นชัด คือ F (Film) หมวดละครและภาพยนตร์ไทย เช่น ผลงานภาพยนตร์ เรื่องสัปเหร่อ ที่ถ่ายทอดเรื่องราว วิถีชีวิตของผู้คนในภาคอีสานออกสู่สายตาสาธารณชน เป็นทุนทางวัฒนธรรมที่ทำให้คน รับชมรู้สึกสนิทเชื่อใจ และใกล้ชิดกับเรื่องราวของคนอีสานแบบไม่รู้ตัวในกลุ่มคนไทยด้วยกันเอง แต่แรงกระเพื่อมต่อยอด ยังอยู่ในวงจำกัด และไม่ได้นำมาซึ่งเม็ดเงินทางเศรษฐกิจ ตามคอนเซปต์ของคำว่า “ซอฟต์พาวเวอร์”
ขณะที่ปรากฏการณ์ละคร “บุพเพสันนิวาส” ต่อยอดด้วยซีรีส์ภาคต่อ“พรหมลิขิต” ที่โด่งดังในหลายประเทศนั้น คือ ตัวแทนละครไทย ที่นำเอาทุกสิ่งทุกอย่างของความเป็นไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับได้อย่างง่าย และละมุนละไมอย่างอ่อนโยน สร้างสรรค์ และมีผลทางธุรกิจอย่างแท้จริง
เพราะลากเอาอีก 3F ได้แก่ F (Fashion), F (FOOD) และ F (Festival) ให้ได้รับประโยชน์ ตามไปด้วย จนนำมาสู่กระแสความต้องการของ ที่ระลึกเกี่ยวกับละครในหมู่ชาวจีน ที่มีความคลั่งไคล้อย่างมาก
ขณะ F (Fight) หรือมวยไทย ซึ่งเรียกว่า มีอิทธิพลอย่างมากในเวทีโลก ของหมวดเกมกีฬา ศิลปะป้องกันตัว “มวยไทย” นั้น อยู่ในเนื้อ-ในตัวคนไทย ตั้งแต่เกิด และเป็น DNA ที่หาจากชาติอื่นไม่ได้ ด้วยมวยไทยเป็นศิลปะที่มีเสน่ห์ในตัวเอง และเป็นซอฟต์พาวเวอร์ชั้นดี ที่หนุนนำเม็ดเงินเศรษฐกิจได้
ยกตัวอย่าง “บัวขาว” เป็นมวยไทยที่คนทั่วโลกรู้จัก พอต่างชาติรู้จัก-ชื่นชม ไม่ว่าบัวขาวจะกินอะไร จะแต่งกายอย่างไร มีวิถีชีวิตแบบไหนก็มีอิทธิพลให้คนที่ติดตามอยากลอกเลียนแบบ เกิดเป็นยี่ห้อ และช่องทางการขายสินค้าและบริการ เกิดโปรแกรมการเรียนมวยไทย ทัวร์เที่ยวไทย เดินสายชมศิลปะมวยไทยแต่ละภูมิภาค และดันให้กางเกงมวยเป็นของมีค่า ราคาแพงอีกด้วย
“อดีตกางเกงมวยไทยตัวละ 200 ต้องกราบกรานให้คนซื้อ วันนี้พอมวยไทยเป็นซอฟต์พาวเวอร์ ราคาขึ้นมาไม่ต่ำกว่า 3,000 บาทแล้ว” ดร.พธูสิรีกล่าว
ทั้งนี้ หากรัฐบาลต้องการนำคำว่า ซอฟต์พาวเวอร์ มาตั้งหลักเพื่อเศรษฐกิจ ต้องหา Brand positioning (การวางตำแหน่งแบรนด์) ของประเทศไทยให้เจอ เพราะวันนี้ประเทศไทยยังไม่ติดลิสต์ 20 ประเทศแรกของโลก ที่ซอฟต์พาวเวอร์มีอิทธิพลต่อการซื้อ-ขาย บริโภคสินค้าและบริการให้กับคนชาติอื่นๆ นี่จึงเป็นโจทย์สำคัญของประเทศไทยว่าจะทำให้ซอฟต์พาวเวอร์ประสบความสำเร็จได้อย่างไร (ปัจจุบัน ไทยอยู่ลำดับที่ 35 จาก 120 ประเทศทั่วโลก)
ขณะที่การนำซอฟต์พาวเวอร์มาเป็นแต้มต่อ ทางเศรษฐกิจนั้น เริ่มแรกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเร็วๆนี้ จะมี THACCA เป็นแม่งานนั้น ต้องตกผลึกให้ได้อย่างชัดเจนก่อนว่า ในบรรดาเอกชน ภาคธุรกิจ ที่เขากำลังมุ่งหน้าสู่ซอฟต์พาวเวอร์ กลุ่มไหนต้องเริ่มตั้งไข่ให้, กลุ่มไหนต้องผ่านการเจียระไนอีก หรือกลุ่มไหนพร้อมจะวิ่งได้เลย แล้วเข้าไปเป็นโค้ช หรือผู้แนะนำให้ถูกทิศถูกทาง ตามยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ ชาติที่ตั้งไว้
โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่ยืนได้แล้ว แต่ไม่กล้าออกวิ่ง ทั้งๆที่มี “ของดี” อยู่ในมือ รวมไปถึงกลุ่มที่ยังลังเลใจ มีไอเดียแต่ไม่มีกลยุทธ์ในการนำเสนอสินค้าและบริการของตัวเอง รัฐต้องเข้าไปชี้แนะแนวทาง รวมถึงสนับสนุนในทุกรูปแบบ ชวนให้ต่างชาติอยากได้อยากมี “ของ” ของเรา ซึ่งในยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์เช่นนี้ ความแตกต่างของสินค้ามีความสำคัญมาก
อีกทั้งหน่วยงานราชการอาจต้องปรับเปลี่ยนมุมมองให้เกิดความเข้าใจโลกของการทำธุรกิจมากขึ้น ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ เร็วๆนี้ เราอาจได้เห็นผลงานร่วมอันเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของชาติก็เป็นไปได้
เรื่องราวของซอฟต์พาวเวอร์ยังมีมุมที่น่าค้นหา สามารถติดตามได้จากงานเสวนา Soft Power แบบไม่ซอฟต์ ในหัวข้อ Soft Power Thailand’s Next Weapon จัดโดยไทยรัฐกรุ๊ป โดยมี “แพทองธาร ชินวัตร” รองประธานยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ มาพูดคุยถึงยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย
พร้อมชวนแลกเปลี่ยนไอเดียจากตัวแทนซอฟต์พาวเวอร์ 3 สาขา คือ คุณหน่อง อรุโณชา ผู้จัดละคร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท บรอดคาซท์ ไทยเทเลวิชั่น จำกัด คุณปลา อัจฉรา บุรารักษ์ ผู้ก่อตั้ง และครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ iBerry Group และ คุณธนชาติ ศิริภัทราชัย ผู้กำกับ และนักเขียน จาก Salmon House ดำเนินรายการโดย กายพงศ์เกษม และ คิงส์ พีระวัฒน์ ในวันที่ 24 มกราคม เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป ผ่านช่องทางรับชม Facebook YouTube และ Tiktok Thairath.