
คำถาม “เงินดิจิทัลจะได้เมื่อไหร่?” เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง หลังจากปรากฏข่าว : กฤษฎีกา ไฟเขียว หรือ ไม่ได้ห้ามรัฐบาล ออก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท สร้างความสับสนให้กับผู้ที่ติดตามข่าวอย่างมาก ว่าข้อสรุปแท้จริงเป็นอย่างไร?
อย่างไรก็ดี “ปกรณ์ นิลประพันธ์” เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้ออกมาชี้แจงปมดังกล่าวว่า เป็นข้อเท็จจริง ที่กฤษฎีกาได้ส่งความเห็นเกี่ยวกับ “โครงการดิจิทัลวอลเล็ต” กลับไปให้ยังรัฐบาลแล้ว
โดยชุดความเห็นของกฤษฎีกา จะถูกนำเข้าไปพิจารณา โดย คณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ตชุดใหญ่อีกครั้ง
ทั้งนี้ ยืนยัน กฤษฎีกา ไม่ได้มีบทบาท และ อำนาจหน้าที่ ในการฟันธง หรือ ไฟเขียว ว่า รัฐบาลสามารถดำเนินนโยบายแจกเงินดิจิทัล ได้หรือไม่ได้! เพียงแต่ให้ความเห็นที่เกี่ยวกับเงื่อนไขข้อกฎหมายเกี่ยวข้องเท่านั้น ไม่อยากให้สังคมเข้าใจผิด
ขณะเดียวกัน การตีความเห็นของกฎษฎีกา ยังออกมาหลายทิศหลายทาง โดย หนึ่งในนั้นคือ สว.สมชาย แสวงการ ที่วิเคราะห์ หลังอ่าน บันทึกของกฤษฎีกา ว่า จริงอยู่ ใจความระบุ รัฐบาลเดินหน้าออกเป็น พ.ร.บ. กู้เงินได้ แต่รัฐบาล ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา 53 และมาตรา 57 ของกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ซึ่งเงื่อนไขสำคัญ ของการออกพ.ร.บ. จะต้องอยู่ภายใต้คำว่า “จำเป็นเร่งด่วน” และ เป็นไปเพื่อแก้วิกฤติเศรษฐกิจของประเทศเท่านั้น! พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาล ทบทวนความจำเป็นของนโยบายดังกล่าว ก่อนเกิดความผิดพลาดภายหลัง
ด้าน “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี ออกมาย้ำถึง การเดินหน้า การแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท หรือ โครงการดิจิทัลวอลเล็ต ตามไทม์ไลน์เดิมกับสื่อ! แม้ยอมรับว่า เป็นเรื่องหนักใจ และเตรียมรับฟังความคิดเห็นจากฝ่ายอื่นๆ เพิ่มเติม ทั้งสภาพัฒน์เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, ผู้เชี่ยวชาญ และคณะกรรมการของดิจิทัลวอลเล็ต ทุกคน เพราะวันนี้ ยืนยันว่า จะให้ความสำคัญกับทุกเสียง และ จะยึดความถูกต้อง เป็นหัวใจสำคัญ ตามที่คณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอแนะมา
ทั้งนี้ สิ่งที่เราต้องจับตามอง คือ ผลการประชุม ของคณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ตชุดใหญ่ ซึ่งนายกฯ เผยว่า จะมีการเรียกประชุมเพื่อหาสรุป เร็วๆ นี้ ซึ่งหากรัฐบาล ยังคงยืนยัน เดินหน้าโครงการเงินดิจิทัล ไทม์ไลน์ ที่เงินดิจิทัลจะถึงมือประชาชน จะสรุปได้ดังนี้
*เสนอร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณา
*นำเข้าสู่การพิจารณาในสภาฯ
ทั้งนี้ กรมประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข้อมูลเพิ่มเติม ในแง่คาดการณ์เศรษฐกิจ ที่เกี่ยวกับโครงการเงินดิจิทัล ดังนี้
ที่มา : ไทยคู่ฟ้า, กรมประชาสัมพันธ์