
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในปีหน้า ด้วยการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองอสังหาริมทรัพย์ที่จะสิ้นสุดในปี 66 นี้ ทั้งลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยปี 67 ด้วยการขยายระยะเวลาไปจนถึง 31 ธ.ค.67 ลดค่าจดทะเบียนการโอนอสังหาริมทรัพย์จาก 2% เหลือ 1% และลดค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์จาก 1% เหลือ 0.01% (เฉพาะการโอนและจดจำนองในคราวเดียวกัน) สำหรับการซื้อที่อยู่อาศัยที่มีราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ไม่เกิน 3 ล้านบาท และมีวงเงินจำนองไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อสัญญา
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังต้องการให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่อนปรนเกณฑ์การดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัย LTV โดยอยากให้ประชาชนสามารถกู้ได้ 100% ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังที่เท่าไหร่ หรือราคาเท่าไหร่ หลังจากที่ ธปท.ได้เข้มงวดเกณฑ์ดังกล่าว ด้วยการกลับมาใช้ เกณฑ์ LTV แบบเดิม คือ การกู้หลังแรกวงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาท กู้ได้ 100% และตกแต่งเพิ่มได้อีก 10%, บ้านหลังที่ 2 วงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาท กู้ได้ 70-90%, วงเงิน 10 ล้านบาทขึ้นไป กู้ได้ 70-90%
สำหรับเหตุผลที่ได้ทำความเข้าใจกับหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องไปแล้ว คือ ต้องการให้ธุรกิจอสังหาฯมาช่วยเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้อยู่ในภาวะที่น่าเป็นห่วง เพราะยังไม่เห็นสัญญาณของฟองสบู่ในธุรกิจดังกล่าวแต่อย่างใด ขณะเดียวกันในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่สูงขึ้น จึงไม่เป็นปัจจัยที่จะทำให้เกิดการเก็งกำไร.
อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่