"เศรษฐา" มึนจีนไม่เข้าเป้า อดีตผู้ว่า ททท.แนะ "กลยุทธ์ 3 R" ฟื้นตลาดจีน

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

"เศรษฐา" มึนจีนไม่เข้าเป้า อดีตผู้ว่า ททท.แนะ "กลยุทธ์ 3 R" ฟื้นตลาดจีน

Date Time: 23 พ.ย. 2566 06:45 น.

Summary

“เศรษฐา” ยอมรับสายการบินจีนขอยกเลิกตารางบินเข้าไทย หลังจำนวนนักท่องเที่ยวจีนไม่เข้าเป้า ชี้เพราะนโยบายภายในประเทศและเศรษฐกิจจีนไม่ดี ถ้าไม่มีนโยบายวีซ่า-ฟรีจะแย่กว่านี้ ขณะที่ “ยุทธศักดิ์” อดีตผู้ว่า ททท.เสนอกลยุทธ์ 3 R ฟื้นตลาดจีนเที่ยวไทย ให้เจรจาจีนอนุญาตเพิ่มเที่ยวบินให้สายการบินสัญชาติไทย

Latest

ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 5 เม.ย. 2569 อัปเดตราคาน้ำมันทุกชนิดล่าสุดลิตรละกี่บาท

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยถึงกรณีที่สายการบินจีนจำนวนหนึ่งที่มีแผนจะให้บริการเส้นทางจากหลายเมืองของจีนของตารางการบิน (slot) สู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และจองใช้บริการภาคพื้นของบริษัทการบินไทย แต่สุดท้ายต้องยกเลิกเนื่องจากไม่มีความต้องการเดินทางของผู้โดยสารที่เพียงพอว่า สายการบินของจีนไม่ได้ยกเลิกทั้งหมด พอมีฟรีวีซ่าก็อาจจะมีการจองสล็อตเข้ามาเยอะ แต่นโยบายภายในประเทศของจีนก็สนับสนุนให้มีการท่องเที่ยวภายในประเทศเยอะ สภาพเศรษฐกิจเองก็ไม่ได้ดีอย่างที่คิดไว้ ฉะนั้น จากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่คิดว่าอาจจะเข้ามาเยอะมาก ก็ไม่ได้เข้ามาเยอะขนาดนั้น แต่ถ้าไม่มีนโยบายยกเว้นการตรวจลงตราหรือวีซ่า-ฟรี ก็จะยิ่งแย่ไปกันใหญ่

ทั้งนี้ จากที่ได้เจอกับ Booking.com ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Agoda.com ที่เป็นเว็บออนไลน์ทำเรื่องการเดินทางไปต่างประเทศ ก็คอนเฟิร์มชัดเจนว่ามีนักท่องเที่ยวจีน เข้ามาทำธุรกรรมประมาณ 3 เท่า ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ก็ได้พูดไปในวงหารือหนึ่งว่าจำนวนนักท่องเที่ยวเป็นประเด็นหนึ่ง แต่อีกประเด็นที่ให้ความสำคัญมากกว่า คือจำนวนวันที่อยู่กับการใช้จ่ายต่อคน ซึ่งหลังจากสถานการณ์โควิด การเดินทางมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นมาก จึงเป็นที่มาที่ไปในการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวด้วยมาตรการต่างๆ และกำลังพิจารณาอีกหลายมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ส่วนเรื่องกลุ่มจีนสีเทาเข้ามาแสวงธุรกิจและมีกระบวนการขอทาน นายเศรษฐากล่าวว่าก็ติดตามอยู่ จีนสีเทาก็มีอยู่มานานแล้วอาจจะไม่เกี่ยวกับเรื่องของวีซ่า-ฟรีหรือเปล่า ก็ต้องบริหารจัดการกันต่อไป ซึ่งเรื่องของคนจีนขอทานก็ไปเช็คดูแล้วว่าเข้ามาก่อน ตรงนี้ก็มีการจัดการไป เราก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายไปตรวจคนเข้าเมือง

ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-20 พ.ย.2566 มีนักท่องเที่ยวจีน 2.98 ล้านคน อัตราการฟื้นตัว 26.75% เมื่อเทียบกับปี 2562 มีการเดินทางเข้าไทยวันละ 9,196 คน เมื่อเทียบกับกว่า 30,000 คนต่อวันในปี 2562 ทั้งนี้ ภายหลังรัฐบาลมีนโยบายยกเว้นการตรวจลงตราหรือวีซ่า-ฟรีเมื่อวันที่ 25 ก.ย.2566 เป็นต้นมาพบว่าจนถึงวันที่ 20 พ.ย. มีทั้งหมด 560,870 คน

โดยนโยบายวีซ่า-ฟรี ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น โดยระหว่างวันที่ 25 ก.ย.-3 ต.ค. มีการเดินทางเข้าไทย 135,251 คน เฉลี่ยวันละ 15,028 คน สูงสุดวันละ 18,040 คน เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2566 ต่อมาเมื่อวันที่ 3 ต.ค. เกิดเหตุการณ์กราดยิงที่ห้างสรรพสินค้าใจกลางกรุงเทพฯ ส่งผลทำให้นักท่องเที่ยวจีนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เห็นได้ว่าตั้งแต่วันที่ 4 ต.ค.-20 พ.ย.2566 เดินทางเข้าไทย 425,619 คน เฉลี่ยวันละ 9,253 คน ต่ำสุดวันละ 7,837 คน เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยตัวเลขต่างๆ แสดงให้เห็นว่า จีนยังไม่กลับมา

สำหรับสาเหตุที่นักท่องเที่ยวจีนยังไม่กลับมา เนื่องจากคนจีนเดินทางออกนอกประเทศน้อยลง ไม่ได้มาน้อยเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น โดย 6 เดือนแรกของปี 2566 มีคนจีนเดินทางไปต่างประเทศ 40 ล้านคน ในจำนวนนี้ เดินทางไปมาเก๊าและฮ่องกง 10 ล้านคน คิดเป็น 25% ของชาวจีนที่เดินทางออกต่างประเทศทั้งหมด โดยรูปแบบการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนเปลี่ยนแปลงไป ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้าประเทศไทยในช่วงครึ่งปีแรกปี 2566 เป็นนักท่องเที่ยวเดินทางเอง (เอฟไอที) 86% และนักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์ 14% เท่านั้น

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า สาเหตุที่คนจีนเดินทางออกนอกประเทศน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับระยะที่ผ่านมา เนื่องจาก 1.ภาวะเศรษฐกิจจีนไม่สู้ดีหนัก ชะลอตัว การล้มละลายของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ อัตราการว่างงานสูงขึ้น ประชาชนชะลอการใช้จ่าย ส่งผลทำให้ดีมานด์ในการเดินทางต่างประเทศลดลง 2.รัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น 3.เที่ยวบินยังไม่กลับมา จำนวนที่นั่งของเที่ยวบินขาออกของจีนยังคงต่ำกว่าปี 2562 ประมาณ 50% 4. กระแสข่าวภาพลบอย่างต่อเนื่องในโลกออนไลน์ และภาพยนตร์ อาทิ Lost in the stars และ Bet No More ตอกย้ำภาพลักษณ์ความไม่ปลอดภัยของประเทศไทย

“ข้อมูลเหล่านี้ได้สร้างความเสียหายในวงกว้างต่อภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยของประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวจีน อาทิ เมืองไทยอันตรายมาก คนจีนอาจถูกลักพาตัวจากข้างถนนและคนร้ายจะตัดอวัยวะมนุษย์ไปขาย รวมถึงการปราบปรามอย่างเข้มงวดต่อธุรกิจสีเทาของจีน ทำให้คนจีนรู้สึกไม่มั่นคง กังวลว่าไทยจะต่อต้านคนจีนทั่วไป โดยเน้นย้ำว่า ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวจีนให้ความสำคัญมากที่สุด”

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า สิ่งที่ควรดำเนินการในระยะต่อไป เสนอกลยุทธ์ 3R ได้แก่ 1.Rebound ความพร้อมของเที่ยวบินและความเพียงพอของจำนวนที่นั่ง เพิ่มจำนวนที่นั่ง โดยเจรจากับจีนให้อนุญาตเพิ่มเที่ยวบินให้สายการบินสัญชาติไทยได้สล็อตเพิ่มขึ้นตามที่ต้องการ อย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกับสายการบินสัญชาติจีน เพื่อเพิ่ม Rebound Rate และจะไม่ทำให้ราคาตั๋วเครื่องบินปรับตัวสูงขึ้นตามดีมานด์ในภาวะที่เศรษฐกิจจีนถดถอย 2.Rebalance เตรียมความพร้อมด้านซัพพลายไซด์ของประเทศไทย โดยความร่วมมือของผู้ประกอบการในประเทศ ให้บริการนักท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพ ร่วมกันแก้ปัญหาการหลอกลวงนักท่องเที่ยว และป้องกันไม่ให้ราคาปรับสูงขึ้นจนเป็นการเอาเปรียบนักท่องเที่ยวต่างชาติ 3.Rebrand ทุกภาคส่วนช่วยกันสร้างความเชื่อมั่นในการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวจีน มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์เชิงรุกในทุกช่องทางที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม.

อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ