กกร.หนุน แจก"เงินดิจิทัล"ผ่านแอปเป๋าตัง ลดต้นทุน พร้อมขอให้รัฐบาลโอนเงินให้ประชาชนก่อนสงกรานต์

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

กกร.หนุน แจก"เงินดิจิทัล"ผ่านแอปเป๋าตัง ลดต้นทุน พร้อมขอให้รัฐบาลโอนเงินให้ประชาชนก่อนสงกรานต์

Date Time: 1 พ.ย. 2566 14:07 น.

Video

ถอดโมเดล SpaceX เบื้องหลังเกมการเงิน Elon Musk เดิมพันใหญ่กว่าที่คิด | Digital Frontiers EP.53

Summary

กกร. มอง แจก “เงินดิจิทัล” ก.ย. ปี 2567 ช้าไป ไม่ทันความเสี่ยงเศรษฐกิจ แนะรัฐบาล เร่งคัดกรองกลุ่มคนได้สิทธิ ใช้ “แอปเป๋าตัง” ของกรุงไทย เป็นระบบ เพื่อลดต้นทุน และระยะเวลา ระบุ หากโอนเงินใส่มือประชาชนได้ทันก่อน “ช่วงสงกรานต์” จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อได้ดี พร้อมเสนอ ให้จำกัดการใช้จ่ายเงินดิจิทัล แค่กลุ่ม สินค้า Made in Thailand เชื่อ จะทำให้รอบของเงินหมุนได้เยอะขึ้น

Latest


แม้ภาคเอกชน โดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร.จะเห็นด้วย ให้รัฐบาล เดินหน้า โครงการดิจิทัลวอลเล็ต หรือ การแจก “เงินดิจิทัล 10,000 บาท” ให้กับประชาชน เพื่อช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ และสร้างพายุหมุนทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ 

แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากรัฐบาล ยังไม่สามารถหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้ว่า ยังจะแจกเงินดิจิทัล ให้กับคนไทย 56 ล้านคน ที่มีอายุ 16 ปีขี้นไป คนละ 10,000 บาท ด้วยงบประมาณ 5.6 แสนล้านบาท ตามที่หาเสียงไว้ หรือ จะคัดกรองสิทธิ์คนได้รับ ตามที่หลายๆ ฝ่ายเสนอเข้ามา เพื่อเป็นการประหยัดงบประมาณ และพุ่งเป้ากลุ่มเป้าหมาย ให้แม่นยำมากขึ้น 

ขณะเดียวกัน ยังมีข้อสับสนออกมา เกี่ยวกับไทม์ไลน์การแจกเงินดิจิทัล รวมถึง ระบบกลาง ที่จะใช้ดำเนินการอีก จากกรณี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี “พิชัย ชุณหวชิร” ออกมาระบุว่า โครงการนี้อาจถูกเลื่อนจากเดือน เม.ย.2567 ไปเป็นเดือน ก.ย.2567 แทน เนื่องจากติดปัญหาเรื่องงบประมาณล่าช้า และเชื่อว่า 90% รัฐบาล น่าจะกลับไปใช้แอปเป๋าตัง เป็นระบบกลางในการโอนเงินแทน ระบบบล็อกเชน หรือซุปเปอร์แอป ที่รัฐบาลเคยให้ข่าวไว้ 

กกร.หนุนรัฐบาลใช้ แอปเป๋าตัง แจกเงินดิจิทัล 

ล่าสุด ที่ประชุม กกร. โดย “สนั่น อังอุบลกุล” แสดงความเห็นว่า กกร.ยัง เห็นด้วยกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “กระเป๋าเงินดิจิทัล” ของรัฐบาล เพราะเชื่อว่า จะช่วยประคับประคองกำลังซื้อภายในประเทศได้ 

เพียงแต่ ยังยืนว่า เพื่อให้โครงการดังกล่าว เกิดประโยชน์สูงสุด และลดความเสี่ยงในระยะหน้า จากงบประมาณมหาศาล รัฐบาลจึงควรกำหนดกลุ่มเป้าหมาย หรือคัดกรองคนที่ควรจะได้รับเงิน “ดิจิทัล” ตามที่ กกร.เคยเสนอแนะไปก่อนหน้า ว่า ให้แจกเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ต้องการความช่วยเหลือทางการเงินเท่านั้น ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นตรงเป้า และเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจอย่างแท้จริง 

ขณะเดียวกัน กกร.ยังขอสนับสนุนให้รัฐบาล ใช้ระบบของ แอปเป๋าตัง ธนาคารกรุงไทย ที่เคยมีการใช้งานได้ดี เป็นระบบกลางที่มีเสถียรภาพ ปลอดภัย และประชาชนมีความคุ้นชินอยู่แล้ว มีฐานข้อมูลของประชาชนครบถ้วน ไปดำเนินการต่อยอด แทน การสร้างระบบบล็อกเชน หรือระบบใหม่ๆ เพื่อไม่ให้เป็นการลงทุนซ้ำซ้อน รวมทั้งช่วยประหยัดระยะเวลา 

เนื่องจาก ไม่เห็นด้วย กับไทม์ไลน์ การแจกเงินดิจิทัล ที่มีข่าวว่า จะเลื่อนออกไปถึงเดือน ก.ย.ปี 2567 แทน เพราะ การกระตุ้นเศรษฐกิจ ต้องดูจังหวะของเวลา และ ความเหมาะสมหลายๆ ส่วนร่วมด้วย 

เอกชน แนะรัฐบาลโอน “เงินดิจิทัล” ก่อนสงกรานต์ปี 2567

โดยเห็นว่า หากรัฐบาล สามารถที่จะโอนเงินดิจิทัล ให้กับประชาชน ได้ทันก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะเกิดผลดีกับระบบเศรษฐกิจมากกว่า เพื่อให้ประชาชนนำเงินดังกล่าว มาใช้จ่ายในเทศกาลสำคัญๆ ที่มีบทบาทต่อเศรษฐกิจไทย 

ทั้งนี้ กกร.ยังเห็นสมควร ให้ส่งเสริม ให้นำเงินดังกล่าว มาซื้อสินค้าที่มีการผลิตในประเทศ หรือ Made in Thailand เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนและต่อเนื่องให้กับกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง อีกทั้ง จะเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตและศักยภาพของประเทศ พร้อมทั้งสอดประสานกับนโยบายเศรษฐกิจอื่นๆ ให้เกิดความต่อเนื่อง และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจไทยได้ 

เช่นเดียวกับ ความเห็นของ “เกรียงไกร เธียรนุกุล” ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ที่ระบุว่า นอกจาก ขณะนี้ รัฐบาลเดินหน้า ออกมาตรการลดค่าครองชีพให้ประชาชน ได้อย่างดีแล้ว ทั้งการลดค่าไฟ ค่าพลังงาน และค่าน้ำมัน ซึ่งช่วยแบ่งเบาความเดือดร้อนของประชาชนได้ดีแล้ว และช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ 

ภายใต้ความเสี่ยงของสงครามอิสราเอล ที่มีโอกาสรุนแรงขึ้น กระทบต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก และกระแทกมายังเศรษฐกิจไทยนั้น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างนโยบายเงินดิจิทัล ก็เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ 

เพียงแต่ อยากเร่งรัดให้รัฐบาล สรุปรายละเอียดต่างๆ เพื่อให้ทันออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ โดยให้ใช้แพลตฟอร์มเก่า แอปเป๋าตัง ที่มี ให้เป็นประโยชน์ เพื่อไม่ต้องลงทุนใหม่ ขณะเดียวกัน การกำหนดพื้นที่ และกำหนดสินค้า ให้ใช้จ่ายได้ลงในแอปอย่างตรงจุด ชัดเจน ก็จะทำให้ การหมุนของเงิน หมุนได้ถี่และหลายรอบมากขึ้น ควบคู่กับ การออกมาตรการลดค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน เพื่อให้เศรษฐกิจไทย เติบโตได้อย่างยั่งยืน 

ขณะในส่วนของนโยบายการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ กกร. เห็นว่าเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ ที่ชะลอตัว ประกอบกับต้นทุนการผลิตที่อยู่ในระดับสูง และผู้ประกอบการยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว จึงควรพิจารณาปรับค่าจ้างขั้นต่ำให้สอดคล้องตามสภาพเศรษฐกิจในแต่ละพื้นที่ โดยใช้กลไกของคณะกรรมการค่าจ้างไตรภาคีของแต่ละจังหวัดเป็นหลัก รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานตามทักษะ (Pay by Skill) เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับแรงงานควบคู่ไปกับประสิทธิภาพแรงงาน (Productivity) 


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ