
ท่ามกลางความคาดหวังต่อ “รัฐบาลใหม่” ภายใต้การนำรัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ที่เข้ามาพร้อมกับนโยบายที่จะต้องเร่งฟื้นเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกันก็ยังต้องยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะ “ระบบขนส่งสาธารณะทางราง” ที่ถือเป็นหนึ่งในความหวังสำคัญของคนเมือง โดยเฉพาะเครือข่ายรถไฟฟ้าที่ถูกวางให้เป็นหัวใจในการแก้ปัญหาจราจรและลดต้นทุนการเดินทางในระยะยาว
ที่ปัจจุบันระบบโครงข่ายทางรางที่มีให้บริการในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ตามแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (Mass Rapid Transit Master Plan in Bangkok Metropolitan Region : M-Map) ซึ่งกำหนดแผนการพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนสายหลักและสายรอง ในระยะ 20 ปี (พ.ศ.2553-2572) ที่ปัจจุบันมีให้บริการรวมกว่า 9 สี 14 เส้นทาง ประกอบด้วย สายสีเขียวอ่อน 55.80 กม., สายสีเขียวเข้ม 14 กม., สายสีน้ำเงิน 47 กม., สายสีม่วง 23 กม., แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ 28.70 กม., สายสีชมพู 37.50 กม., สายสีเหลือง 30.40 กม., สายสีแดง 41.56 กม. และสายสีทอง 1.88 กม. ระยะทางรวมกว่า 279.84 กม.
แถมยังมีเส้นทางที่กำลังก่อสร้างอีก 3 เส้นทาง ประกอบด้วย รถไฟฟ้าสายสีส้ม ตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี ที่มีกำหนดเปิดในปี 71 และรถไฟฟ้าสายสีส้ม ตะวันตก ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ-บางขุนนนท์ ที่กำหนดเปิดบริการปี 73 และสีรถไฟฟ้าสายม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ที่กำหนดเปิดบริการปี 73
ถามว่าครอบคลุมการเดินทางของประชาชนหรือไม่นั้น ต้องบอกว่าเส้นทางที่ให้บริการอยู่ทำให้การเดินทางของประชาชนสะดวกขึ้นอย่างมากแต่ก็ยังขาดในช่วงของการเชื่อมต่อระหว่างสายทาง ซึ่งตรงนี้กระทรวงคมนาคมที่มี “นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม มีโจทย์สำคัญที่จะต้องเร่งแก้ไขที่จะให้การเชื่อมต่อการเดินทางไร้รอยต่อให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระหว่างรถไฟฟ้ากันเอง หรือการเชื่อมต่อจากรถไฟฟ้าไปยังระบบขนส่งมวลชนโหมดอื่นๆ
แต่การขยายเครือข่ายระบบราง โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้านั้น ก็ต้องยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องเผชิญในระยะสั้นคือ ผลกระทบจากการก่อสร้าง ทั้งการปิดเส้นทางและปัญหาการจราจร แต่ในอีกด้านหนึ่ง นี่คือสัญญาณของการ “ลงมือทำ” ที่เริ่มเป็นรูปธรรม ภายใต้แผนพัฒนาโครงข่ายระบบรางระยะยาวของประเทศ
ซึ่งนอกจากรถไฟฟ้าที่ให้บริการอยู่ 9 สี 14 เส้นทางแล้วนั้น ภาพที่จะเริ่มจะปรากฏชัดและเริ่มที่จะเป็นความหวังของประชาชนที่ฝันว่าจะมีรถไฟฟ้าขยายขอบข่ายพื้นที่ให้บริการเพิ่มขึ้นอีก
ได้เริ่มขึ้นแล้ว เมื่อกระทรวงคมนาคมได้รับโอนโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายใหม่จำนวน 3 สายทาง มาจาก กรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งทั้ง 3 สายทาง ประกอบด้วย โครงการรถไฟฟ้า สายสีเทา ระยะที่ 1 ช่วงวัชรพล–ทองหล่อ, สายสีเงิน ช่วงบางนา–สุวรรณภูมิ และ สายสีฟ้า ช่วงดินแดง–สาทร
ดังนั้นทาง “ทีมเศรษฐกิจ” จึงขอมาอัปเดตสถานะทั้ง 3 โครงการ ว่าตอนนี้มีที่มาที่ไป และอยู่ในขั้นตอนตรงไหนบ้าง ล่าสุดทั้ง 3 โครงการ ทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติ ครม.ไปเมื่อวันที่ 10 ก.พ.69 รับทราบมติ คจร. ครั้งที่ 1/2567 เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.67 เห็นชอบให้มีการโอนภารกิจโครงการรถไฟฟ้าลงทุนใหม่ในความรับผิดชอบของ กทม. คือ รถไฟฟ้าสายสีเทา รถไฟฟ้าสายสีเงิน และรถไฟฟ้าสายสีฟ้า ให้แก่กระทรวงคมนาคม ภายใต้ความรับผิดชอบของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)
โดยล่าสุด รฟม.อยู่ระหว่างการจ้างที่ปรึกษาทบทวนรายละเอียดความเหมาะสมของทั้ง 3 โครงการ ส่วนแผนดำเนินการนั้นคาดว่าน่าจะเริ่มศึกษาออกแบบได้ในเดือน ส.ค.69 หลังจากนั้นขั้นตอนกระทรวงคมนาคมน่าจะเสนอ ครม.อนุมัติประมาณปี 71 และประมูลก่อสร้าง โดยคาดว่าน่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 76-77
ทีนี้ก็มาดูกันต่อว่าทั้ง 3 เส้นทาง มีทิศทางไปทางไหนของ กทม.กันบ้าง จะใกล้บ้านเราเส้นไหน มาดูกัน เริ่มกันที่ รถไฟฟ้าสายสีเทา ระยะที่ 1 ช่วงวัชรพล–ทองหล่อ ระยะทาง 16.30 กม.จะมีทั้งสิ้น 15 สถานี เป็นประเภทรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail)
ส่วนแนวเส้นทางจะเริ่มต้นจากบริเวณแยกต่างระดับรามอินทรา ถนนประดิษฐ์มนูธรรม (ฝั่งขาเข้า) จากนั้นข้ามทางพิเศษฉลองรัช แล้วเลี้ยวซ้ายเพื่อวิ่งบนทางเท้า (ฝั่งขาออก) ของทางพิเศษฉลองรัช (ทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา) มุ่งหน้าตามถนนประดิษฐ์มนูธรรม ตรงไปข้ามถนนพระราม 9 และทางพิเศษศรีรัช ที่แยกพระราม 9- ประดิษฐ์มนูธรรม จากนั้นยกข้ามรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Airport Rail Link) แล้วเลี้ยวขวาที่แยกเอกมัยเหนือสู่แนวเกาะกลางถนนเพชรบุรี จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่แนวเกาะกลางถนนทองหล่อตลอดสาย สิ้นสุดโครงการบริเวณปากซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ)
มาต่อกันที่ รถไฟฟ้าสายสีเงิน ช่วงบางนา-สุวรรณภูมิ ระยะทาง 19.70 กม. มี 14 สถานี แบ่งเป็นระยะที่ 1 ช่วงบางนา-ธนาซิตี้ ระยะทาง 14.6 กม. 12 สถานี และระยะที่ 2 ช่วงธนาซิตี้-สุวรรณภูมิใต้ ระยะทาง 5.1 กม. มี 2 สถานี ซึ่งรถไฟจะเป็นรถไฟฟ้ารางคู่ขนาดเบา (Light Rail Transit) โดยแนวเส้นทางเริ่มจากแยกบางนา ตามแนวถนนบางนา-ตราด (ทางหลวงหมายเลข 34) ฝั่งขาออก จนถึงแยกตัดทางหลวงหมายเลข 370 (ถนนเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทางด้านทิศใต้) เลี้ยวซ้าย ไปจนถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทางฝั่งทิศใต้
ขณะที่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีฟ้า ช่วงดินแดง-สาทร ระยะทาง 9.5 กม. มี 9 สถานี เป็นรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) ส่วนแนวเส้นทางจะเป็นเส้นทางตามแนวถนนประชาสงเคราะห์ ถนนเพชรบุรี ถนนวิทยุ และถนนสาทร เชื่อมต่อพื้นที่ย่านดินแดง ย่านธุรกิจสำคัญบริเวณถนนสาทรเข้าสู่ศูนย์คมนาคมมักกะสัน
ซึ่งทั้ง 3 โครงการเราก็มาลุ้นกันว่ารัฐบาลจะเดินหน้าต่อ เมื่อไหร่อย่างไร ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ย่ำแย่ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า “จะมีรถไฟฟ้าสายใหม่หรือไม่” แต่คือ “รัฐบาลจะเร่งให้เกิดผลลัพธ์ได้เร็วแค่ไหน” และ “ประชาชนจะได้ประโยชน์จริงเมื่อใด” เพราะความหวังของระบบรางไทยในวันนี้ กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากแผนบนกระดาษ สู่การก่อสร้างที่จับต้องได้จริง.
ทีมเศรษฐกิจ
อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่