
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้จัดงาน Thailand CEO ECONMASS Awards 2023 และมีการสัมมนา “เร่งเครื่องยนต์เศรษฐกิจ ลดค่าครองชีพประชาชน” โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ-เอกชนร่วมเดินหน้าประเทศไทย ภายใต้ “ทีมไทยแลนด์”
นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า งานหลักของกระทรวง คือ ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ให้ประชาชนซึ่งในเรื่องการส่งออก 10 เดือน ปี 66 ติดลบ 3.8% โดยเดือนล่าสุด ก.ย.66 เป็นบวก 2.1% ถือเป็นสัญญาณดีที่การส่งออกกลับมาบวก 2 เดือนติดต่อกัน โดยเป็นบวกจากยอดส่งออกกลุ่มรถยนต์ ขณะที่สินค้าเกษตรที่ส่งออกเพิ่มขึ้นสะท้อนรายได้ถึงรากหญ้า ขณะที่ในช่วงที่เหลือของปีจะเร่งผลักดันเต็มที่ให้ส่งออกติดลบน้อยที่สุด โดยเน้นย้ำกับภาคเอกชนต้องจับมือเดินไปด้วยกัน โดยในเดือน พ.ย.นี้จะเชิญทูตพาณิชย์ทั่วโลกกลับมาประชุมหารือถึงแผนสนับสนุนการค้าของไทย รวมถึงผลักดันเขตการค้าเสรี (FTA) ซึ่งมีผลบังคับใช้ 18 ประเทศ อยู่ระหว่างเจรจา 12 ฉบับ และมีแผนเจรจาประเทศอื่นๆเพิ่มเติม โดยต้องเจรจาทำให้จบเร็วที่สุด เพราะถ้าช้าจะเสียโอกาส
ด้านนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมไทยจะเดินแบบเดิมไม่ได้ ต้องเป็นเศรษฐกิจก้าวหน้ายั่งยืน โดยในอนาคตการทำธุรกิจอุตสาหกรรมต้องออกเป็นการค้าและบริการมากขึ้น ขับเคลื่อน 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย อุตสาหกรรมกึ่งบริการ รวมถึงอุตสาหกรรมซอฟต์เพาเวอร์มาช่วยให้อุตสาหกรรมเศรษฐกิจแข็งแรง เช่น อาหารไทยมีความละเอียดอ่อน มีมาตรฐาน ทำให้เกิดซอฟต์เพาเวอร์ได้ “อุตสาหกรรมต้องอยู่ได้ดีกับชุมชนโดยรอบ จะดูแค่มาตรฐานสินค้าเพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีกฎกติกาอื่นๆร่วมด้วย เช่น เกี่ยวกับคาร์บอน พืชไร่ต้องไม่เผา ไม่กระทบกับพีเอ็ม 2.5 และการกระจายรายได้ต้องอยู่รอบชุมชนรอบโรงงาน
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า งานของคมนาคมไม่ได้เพียงแต่จัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นเท่านั้น แต่ดูแลระบบคมนาคมต่างๆ เช่น ลดราคาค่ารถไฟฟ้า 20 บาทตลอด ในสายสีแดงและสีม่วง ส่วนสายสีเขียว สายสีน้ำเงิน และสายสีเหลืองจะต้องมาหารือกันต่อ และอาจหารือการดำเนินการร่วมกับตั๋วใบเดียว ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเสร็จโดยเร็ว ส่วนรถเมล์ไฟฟ้า รถเมล์อีวีได้ให้ใบอนุญาตแล้วกว่า 2,000 คัน และอีกใน 3 ปีจะมีมากถึง 6,000 คันรอบกรุงเทพฯ และจะต่อยอดไปรถแท็กซี่ไฟฟ้าด้วย ส่วนรถไฟจะขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าจากทางเดี่ยวเป็นรถไฟทางคู่ และเร่งเชื่อมรถไฟสายกรุงเทพฯไปนครราชสีมา เป็นโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน
ขณะที่นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรืออีอีซี กล่าวว่า อีอีซีมีหน้าที่ดึงเม็ดเงินลงทุนเข้ามาในประเทศ ซึ่งตนทำหน้าที่เป็นเซลส์แมนเพื่อนำประเทศไทยขายดึงการลงทุน ขณะที่โจทย์คือต้องให้ไปถึงเชิงสังคมและประชาชน นำเงินลงทุนลงไปในพื้นที่ชุมชน โดยดูแลอุตสาหกรรมเป้าหมาย 12 อุตสาหกรรม มี 5 อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ จับเป็นเทรนด์ใหม่ เหมือนมีฉลามเข้ามา คนในชุมชนต้องเป็นเหาไปเกาะได้ โดยประชาชนต้องจับการเชื่อมโยงไปพื้นที่ได้
ท้ายที่สุดความเห็นจากภาคเอกชน นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า เชื่อว่าเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) จะเติบโตได้ 5% ตามที่รัฐบาลตั้งเป้า มองว่ามีความเป็นไปได้เห็นจากการทำงานรัฐบาลชุดนี้ จากเดินทางไปต่างประเทศ ร่วมกับนายกรัฐมนตรี ที่เป็นเซลส์แมนที่มีความมุ่งมั่น และได้พาภาคเอกชนไปพบซีอีโอบริษัทยักษ์ใหญ่ พานักธุรกิจไปเจรจาธุรกิจ ทั้งนี้ ในส่วนหอการค้าพยายามผลักดันเจรจาเอฟทีเอของอียู และยูเออี ให้ได้ข้อสรุป ขณะที่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ เป็นสิ่งสำคัญ จึงต้องเร่งแก้ไขกฎระเบียบเอื้อให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนย้ายฐานการผลิตเข้ามาในไทย พร้อมกับอยากให้รัฐบาลส่งเสริมเอกชนไปลงทุนต่างประเทศด้วย
“ส่วนเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต หอการค้าเสนอรัฐบาล เพราะมองว่ามีระบบอยู่แล้วอย่างแอปเป๋าตังมีแพลตฟอร์มของเอกชน น่าจะใช้ส่วนนี้เป็นประโยชน์ได้ ไม่ต้องรอและไม่ต้องลงทุน เพราะจะเสียเวลา” นายสนั่นกล่าว.
อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่