บอร์ดเล็ก ดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ชงตัดสิทธิ์คนมีรายได้เกิน 25,000 บาท/เดือน ไม่กู้ออมสิน

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

    บอร์ดเล็ก ดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ชงตัดสิทธิ์คนมีรายได้เกิน 25,000 บาท/เดือน ไม่กู้ออมสิน

    Date Time: 25 ต.ค. 2566 21:06 น.

    Video

    Broadcom ทำธุรกิจแบบไหน? ถึงกลายเป็น “ผู้ควบคุมนวัตกรรม” แห่งยุค AI | Digital Frontiers EP.49

    Summary

    จุลพันธ์ ประธานประชุมอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงิน 1 หมื่นบาท ดิจิทัลวอลเล็ต ได้ข้อสรุป 3 แนวทาง ชงคณะกรรมการชุดใหญ่สัปดาห์หน้า ชงรัศมีใช้จ่ายเป็นเขต "อำเภอ" ตัดคนรวย คนมีรายได้เกิน 25,000 บาทต่อเดือน ให้กรุงไทยพัฒนาระบบ แต่ไม่ใช้แอปฯ เป๋าตัง ตัดทางเลือกแหล่งเงินกู้ออมสิน ยอมรับติดขัดข้อกฎหมาย

    Latest


    จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต เปิดเผยว่า วันนี้ (25 ต.ค.) อนุกรรมการประชุม และมีประเด็นที่เห็นตรงกัน และเห็นต่าง ซึ่งจะเสนอไปให้คณะกรรมการชุดใหญ่พิจารณา 

    โดยจะสรุปและส่งเรื่องไปในสัปดาห์หน้า โดยสิ่งที่อนุกรรมการเห็นพ้องกันคือ จะเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่รัศมีการใช้จ่ายจะขยับเป็น “อำเภอ” อย่างไรก็ตาม ประเด็นเหล่านี้ขึ้นกับคณะกรรมการชุดใหญ่ตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง

    รมช.คลัง กล่าวว่า การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย คณะอนุกรรมการฯ เห็นตรงกันว่าจะตัดคนรวยออก จากเดิม 56 ล้านคน เพียงแต่จะกำหนดวัดความรวยที่ระดับใดนั้น จะเป็น Option ให้คณะกรรมการชุดใหญ่ตัดสินใจ จาก 3 แนวทาง คือ

    1. ตัดคนมีรายได้เกิน 5 หมื่นบาทต่อเดือน มีเงินในบัญชีมากกว่า 5 แสนบาท ซึ่งจะเหลือผู้เข้าเกณฑ์ 49 ล้านคน ใช้งบประมาณ 4.9 แสนล้านบาท
    2. ตัดคนที่มีรายได้เกิน 2.5 หมื่นบาทต่อเดือน มีเงินในบัญชีมากกว่า 1 แสนบาทออก ซึ่งจะเหลือผู้ที่เข้าเกณฑ์ 43 ล้านคน ใช้งบประมาณ 4.3 แสนล้านบาท
    3. ให้เฉพาะกลุ่มเปราะบาง คือผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐราว 15-16 ล้านคน ใช้งบประมาณ 1.5-1.6 แสนล้านบาท แต่ทางเลือกนี้จะไม่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ

    สำหรับการพัฒนาระบบ จะให้ธนาคารกรุงไทยที่มีประสบการณ์ เป็นผู้ดำเนินการ แต่จะเป็นแอปพลิเคชันใหม่ ไม่ใช่แอปเป๋าตัง และยืนยันว่าไม่ใช้งบฯ พัฒนาระบบถึง 1.2 หมื่นล้านบาทแน่นอน 

    ส่วนประเด็นเรื่องแหล่งเงินที่เป็นเรื่องสำคัญ มีหลายแนวทาง แต่จะเสนอใช้งบประมาณเป็นหลัก โดยจะใช้ปีละราว 1 แสนล้านบาท และตั้งงบฯ ผูกพันข้ามปี เช่น หากใช้งบประมาณทั้งหมด 4 แสนล้านบาท ก็จะตั้งงบฯ ผูกพันไป 4 ปี ซึ่งต้องมีการกำหนดเงื่อนไขในการ Cash Out หรือขึ้นเงินจากระบบอีกที

    “เรื่องแหล่งเงินจะเสนอไปเป็น Option ซึ่งมีข้อเสนอทั้งใช้งบประมาณ ทั้งเงินกู้ กลไกอื่นๆ อย่างมาตรการกึ่งการคลัง ก็คือเสนอหลายรูปแบบ อย่างไรก็ดี การใช้กลไกตามมาตรา 28 ที่จะใช้เงินธนาคารออมสิน มีข้อติดขัดทางกฎหมาย จึงจะไม่ใช้แนวทางนี้” จุลพันธ์ กล่าว

    รมช.คลัง ยอมรับ หากคณะกรรมการชุดใหญ่เลือกการใช้งบประมาณ ซึ่งต้องใช้งบฯ ปี 2567 ก็ยอมรับว่า โครงการจะต้องล่าช้าออกไป จนกว่างบประมาณจะบังคับใช้ คือราวเดือน เม.ย.-พ.ค. 2567 ซึ่งอาจไม่ทันสงกรานต์

    อย่างไรก็ตาม เรื่องเงื่อนไขการใช้จ่ายเงินยังคงเดิม คนได้รับสิทธิ์รายแรกใช้จ่ายภายใน 6 เดือน ส่วนร้านค้าสามารถทยอยขึ้นเงินภายใน 4 ปี โดยร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการต้องเป็นร้านค้าที่ขึ้นทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีบุคคลธรรมดา ซึ่งเงื่อนไขการจ่ายเงินนั้น ต้องหารือกับร้านค้าที่จะต้องชะลอการเบิกจ่ายตามเงินงบประมาณประจำปี


    Author

    กองบรรณาธิการ

    กองบรรณาธิการ