“เอลนีโญ” ส่อทุบรายได้ภาคเกษตร เหลือ 8.4 แสนล้าน อุตสาหกรรมปุ๋ยอ่วม โลกร้อน คุกคามธุรกิจรุนแรง

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

    “เอลนีโญ” ส่อทุบรายได้ภาคเกษตร เหลือ 8.4 แสนล้าน อุตสาหกรรมปุ๋ยอ่วม โลกร้อน คุกคามธุรกิจรุนแรง

    Date Time: 20 ต.ค. 2566 14:11 น.

    Video

    Broadcom ทำธุรกิจแบบไหน? ถึงกลายเป็น “ผู้ควบคุมนวัตกรรม” แห่งยุค AI | Digital Frontiers EP.49

    Summary

    สถานการณ์ “เอลนีโญ” ส่อเค้าคุกคามธุรกิจมากกว่าที่คิด finbiz by ttb เผย ปีหน้า ฝนตกน้อย-น้ำแล้ง อาจเสียความเสียหายรายได้เกษตรหลัก หดตัวเหลือ 8.4 แสนล้าน ขณะ อุตสาหกรรมปุ๋ย กระทบรุนแรง ภาคการผลิต ท่องเที่ยว ความมั่นคง ลุกลามทางอ้อม ปลุก รัฐ-เอกชนช่วยลดโลกร้อน พบแนวโน้มหุ้นกู้สีเขียว โตแรงในช่วงวิกฤติ

    Latest


    เมื่อเร็วๆ นี้ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ออกมาเผยว่า ช่วง เดือน พ.ย.ที่จะถึงนี้ ลากไปจนถึงเดือน ม.ค. ปี 2567 ประเทศไทยจะมีปริมาณฝนตกน้อยกว่าปกติ 14% ส่วนปริมาณน้ำทั้งประเทศ ยังคงอยู่ในระดับที่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา ถึง 11,481 ล้านลูกบาศก์เมตร

    นับเป็นสัญญาณร้าย สำหรับประเทศเกษตรกรรมอย่างประเทศไทย โดยเป็นที่ทราบกันดีว่า ปีนี้เป็นปีที่มีปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” ซึ่งจะทำให้สภาพอากาศแปรปรวนไป 3-5 ปี โดยข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า จะเริ่มตั้งแต่ปีนี้ ถึงปี 2571 ประเทศไทยซึ่งอยู่ในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องพบเจอกับความแห้งแล้งตั้งแต่ปีนี้เช่นกัน ซึ่งนอกจากจะกระทบกับภาคเกษตรกรรมโดยตรงแล้ว 

    ฝนตกน้อย-ภัยแล้ง ส่งทุบรายได้เกษตรหลัก เหลือ 8.4 แสนล้าน

    ล่าสุด finbiz by ttb  ออกรายงานว่า นอกจากผลกระทบในภาคการเกษตรแล้ว เอลนีโญ ยังมีผลลุกลามไปด้านอื่น ๆ จนไปถึงภาคธุรกิจด้วย ดังนี้ 

    1. เกษตรกรรม ข้อมูลจากศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี คาดว่าปีนี้รายได้เกษตรกรกลุ่ม 5 พืชเศรษฐกิจ ได้แก่ ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา และปาล์มน้ำมัน มีแนวโน้มปรับลดลงเหลือ 8.4 แสนล้านบาท ลดลง 3.9% หรือราว 3.4 หมื่นล้านบาท จากปริมาณน้ำฝนที่ต่ำลง แม้ปัจจุบันยังมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำที่สามารถใช้ในการเกษตรได้อยู่ แต่ผลกระทบจะเห็นได้ชัดขึ้นในปี 2567
    2. แรงงาน เมื่อพิจารณาถึงความสำคัญเชิงระบบของภาคเศรษฐกิจไทย พบว่า ภาคเกษตรเป็นแหล่งสร้างงานให้กับคนไทยเกือบ 13 ล้านคน หรือ คิดเป็นสัดส่วน 32.2% ของจำนวนแรงงานทั่วประเทศ จึงได้รับผลกระทบต่อเนื่องมาจากภาคเกษตร
    3. การกระจายรายได้ เมื่อรายได้กระทบต่อแรงงานภาคเกษตร ถือเป็นส่วนสำคัญที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ เพราะรายได้แรงงานภาคเกษตร เป็นกลไกสำคัญในการจับจ่ายใช้สอยของภาคครัวเรือน ที่ไม่ได้มีการกระจุกตัวเหมือนกลุ่มแรงงานภาคอุตสาหกรรม
    4. อุตสาหกรรมปุ๋ย และเคมีทางการเกษตร ในปี 2567 รายได้อาจหดตัว 24-28% เหลือ 1.92-2.04 แสนล้านบาท โดยได้รับผลกระทบทางอ้อมที่ค่อนข้างรุนแรง ทั้งในด้านราคาและปริมาณ
    5. อุตสาหกรรมการผลิต การขาดแคลนน้ำมีแนวโน้มที่จะพัฒนาเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมการผลิตโดยตรง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ต้องใช้น้ำในปริมาณมาก เช่น อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมกระดาษและเยื่อกระดาษ อุตสาหกรรมแปรรูปทางการเกษตร เช่น แป้งมันสำปะหลัง อาจมีช่วงเวลาที่ทำให้ธุรกิจต้องหยุดชะงัก
    6. การท่องเที่ยว ความแปรปรวนของอากาศอาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในหลายพื้นที่ เช่น ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นักท่องเที่ยวไม่สะดวกเดินทางมาท่องเที่ยว เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ ส่งผลต่อรายได้ของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
    7. ความมั่นคง หากปล่อยให้ภัยแล้งลุกลามไปถึงจุดวิกฤติ อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เช่น ความขัดแย้งระหว่างประชาชนและหน่วยงานของรัฐ ในกรณีที่รัฐบาลไม่สามารถจัดหาน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ส่งผลต่อเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศ

     

    เอลนีโญ ดันหุ้นกู้สีเขียว โตพุ่ง! 

    จากผลกระทบดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า “เอลนีโญ” ไม่ใช่แค่ปัญหาความแห้งแล้งที่จะกระทบต่อภาคการเกษตรเท่านั้น แต่กระทบไปทุกภาคส่วน ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ จึงต้องให้ความสำคัญกับความยั่งยืนของโลก เพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน และพร้อมรับมือกับปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น 

    ทั้งนี้ ttb มองว่า การมีแหล่งเงินทุน เป็นแรงหนุนที่สำคัญ เพื่อการดำเนินงานด้านความยั่งยืน โดย ปัจจุบันมีแหล่งเงินทุนหลากหลายรูปแบบที่จะช่วยสนับสนุนภาคธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อม ทั้งสินเชื่อสีเขียว สินเชื่อสีฟ้า สินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน และหุ้นกู้เพื่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนทางทะเลโดยปัจจุบันผู้ประกอบการเริ่มเห็นความสำคัญในการลงทุนเพื่อความยั่งยืน ทำให้มูลค่าสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม ในช่วง 2 ปีนี้ เติบโตอย่างมาก โดยเฉพาะหุ้นกู้เพื่อสิ่งแวดล้อม หรือที่เรียกกันว่าหุ้นกู้สีเขียว (Green Bond) เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น โดยในปี 2565 ประเทศไทยมีการออกหุ้นกู้เพื่อสิ่งแวดล้อม มูลค่ารวมกว่า 1.8 แสนล้านบาท

     

    จากปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” และผลกระทบดังกล่าว คงจะเป็นสิ่งที่เตือนให้ภาคธุรกิจได้เร่งมือดูแลสิ่งแวดล้อม และช่วยกันลดภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) จะบรรเทาลงได้เมื่อทุกฝ่ายร่วมมือกันตั้งแต่วันนี้


    Author

    กองบรรณาธิการ

    กองบรรณาธิการ