
“เศรษฐา” ประกาศกลางกรุงปักกิ่ง รัฐบาลไทยหวังจะยกเว้นวีซ่าถาวรให้กับชาวจีน หลังได้เริ่มต้นยกเว้นวีซ่าชั่วคราวแล้ว พร้อมขอนายกฯ จีนยกเว้นวีซ่าให้คนไทย ผู้ว่า ททท.เผยนายกฯ เตรียมยกเว้นวีซ่าชั่วคราวให้ชาวไต้หวันและอินเดีย พร้อมยกเว้นการกรอกใบ ตม.6 สำหรับชาวมาเลเซียที่เข้าไทยทางด้านสะเดา
เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้กล่าวในพิธีลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent : LOI) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ 8 พันธมิตรชั้นนำของสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ โรงแรมเคอร์รี่ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า รัฐบาลไทยมุ่งอำนวยความสะดวกการเดินทางให้กับนักท่องเที่ยวจีน ได้มีมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราเพื่อการท่องเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวชาวจีนตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. 2566 ถึงวันที่ 29 ก.พ. 2567 เพื่อช่วยส่งเสริมการเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างประชาชนของสองประเทศ และหวังว่าจะทำให้เกิดการยกเว้นวีซ่าให้ชาวจีนเป็นการถาวรต่อไป โดยไทยจะอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวจีนอย่างเต็มที่ นักท่องเที่ยวทุกคนจะได้รับความปลอดภัยตลอดเวลาที่อยู่ในไทย
ขณะที่ในการหารือกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน นายเศรษฐา ได้กล่าวถึงการตรวจลงตราที่ยกเว้นให้นักท่องเที่ยวจีนชั่วคราว และขอให้ฝ่ายจีนพิจารณายกเว้นให้ชาวไทยเช่นกัน ด้านนายกรัฐมนตรีจีนให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว
ด้าน ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท.กล่าวว่า ได้สอบถามกับท่านนายกฯ บอกว่ามีความเป็นไปได้ที่จะยกเว้นวีซ่าถาวรให้กับคนจีน และทำการบ้านอยู่ ขณะเดียวกัน ท่านนายกฯ จะช่วยการอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันและอินเดียด้วยการยกเว้นวีซ่าชั่วคราวให้เช่นกัน พร้อมกันนั้นจะอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่เดินทางเข้าไทยผ่านทางด่านพรมแดนสะเดา จ.สงขลา โดยให้ยกเว้นการกรอกเอกสารใบ ตม.6 จะทำให้การเดินทางทางรถยนต์สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะด่านสะเดาเป็นช่องทางที่นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียถึง 1 ใน 3 หรือ 1.3 ล้านคนจากทั้งสิ้น 3.1 ล้านคนที่เดินทางเข้าไทยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ซึ่งในช่วงวันศุกร์และวันเสาร์ นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียทีใช้ช่องทางนี้ต้องเจอปัญหาคอขวดหน้าด่าน
“หลังจากนายกฯ พูดบนเวทีได้มีนักข่าวจีนมาถามว่ามีความเป็นไปได้ไหมที่รัฐบาลไทยจะยกเว้นวีซ่าถาวรให้ชาวจีน จึงได้ตอบไปว่ามีโอกาส ทางนักข่าวจีนก็ถามมาว่าแล้วทางไทยจะบริหารจัดการตามที่นักท่องเที่ยวจีนต้องการได้แค่ไหน การรักษาความปลอดภัยและคุณภาพการบริการจะดีไหม ซึ่งตรงนี้เป็นหน้าที่ของเราอยู่แล้ว จึงถามกลับไปว่าแล้วคนจีนแฮปปี้ไหม เขาก็บอกแฮปปี้มาก”
ส่วนที่นายกรัฐมนตรีไทยได้นำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีจีน ให้ยกเว้นวีซ่าให้กับคนไทย นางฐาปนีย์ กล่าวว่า คนไทยเดินทางไปประเทศใดโดยไม่ต้องขอวีซ่าถือเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว และจีนก็เปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ หากมีการเดินทางสองขาจะส่งเสริมให้มีการเปิดเที่ยวบินใหม่ๆ เพิ่มขึ้นและมีการเดินทางเชื่อมโยงไปเมืองรองของจีน และมีความเป็นไปได้ที่ ททท.จะเปิดสำนักงานแห่งที่ 6 ในจีนเพิ่มที่เมืองหนานหนิง เพื่อให้เป็นสปริงบอร์ดในการดึงนักท่องเที่ยวในเมืองรองของจีนไปเที่ยวประเทศไทยเพิ่ม เพราะเมืองหนานหนิงวางสถานะตัวเองเป็นเมืองสปิงบอร์ดสู่ภูมิภาคอาเซียนอยู่แล้ว
ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า การลงนาม LOI ที่ ททท. ได้ร่วมกับ 8 พันธมิตรบริษัทชั้นนำของสาธารณรัฐประชาชนจีนในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการลงนามความร่วมมือครั้งใหญ่และมีความครอบคลุมธุรกิจพันธมิตรทางการท่องเที่ยวในตลาดจีนมากที่สุด ได้แก่ 1. หัวเว่ย เทคโนโลยี โดยร่วมมือกับพันธมิตรของหัวเว่ยทั้งในไทยและจีน ในการแนะนำบริการและมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวไทยเชิงคุณภาพรูปแบบใหม่ในกลุ่มผู้ใช้งานและนักท่องเที่ยวในประเทศจีน 2. อ้ายฉีอี้ (iQIYI) แพลตฟอร์มวิดีโอเอนเตอร์เทนเมนต์ออนไลน์ อันดับ 1 ของจีน จะนำเสนอคอนเทนต์ซอฟท์พาวเวอร์ของไทย 3. Sina Corporation บริษัทสื่อออนไลน์และเทคโนโลยี มีผู้ใช้มากกว่า 100 ล้านแอ็กเคาต์ทั่วโลกและเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม weibo หนึ่งในโซเชียลมีเดียยอดนิยมของจีน 4. Trip.com ผู้ให้บริการจองการท่องเที่ยวออนไลน์ที่มีสัดส่วนตลาดมากที่สุดในจีนและทั่วโลก 5. เหม่ยถวน (Meituan.com) แอปพลิเคชันรีวิว มีความโดดเด่นด้านคูปองส่วนลดยอดนิยมของจีน
6. เจโก้ ทริป (Jego Trip) แพลตฟอร์มทางการท่องเที่ยว เน้นกลุ่มลูกค้าระดับบนและการท่องเที่ยวแบบเอ็กซ์คลูซีฟ 7. สปริง แอร์ไลน์ สายการบินสัญชาติจีนที่มีเส้นทางบินไปประเทศไทยมากที่สุด 8. Ant International (Alipay) ผู้ให้บริการออนไลน์แบงก์กิ้งบริษัทลูกของอาลีบาบา มีผู้ใช้มากกว่า 600 ล้านคนในจีน ซึ่งจะช่วยให้การใช้จ่ายในประเทศไทยของนักท่องเที่ยวสะดวกยิ่งขึ้น