
ล่าสุด ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) รายงาน ดัชนีราคาที่อยู่อาศัยใหม่ ณ ไตรมาส 3 ปี 2566 พบว่า ภาพรวมราคาบ้านปัจจุบัน ปรับเพิ่มขึ้น 2.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยดัชนีขยับมาอยู่ที่ 129.8
ทั้งนี้ ดัชนีบ้านเดี่ยวได้เพิ่มขึ้นมาต่อเนื่องติดต่อกัน 5 ไตรมาสแล้ว ส่วนดัชนี ราคาคอนโดมิเนียมที่อยู่ระหว่างการขายในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล มีค่าดัชนีเท่ากับ 155.0 จุด เพิ่มขึ้น 1.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ลดลง -0.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งลดลงเป็นไตรมาสแรก หลังจากที่ได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 2 ไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่คอนโดมิเนียมใน 2 จังหวัดปริมณฑล ราคาลดลงต่อเนื่องกัน 4 ไตรมาส
สำหรับสาเหตุ “ราคาบ้านจัดสรร” แพงขึ้นนั้น ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการ REIC เผยว่า เป็นผลหลักๆ มาจากต้นทุนการก่อสร้างที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น โดยปัจจัยหลายประการ เช่น ราคาที่ดิน ค่าวัสดุก่อสร้าง และค่าแรงงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งล้วนมีผลโดยตรงต่อต้นทุนการก่อสร้างที่อยู่อาศัย ส่งผลให้การพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ออกมาสู่ตลาด มีราคาเสนอขายเพิ่มขึ้นตามต้นทุนที่สูงขึ้น
โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวใน 3 จังหวัดปริมณฑล (นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ) ที่พบว่าราคาสูงขึ้น ปรับตัวขึ้นมาติดต่อกันแล้ว 6 ไตรมาส (ตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2565 ถึงไตรมาส 3 ปี 2566)
อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่กรุงเทพฯ ราคาทาวน์เฮาส์ยังน่าจะมีทิศทางที่เพิ่มขึ้น ส่วนราคาทาวน์เฮาส์ใน 3 จังหวัดปริมณฑลค่อนข้างที่จะทรงตัว อาจเนื่องมาจากต้นทุนของราคาที่ดินในจังหวัดปริมณฑลไม่สูงเท่ากับในกรุงเทพมหานคร จึงทำให้ผู้ประกอบการยังพอที่จะตรึงราคาบ้านให้สอดคล้องกับความสามารถในการซื้อของผู้บริโภค
ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นยอดขายของบ้านจัดสรร พบว่าในไตรมาสนี้ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ใช้กลยุทธ์โปรโมชันเพื่อกระตุ้นยอดขายโดยการให้ของแถมมากที่สุด เช่น ฟรีแอร์ ม่าน ปั๊มน้ำ แท็งก์น้ำ มิเตอร์น้ำ มิเตอร์ไฟฟ้า จัดสวน ปูหญ้า รองลงมาเป็นการช่วยค่าใช้จ่าย ณ วันโอน เพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ซื้อ
สำหรับภาพรวมดัชนีราคาคอนโดมิเนียม หรือห้องชุดใหม่ที่อยู่ระหว่างการขายในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาส 3 ปี 2566 มีค่าดัชนีเท่ากับ 155.0 จุด เพิ่มขึ้น 1.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ลดลง -0.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรก หลังจากเพิ่มขึ้นต่อเนื่องกัน 2 ไตรมาส
ทั้งนี้ REIC ให้ข้อสังเกตว่า ดัชนีราคาคอนโดฯ ในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพฯ ยังมีทิศทางที่ปรับตัวขึ้น ขณะที่คอนโดฯ ในพื้นที่จังหวัดปริมณฑล ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งปรับตัวลดลงต่อเนื่องกัน 4 ไตรมาส ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2565
ซึ่งส่วนหนึ่งยังคงเป็นโครงการเก่าที่มีการเปิดขายมาก่อนปี 2564 ที่ยังขายไม่หมด อาจเป็นผลจากการที่ภาวะอัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นมากในช่วงที่ผ่านมา และภาวะหนี้สินครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงเกินกว่า 90% ซึ่งเป็นปัจจัยลบที่ส่งผลต่อกำลังซื้อทั้งสิ้น
ซึ่งได้ส่งผลให้ผู้ประกอบการใช้กลยุทธ์ส่งเสริมการขายเพิ่มขึ้นในไตรมาส 3 ปี 2566 โดยการให้ส่วนลดเงินสดโดยการลดราคาคอนโดฯ ลงเพื่อกระตุ้นยอดขาย และให้ของแถมซึ่งมีสัดส่วนรวมกันสูงถึง 72.4% และมีข้อสังเกตว่าเป็นการลดราคาของโครงการเก่าที่เปิดขายมาก่อนปี 2564 เนื่องจากต้นทุนการผลิตยังคงต้นทุนเดิมที่ราคาวัสดุก่อสร้างยังไม่ปรับขึ้น ค่าแรงงานยังไม่ปรับตัวขึ้น
ที่มา : REIC