คาดคนกรุงกินเจ ใช้เงินทะลุ 3.1 พันล้านบาท ผักแพงขึ้น จากเงินเฟ้อ-น้ำท่วม

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

คาดคนกรุงกินเจ ใช้เงินทะลุ 3.1 พันล้านบาท ผักแพงขึ้น จากเงินเฟ้อ-น้ำท่วม

Date Time: 11 ต.ค. 2566 16:21 น.

Video

Broadcom ทำธุรกิจแบบไหน? ถึงกลายเป็น “ผู้ควบคุมนวัตกรรม” แห่งยุค AI | Digital Frontiers EP.49

Summary

เทศกาลกินเจปี 2566 จะเริ่มขึ้นวันที่ 15-23 ตุลาคม 2566 รวมเป็นเวลา 9 วัน ทางศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ในปีนี้ราคาอาหารเจน่าจะยังคงปรับสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนการผลิตอาหารเจหลายรายการมีแนวโน้มจะขยับขึ้นจากช่วงเทศกาลกินเจปีก่อน ได้แก่ ผักบางชนิด (อาทิ คะน้า ฟักทอง เต้าหู้ และข้าว) จากสภาพอากาศแปรปรวน ฝนตกหนักและน้ำท่วมในบางพื้นที่ ซึ่งกระทบกับปริมาณผลผลิต

Latest


เทรนด์รักสุขภาพ-กำลังซื้อเริ่มฟื้นตัว-คนใช้ชีวิตปกติ ดันจำนวนคนกินเจเพิ่ม

นอกจากนี้ กลุ่มโปรตีนเกษตรก็น่าจะปรับขึ้นตามความต้องการที่เพิ่มในช่วงกินเจ รวมถึงราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ล่าสุดเดือน ก.ย. 2566 ภาพรวมเงินเฟ้อหมวดอาหารที่บริโภคในบ้านที่เติบโต 1.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และหมวดอาหารที่บริโภคนอกบ้านที่เติบโต 1.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่า ทิศทางราคาอาหารเจทั้งที่บริโภคในบ้านและร้านอาหาร ก็น่าจะปรับเพิ่มขึ้นเช่นกันเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ช่วงเทศกาลกินเจ ขณะที่จำนวนคนกินเจในปีนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้น จากความนิยมอาหารเพื่อสุขภาพและการกลับมาใช้ชีวิตปกติ 

อย่างไรก็ดี ด้วยทิศทางราคาอาหารเจที่อาจปรับสูงขึ้น ประกอบกับความกังวลต่อค่าครองชีพที่สูงและกำลังซื้อที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่ แม้ว่าภาครัฐจะออกมาตรการลดภาระค่าครองชีพบางส่วน อาทิ มหกรรมลดราคา แต่ผู้บริโภคยังกังวลกับภาระค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมถึงรายได้ในอนาคต สะท้อนจากผลการสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ที่ระบุว่า คนกรุงเทพฯ ที่วางแผนจะกินเจ พยายามปรับพฤติกรรมการใช้จ่าย เพื่อควบคุมงบประมาณการใช้จ่ายตลอดเทศกาล โดยการลดวันกินเจลง รวมถึงเลือกใช้บริการช่องทางการจำหน่ายที่ราคาไม่สูง อาทิ ร้านอาหารตักขายข้างทางและนั่งทานในร้าน 

คาดคนกรุง ใช้จ่ายช่วงกินเจปี 66 จะอยู่ที่ 3,100 ล้านบาท 

ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงคาดว่า เม็ดเงินค่าใช้จ่ายของคนกรุงเทพฯ ช่วงเทศกาลกินเจปี 2566 น่าจะอยู่ที่ 3,100 ล้านบาท หรือขยายตัว 3.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเป็นผลมาจากระดับราคาอาหารเจที่อาจปรับขึ้นราว 2.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ปริมาณการบริโภคอาหารเจโดยรวมน่าจะเติบโตเล็กน้อย หรือราว 1.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน 

ทั้งนี้ ด้วยคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ยังคงไม่สนใจบริโภคอาหารเจมากนัก ก็ถือเป็นความท้าทายต่อทิศทางการเติบโตของธุรกิจอาหารเจ ดังนั้น โจทย์สำคัญคงอยู่ที่แนวทางในการกระตุ้นยอดขายและฐานลูกค้าให้เพิ่มขึ้น แม้อยู่นอกเทศกาลกินเจ โดยเฉพาะการชูจุดขายความคุ้มค่าด้านราคาเมื่อเทียบกับอาหารทั่วไป รวมถึงพัฒนาความพิเศษให้กับเมนูอาหาร เพื่อสร้างประสบการณ์การบริโภคที่ดี และนำไปสู่การกลับมาซื้อซ้ำ อาทิ ใช้วัตถุดิบพรีเมียมที่มีคุณค่าทางอาหารสูง (โปรตีนทางเลือก ซุปเปอร์ฟู้ด) พัฒนาเมนูแปลกใหม่ที่แตกต่างกว่าอาหารเจเดิมๆ ที่มีจำหน่ายในตลาด รวมถึงการจัดโปรโมชันหรือส่วนลดให้กับอาหารเจ ทั้งในและนอกเทศกาลกินเจ

ศูนย์พยากรณ์ฯ คาดกินเจปีนี้เงินสะพัดราว 44,558 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้มีการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงเทศกาลกินเจ จำนวน 1,280 ตัวอย่าง คาดว่าเทศกาลกินเจปีนี้จะกลับมาคึกคักเป็นพิเศษ จะมีเงินสะพัด หรือมูลค่าการใช้จ่ายโดยรวมราว 44,558 ล้านบาท ขยายตัวจากปีก่อน 5.5% ที่มีเงินสะพัดราว 42,235 ล้านบาท

นอกจากนี้ วัตถุดิบและราคาอาหารเจปีนี้ คนส่วนใหญ่คิดว่า 57.1% มองว่าแพงขึ้น มีเพียง 0.7% ที่มองว่าราคาลดลง และ 42.2% ที่คิดว่าเท่าเดิม 

ส่วนพฤติกรรมการกินเจที่ผ่านมาและแนวโน้มในอนาคต ส่วนใหญ่ 82.2% ที่เคยกินก็ยังกินต่อเนื่อง ส่วน 17.8% ไม่เคย ปี 2566 นี้อาจจะไม่กิน แต่บางกลุ่มก็บอกว่าจะลองกินในปี 2566 นี้ และการกินเจปี 2566 นี้ก็พบว่า 61.4% จะกินตลอดเทศกาล จะมีเพียง 38.6% ที่จะกินเป็นบางมื้อ ช่องทางที่จะเลือกซื้อส่วนใหญ่ 88.8% ไปซื้อด้วยตัวเอง และ 11.2% ไม่ได้ไปซื้อด้วยตัวเอง โดยซื้อผ่านเดลิเวอรี ออนไลน์

กรมการค้าภายใน ลงตรวจสอบแหล่งจำหน่ายวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด

ขณะที่กรมการค้าภายใน ก็ได้มีการออกตรวจสอบแหล่งจำหน่ายวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารเจอย่างใกล้ชิด เพื่อกำกับดูแลพฤติกรรมทางการค้า สถานการณ์ด้านราคาและปริมาณ ตลอดจนการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่าย เพื่อให้ประชาชนผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรม และป้องปรามมิให้มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้า และเอาเปรียบผู้บริโภค ในช่วงเทศกาลกินเจนี้

ซึ่งจากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณตลาดเวิลด์มาร์เก็ต เขตทวีวัฒนา ยังไม่พบการกระทำผิดกฎหมาย โดยภาพรวมราคาจำหน่ายถือว่าไม่ได้แตกต่างไปจากปีที่แล้วมากนัก ถือว่าราคาค่อนข้างอยู่ในเกณฑ์ปกติ เป็นการปรับขึ้นในระยะเวลาสั้นจากความต้องการของตลาดที่สูงกว่าปกติในช่วงวันสำคัญ


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ