คลังโต้เหล่านักเศรษฐศาสตร์ เทียบเงินดิจิทัล กับการแจกเงินในอดีตไม่ได้

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

คลังโต้เหล่านักเศรษฐศาสตร์ เทียบเงินดิจิทัล กับการแจกเงินในอดีตไม่ได้

Date Time: 9 ต.ค. 2566 20:03 น.

Video

Broadcom ทำธุรกิจแบบไหน? ถึงกลายเป็น “ผู้ควบคุมนวัตกรรม” แห่งยุค AI | Digital Frontiers EP.49

Summary

2 รมช.คลัง แท็กทีมข้าราชการแถลงข่าวความคืบหน้าดิจิทัลวอลเล็ต โต้เหล่านักเศรษฐศาสตร์ 5 ประเด็นปมค้านแจกเงิน 1 หมื่นบาท

Latest


นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ประเทศไทยมีปัญหาสะสม ซึ่งส่งผลให้ประชาชนใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ไม่ว่าจะเป็นปัญการลดลงของรายได้ภาคการเกษตร การจัดเก็บภาษี ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรม หนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงขึ้น และในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไทยมีหนี้สาธารณะเพิ่มจาก 40% เป็น 60% ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เปราะบาง


อีกทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจยังต่ำกว่าภูมิภาค รัฐบาลจึงยืนยันที่จะเดินหน้าโครงการดิจิทัล 10,000 บาท ให้ประสบความสำเร็จ ตามวัตถุประสงค์ โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ครั้งนี้ จึงเป็นความจำเป็น เพื่อรีสตาร์ตชีวิตของประชาชน สร้างเม็ดเงินให้กระจายทั่วประเทศ


ซึ่งภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ คาดว่าจะมีความชัดเจนทั้งในแง่ของเงื่อนไข งบประมาณที่จะใช้ รวมถึงแหล่งเงิน โดยยืนยันว่าจะรักษากรอบวินัยทางการเงินและการคลัง

เงินดิจิทัล ไม่ใช่เงินเสกใหม่


สำหรับประเด็นความเข้าใจผิดเรื่องเงินดิจิทัล  นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เงินดิจิทัล ไม่ใช่การพิมพ์เงินขึ้นมาใหม่ เงินที่ใช้เป็นไปตามกรอบของกฎหมาย ภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. ไม่ได้เขียนโปรแกรมกำกับคริปโตฯ เพื่อให้ประชาชนใช้งาน เงินดิจิทัลจึงไม่มีการปรับเปลี่ยนมูลค่า เนื่องจากตรึงด้วยค่าเงินบาท แต่เพียงแค่ใช้ผ่านระบบดิจิทัล ซึ่งมีการกำหนดเงื่อนไขการใช้งาน เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขกรอบระยะเวลาการใช้งานครั้งแรก 6 เดือน ประเภทสินค้าและบริการต้องห้าม โดยจะไม่สามารถนำไปเงินดิจิทัลไปออม หรือชดใช้หนี้สิน ซึ่งจะเป็นกลไกกระตุ้นให้เกิดการจ้าง การผลิต การบริโภค


เล็งขยายรัศมีการใช้งาน เกิน 4 กม.


นายจุลพันธ์ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการเตรียมนำเสนอ คณะกรรมการชุดใหญ่ ในการขยายรัศมีการใช้งานดิจิทัลวอลเล็ต เกินระยะ 4 กิโลเมตร เพื่อให้ประชาชนเกิดความคล่องตัวในการใช้งาน ซึ่งจะมีข้อสรุปชัดเจนภายในสิ้นเดือนนี้


นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า จากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึง ความคุ้มค่าและผลกระทบในการดำเนินโครงการดิจิทัล 10,000 บาท คณะทำงานรับฟังความเห็นนักวิชาการ และได้ดำเนินการรวบรวมความคิดเห็นต่างๆ เพื่อนำเสนอต่ออนุกรรมการ และคณะกรรมการชุดใหญ่ แต่ต้องมีการชี้แจงข้อเท็จจริงทางด้านวิชาการ เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน ดังนี้

ประเด็นที่ 1 

การเติมเงินลักษณะนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ ในอดีต เนื่องจากเป็นการเติมเงินที่มีเงื่อนไข จึงไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ ในมิติของผลกระทบเศรษฐกิจ ซึ่งการกำหนดเงื่อนไขรัศมีการใช้งาน กรอบระยะเวลาการใช้ หรือร้านค้าที่มีสิทธิขึ้นเงิน จะต้องเป็นร้านค้าที่อยู่ในระบบภาษี เงื่อนไขเหล่านี้ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด เพื่อส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเชิงบวก มากกว่าการกระจายเม็ดเงินแบบเดิม


อีกทั้งยังเป็นโครงการที่เติมเงินแบบดิจิทัล ที่อำนวยความสะดวกการทำธุรกรรม ให้ง่าย รวดเร็ว รวมถึงมีความปลอดภัยมากขึ้น ด้วยเหตุผลข้างต้นจึงเป็นข้อแตกต่างที่ทำให้ไม่สามารถใช้บทวิจัย หรือสถิติตัวเลขในอดีตมาเปรียบเทียบได้

ประเด็นที่ 2

การกระจายเม็ดเงินในลักษณะนี้ เป็นการใช้จ่ายด้วยเม็ดเงินที่สูง ซึ่งจะแตกต่างจากการแจกเงินแบบกะปริบกะปรอยในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากไม่ได้กระตุ้นการบริโภคเพียงอย่างเดียว จำนวนเงินกับการกำหนดเงื่อนไขนั้นมากพอที่จะทำให้เกิดการกระตุ้นการลงทุน ซึ่งเป็นการลงทุนขนาดเล็กที่เกิดขึ้นในชุมชน อย่างกระจายตัว เพราะฉะนั้นการคิดคำนวณผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ต้องคิดถึงการสร้างอาชีพใหม่ การสร้างการลงทุนใหม่ๆ ซึ่งทำให้ประชาชนในพื้นที่ สามารถลืมตาอ้าปากจากการมีช่องทางรายได้ใหม่

และรวมถึงความเหลื่อมล้ำที่ลดลงจากโครงการนี้


ประเด็นที่ 3

ในช่วงที่ผ่านมามักจะมีการถกประเด็นเชิงวิชาการเฉพาะมิติการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ประโยชน์ของโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 ในอีกมิติหนึ่ง คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ซึ่งไปสู่ digital economy ที่มีมูลค่ามหาศาล ซึ่งไม่ได้รับการพูดถึง ดังนั้นการพูดถึงผลกระทบในมิติเดียวนั้นไม่ครบถ้วน รัฐบาลมองไปถึงการสร้าง Super Application ที่จะอำนวยความสะดวกการทำงานต่างๆ เพื่อนำไปสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล 

ประเด็นที่ 4 

ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ไม่ใช่โครงการเดียวของรัฐบาล แต่เป็นหนึ่งในโครงการที่จะเกิดขึ้น ซึ่งมีการวางแผนอย่างดี โดยดิจิทัลวอลเล็ตจะเป็นจุดเริ่มต้นของหลายๆ มาตรการ ทั้งในเรื่องของการดึงดูดนักท่องเที่ยว การลงทุน ภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และภาคบริการสมัยใหม่ ซึ่งจะเป็นผลมาจากกำลังซื้อที่สูงขึ้นจากโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งเป็นผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ต้องคำนึง

ประเด็นที่ 5

ความแตกต่างในเรื่องของเสถียรภาพ และศักยภาพ ที่ผ่านมาประเทศไทยเติบโตแบบมีเสถียรภาพ แต่โตต่ำ ไม่เพียงพอ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาสวัสดิการผู้สูงอายุในระยะยาว ภายใต้แนวคิดใหม่ ประเทศจะต้องเติบโตอย่างมีศักยภาพพร้อมกับมีเสถียรภาพ จึงเป็นที่มาของโครงการดิจิทัลวอลเล็ต เพื่อสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับสูง และต้องสูงเพียงพอที่จะไปชดเชยรายจ่ายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต


สำหรับประเด็นความจำเป็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยโตต่ำกว่าศักยภาพ และมีการปรับลดแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจ (GDP) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระทบต่อการดำเนินนโยบายของรัฐบาล  ดังนั้น การกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงนี้ ถือว่ามีความเหมาะสม เพื่อปรับสมดุลเศรษฐกิจไทยให้กลับไปอยู่ในระดับใกล้เคียงกับศักยภาพ ซึ่งเป็นความท้าทายของรัฐบาลที่ต้องไปให้ถึง นโยบายการคลังและนโยบายการเงินจะต้องสอดประสานกัน โดยนโยบายการคลังจะเน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ในขณะที่นโยบายการเงินจะเน้นการสร้างเสถียรภาพ ซึ่งเปรียบเสมือนคันเร่ง และเบรก เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า 


ทั้งนี้ ในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้ลงนามเรียบร้อยแล้ว โดยจะถกกันถึงความจำเป็น ประโยชน์สูงสุด และจะมีการแถลงความคืบหน้าหลังการประชุมให้ทราบ หลังจากนั้นวันที่ 19 ตุลาคมนี้ จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการอีกครั้ง เพื่อหาข้อสรุป ก่อนที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมการชุดใหญ่อีกครั้ง โดยคาดว่าจะสามารถเสนอต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ได้ภายในวันที่ 24 ตุลาคมนี้


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ